ทำไมช่วงนี้ฝนตกหนัก ทั้งที่ปี 2569 ฝนรวมอาจน้อยกว่าปกติ
ช่วงนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่อง บางแห่งเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ถนนมีน้ำรอการระบาย การเดินทางติดขัด รวมถึงสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร จนหลายคนรู้สึกว่า “ทำไมปีนี้ฝนตกหนักกว่าทุกปี”
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกว่าฝนตกหนักขึ้น ไม่ได้หมายความว่า ปริมาณฝนรวมตลอดทั้งปีจะมากกว่าทุกปีเสมอไป
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ภาพรวมฤดูฝนปี 2569 ปริมาณฝนรวมของประเทศไทยอาจน้อยกว่าปี 2568 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณร้อยละ 10 แต่ในบางช่วงยังสามารถเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากเฉพาะพื้นที่ได้ โดยเฉพาะเมื่อมรสุม ร่องมรสุม และหย่อมความกดอากาศต่ำทำงานร่วมกัน
ดังนั้น สิ่งที่หลายคนกำลังพบอาจไม่ใช่ “ฝนตกมากตลอดทั้งปี” แต่เป็น ฝนปริมาณมากที่ตกกระจุกตัวในเวลาและพื้นที่จำกัด ซึ่งสร้างผลกระทบรุนแรงได้ไม่ต่างกัน
ภาวะโลกร้อนทำให้อากาศเก็บความชื้นได้มากขึ้น
หนึ่งในปัจจัยระยะยาวที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสำคัญคือ ภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น อากาศสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากกว่าเดิม ตามหลักทางฟิสิกส์ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุก 1 องศาเซลเซียส อาจทำให้อากาศใกล้พื้นผิวโลกเก็บความชื้นได้เพิ่มขึ้นประมาณ 7% หากปัจจัยอื่นใกล้เคียงเดิม
เมื่อมีความชื้นสะสมในบรรยากาศมากขึ้น หากสภาพอากาศเอื้อต่อการก่อตัวของเมฆฝน ฝนที่ตกลงมาก็มีโอกาสตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ มากขึ้น
แต่ไม่ได้หมายความว่าฝนจะเพิ่มขึ้นทุกพื้นที่หรือทุกวัน เพราะบางพื้นที่อาจมีช่วงฝนทิ้งช่วงหรือภัยแล้ง ขณะที่อีกพื้นที่หนึ่งกลับมีฝนหนักและน้ำท่วมในเวลาใกล้เคียงกัน
มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงเป็นบางช่วง
ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เป็นหลักในฤดูฝน ลมมรสุมนี้พาความชื้นจากมหาสมุทรอินเดียและทะเลอันดามันเข้ามาปกคลุมประเทศไทย
หากมรสุมมีกำลังแรง ความชื้นจะถูกพัดเข้ามามากขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่มีเมฆฝนหนาแน่นและเกิดฝนตกหนักได้ โดยเฉพาะบริเวณที่รับลม เช่น ภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งตะวันตก และพื้นที่ด้านตะวันตกของประเทศ
ช่วงวันที่ 10–15 กรกฎาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง จึงเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ แม้ภาพรวมช่วงต้นและกลางเดือนกรกฎาคมจะมีฝนน้อยและเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงในหลายแห่งก็ตาม
นี่คือเหตุผลว่าทำไมสภาพอากาศในเดือนเดียวกันจึงสามารถสลับระหว่าง ฝนน้อย ฝนทิ้งช่วง และฝนหนัก ได้
ร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำ
