เจ้านายบอกงานลดด้วยระบบใหม่ แต่ทําไมพนักงานต้องเหนื่อยตรวจสอบเพิ่ม
เมื่อองค์กรประกาศนําเทคโนโลยีอัตโนมัติหรือระบบซอฟต์แวร์ใหม่เข้ามาใช้ มักจะมาพร้อมกับคําสัญญาสวยหรูว่าจะช่วยลดภาระงานให้พนักงานทํางานสบายขึ้น แต่สิ่งที่
เกิดขึ้นจริงในหลายแห่งกลับกลายเป็นการเพิ่มปริมาณงานโดยไม่รู้ตัว เมื่อพนักงานต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการตรวจทานแก้ไขสิ่งที่ระบบทําผิดพลาด แทนที่จะได้
ลงมือทํางานหลักของตัวเองให้สําเร็จลุล่วง การเปลี่ยนแปลงนี้จึงสร้างคําถามสําคัญว่า ระบบเหล่านี้ช่วยให้งานเบาลงจริง หรือแค่เปลี่ยนวิธีที่เราต้องเหนื่อยกัน
แน่ ความย้อนแย้งมักเริ่มจากการที่ระบบถูกนํามาใช้โดยไม่ได้วิเคราะห์ต้นเหตุของปัญหาอย่างรอบด้าน บางครั้งองค์กรเลือกลงทุนกับเครื่องมือราคาแพงที่ซับซ้อน
เกินจําเป็น แทนที่จะปรับปรุงขั้นตอนการทํางานที่มีอยู่ให้เรียบง่ายเสียก่อน เมื่อระบบไม่สามารถเข้าใจบริบทของหน้างานจริงได้อย่างแม่นยํา มันจึงเกิดความผิด
พลาดในจุดเล็กน้อยที่ซ้ําซาก และกลายเป็นหน้าที่ของพนักงานที่จะต้องเข้ามาสวมบทผู้ตรวจสอบคอยตามเก็บงานเหล่านั้นเสมอ การเปลี่ยนจากผู้ทํางานเชิงรุกมาเป็นผู้
ตรวจสอบความถูกต้องแบบเต็มเวลา คือสิ่งที่ทําให้คนรู้สึกหมดไฟเร็วขึ้น เพราะการนั่งไล่ตรวจความผิดพลาดจากเครื่องจักรนั้นสร้างความเครียดมากกว่าการทํางานที่
ใช้ความคิดสร้างสรรค์จริง นอกจากนี้ยังเกิดภาวะที่เรียกว่าเงาของงาน ซึ่งหมายถึงงานเอกสารและการกรอกข้อมูลเพื่อให้ระบบทํางานได้ถูกต้อง พนักงานต้องคอยป้อน
ข้อมูลหรือปรับแต่งรูปแบบข้อมูลให้เข้ากับซอฟต์แวร์ใหม่ ซึ่งเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นมาโดยที่ระบบไม่ได้จัดการให้โดยอัตโนมัติแต่แรก หากต้องการประเมินว่าระบบ
นั้นช่วยให้งานเบาลงจริงหรือเพียงแค่เปลี่ยนภาระ ให้สังเกตจากสามสัญญาณเตือนต่อไปนี้ คือ หนึ่ง พนักงานใช้เวลาไปกับการแก้ error ของระบบมากกว่าเวลาที่ใช้
สร้างผลลัพธ์ใหม่ สอง ขั้นตอนการตรวจสอบมีความละเอียดซับซ้อนจนกลายเป็นคอขวดที่ทําให้งานล่าช้ากว่าเดิม และสาม ทีมงานแสดงความรู้สึกว่าต้องคุยกับระบบหรือ
ปรับจูนระบบบ่อยเกินไปจนไม่มีสมาธิจดจ่อกับเป้าหมายหลัก ประเด็นสําคัญของการนําเทคโนโลยีมาใช้คือการลดขั้นตอนที่ซ้ําซาก ไม่ใช่การสร้างขั้นตอนใหม่ที่น่าเบื่อ
หน่ายให้กับคนทํางาน หากองค์กรพบว่าระบบที่นํามาใช้กําลังกลายพันธุ์เป็นภาระแทนที่จะเป็นตัวช่วย ผู้บริหารควรกล้าที่จะย้อนกลับมาทบทวนว่าสิ่งที่ลงทุนไปนั้น
สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับเวลาของพนักงานหรือไม่ การมีระบบที่ดีควรจะเป็นเหมือนผู้ช่วยเงียบๆ ที่ทํางานเบื้องหลังโดยที่พนักงานแทบไม่ต้องหันไปมอง ไม่ใช่การ
สร้างเพื่อนร่วมงานที่คอยทําผิดพลาดให้เราต้องคอยตามแก้ การยอมรับความจริงว่าเทคโนโลยีบางอย่างอาจไม่เหมาะกับกระบวนการเดิมคือจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา การ
ปรับจูนระบบใหม่ไม่ได้หมายถึงแค่การติดตั้งซอฟต์แวร์ แต่หมายถึงการปรับคนเข้ากับงานและปรับงานเข้ากับคนให้เกิดความสมดุล หากเครื่องมือไม่ตอบโจทย์ก็ควร
ปรับปรุงหรือเปลี่ยนใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถทํางานได้ประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่ตกอยู่ในวงจรการแก้ปัญหาที่ไม่รู้จบ
5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงาน
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
เทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3
รถน้ำมันกำลังจะเป็นตำนาน เมื่อ EV ไทยโต 70% ในปีเดียว
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
นักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบิน
Richard McNair หลบออกจากเรือนจำด้วยพาเลทถุงไปรษณีย์ได้อย่างไร
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
"ถั่วแระกับถั่วเหลือง" ใช่ถั่วชนิดเดียวกันไหม? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
รถน้ำมันกำลังจะเป็นตำนาน เมื่อ EV ไทยโต 70% ในปีเดียว
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงาน
เห็นคำว่า “ต่ออีก 2 เดือน” อย่าเพิ่งคิดว่าได้ 2,000 — ไทยช่วยไทย พลัส เล็ง 1,000 บาทใช้ ต.ค.–พ.ย.
เพียงรอยเท้าที่เห็น คือสัญลักษณ์ของการเดินทางที่สิ้นสุดลง "เหนื่อยนักพักหลับกาย"
ท่าน้ำนะโม แม่น้ำคงคา พารานาสี อินเดีย มนต์ขลังริมฝั่งแม่น้ำคงคาแห่งชีวิต
"นอสตราดามุสจีน" ทำนายจะเกิดเหตุการณ์ 911 รอบใหม่..โลกจะล่มสลายในอีก 20 ปีข้างหน้า
วอร์เรน บัฟเฟตต์ วัย 96 ปี วางมือจากตำแหน่งประธานกรรมการของเบิร์กเชียร์ แฮทธาเวย์! หลังจากดำรงตำแหน่งมา 61 ปี เขาได้ส่งมอบตำแหน่งต่อให้กับฮาวาร์ด บุตรชายของเขา