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ร่องมรสุม ซึ่งเป็นบริเวณที่ลมจากคนละทิศทางพัดเข้าหากัน ทำให้อากาศยกตัวและเกิดเมฆฝนได้ง่าย
หากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคกลาง พื้นที่ตามแนวร่องอาจมีฝนตกต่อเนื่องหลายวัน
สถานการณ์จะยิ่งรุนแรงขึ้นหากมี หย่อมความกดอากาศต่ำ เคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุม เพราะจะช่วยเพิ่มการก่อตัวของเมฆฝน ทำให้เกิดฝนหนัก ฝนสะสม น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันได้
พายุหมุนเขตร้อนไม่ต้องเข้าไทยโดยตรงก็ทำให้ฝนตกหนักได้
พายุหมุนเขตร้อนไม่จำเป็นต้องเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศไทยโดยตรงจึงจะส่งผลกระทบ
เมื่อพายุหรือหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนผ่านทะเลจีนใต้ เวียดนาม ลาว หรือพื้นที่ใกล้เคียง ระบบของพายุอาจช่วยดึงความชื้นเข้ามาเสริมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
ผลที่ตามมาคือบางจังหวัดอาจมีฝนตกหนัก แม้ศูนย์กลางพายุจะอยู่ห่างจากประเทศไทยหลายร้อยกิโลเมตร โดยพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับตำแหน่งของพายุ ทิศทางลม และภูมิประเทศในขณะนั้น
ปีนี้ไม่ควรอธิบายด้วยลานีญาเพียงอย่างเดียว
ต้นฉบับเดิมระบุถึง ปรากฏการณ์ลานีญา ซึ่งในหลายกรณีมักสัมพันธ์กับแนวโน้มฝนมากขึ้นในประเทศไทย แต่ไม่ควรนำมาใช้อธิบายฝนปี 2569 โดยอัตโนมัติ
ข้อมูลของศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ระบุว่าเกิดสภาวะ เอลนีโญ และมีแนวโน้มทวีกำลังเข้าสู่ช่วงปลายปี 2569 ไม่ใช่ลานีญา
อย่างไรก็ตาม เอลนีโญหรือลานีญาเป็นเพียงตัวแปรระดับมหาสมุทรและบรรยากาศขนาดใหญ่ ไม่ได้กำหนดว่าฝนจะต้องน้อยหรือมากในทุกพื้นที่ตลอดเวลา แม้อยู่ในปีเอลนีโญ ประเทศไทยก็ยังสามารถเกิดฝนหนักเฉพาะช่วงจากมรสุม ร่องมรสุม พายุ และหย่อมความกดอากาศต่ำได้
ทำไมเมืองใหญ่จึงน้ำท่วมเร็วกว่าเดิม
หลายคนอาจรู้สึกว่าฝนตกไม่นาน แต่น้ำกลับท่วมเร็วขึ้น คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่ สภาพของเมืองที่เปลี่ยนไป
พื้นที่ที่เคยเป็นดินหรือพื้นที่สีเขียวถูกแทนที่ด้วยถนนคอนกรีต อาคาร ลานจอดรถ และหมู่บ้านจัดสรร เมื่อฝนตก น้ำจึงซึมลงดินได้น้อยลงและไหลรวมเข้าสู่พื้นที่ต่ำอย่างรวดเร็ว
หากฝนตกเกินขีดความสามารถของท่อระบายน้ำ หรือมีขยะและตะกอนกีดขวางทางน้ำ ก็อาจเกิดน้ำรอการระบายได้ แม้ฝนจะตกเพียงหนึ่งหรือสองชั่วโมง
จึงต้องแยกให้ออกระหว่างสองเรื่อง คือ
-
ฝนตกหนัก เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝน
-
น้ำท่วมเร็ว เกี่ยวข้องทั้งกับฝน การใช้ที่ดิน ระบบระบายน้ำ และลักษณะของพื้นที่
ฝนตกหนักไม่ได้แปลว่ามีน้ำเพียงพอทั้งปี
ความเข้าใจผิดอีกอย่างคือ เมื่อฝนตกหนักแล้วจะหมายความว่าปริมาณน้ำตลอดปีเพียงพอ
ความจริง ฝนที่ตกหนักในเวลาไม่กี่ชั่วโมงอาจไหลบ่าลงแม่น้ำหรือออกสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว โดยพื้นที่เกษตร แหล่งน้ำใต้ดิน หรืออ่างเก็บน้ำอาจไม่ได้รับน้ำอย่างทั่วถึง
หากฝนกระจุกตัวอยู่เพียงบางช่วง แล้วตามด้วยฝนทิ้งช่วงยาวนาน ก็สามารถเกิดทั้ง น้ำท่วมและภัยแล้งภายในปีเดียวกัน ได้
ดังนั้น เวลาประเมินว่าปีใดมีฝนมากหรือน้อย ต้องพิจารณาทั้งปริมาณฝนรวม จำนวนวันที่ฝนตก การกระจายตัวตามพื้นที่ และความหนักของฝนในแต่ละช่วง
เช็กลิสต์รับมือฝนหนักและน้ำท่วมฉับพลัน
แม้เราไม่สามารถหยุดฝนได้ แต่สามารถลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ เช่น
-
ติดตามประกาศและพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นประจำ
-
สังเกตคำเตือนเรื่องฝนสะสม น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน
-
หลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถฝ่ากระแสน้ำที่ไม่ทราบระดับความลึก
-
ย้ายรถ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเอกสารสำคัญขึ้นที่สูงเมื่อมีคำเตือน
-
ตรวจสอบท่อระบายน้ำและรางน้ำรอบบ้านไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง
-
เตรียมไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง ยาประจำตัว น้ำดื่ม และหมายเลขฉุกเฉิน
-
ผู้ที่อยู่ใกล้เชิงเขา ลำห้วย หรือทางน้ำไหลผ่านควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
สรุป
ฝนที่ตกหนักในหลายพื้นที่ช่วงปี 2569 ไม่ได้แปลว่าปริมาณฝนรวมของทั้งประเทศจะมากกว่าทุกปี เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าฝนรวมฤดูนี้อาจต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แต่ประเทศไทยยังสามารถเผชิญฝนหนักเป็นช่วง ๆ จากมรสุม ร่องมรสุม หย่อมความกดอากาศต่ำ และอิทธิพลของพายุใกล้เคียงได้
ภาวะโลกร้อนยังเป็นปัจจัยระยะยาวที่เพิ่มความชื้นในบรรยากาศและทำให้เหตุการณ์ฝนหนักมีโอกาสรุนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน การขยายตัวของเมืองและพื้นที่คอนกรีตก็ทำให้น้ำไหลบ่าและเกิดน้ำท่วมได้เร็วกว่าเดิม
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงถามว่า “ปีนี้ฝนมากกว่าปกติหรือไม่” แต่ต้องดูด้วยว่า ฝนตกหนักแค่ไหน ตกนานเท่าใด ตกซ้ำในพื้นที่ใด และระบบระบายน้ำสามารถรองรับได้หรือไม่ การติดตามข้อมูลรายวันและประกาศเตือนภัยจึงช่วยลดความเสียหายได้มากกว่าการประเมินจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว
SOURCES:
กรมอุตุนิยมวิทยา, Intergovernmental Panel on Climate Change, NOAA Climate Prediction Center
REFERENCES:
https://www.tmd.go.th/activity/กรมอตนยมวทยาแถลงเขาสฤดฝนป-2569-คาดปรมาณฝนนอยกวาปกต-เฝาระวงฝนตกหนกและคลนลมแรงชวงเรมตนฤด
https://www.tmd.go.th/forecast/monthly/072026
https://www.ipcc.ch/report/ar6/wg1/chapter/chapter-8/
https://www.cpc.ncep.noaa.gov/
ข้อมูลล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยาขัดกับสมมติฐานในพาดหัวเดิมบางส่วน โดยคาดว่าฝนรวมฤดูฝนปี 2569 จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประมาณร้อยละ 10 แม้บางช่วงจะเกิดฝนหนักถึงหนักมากได้ ส่วนข้อมูล NOAA เดือนมิถุนายน 2569 ระบุว่าอยู่ในสภาวะเอลนีโญ ไม่ใช่ลานีญา จึงปรับเนื้อหาให้แยก “ปริมาณฝนรวม” ออกจาก “ฝนหนักเฉพาะช่วง” อย่างชัดเจน
หลักการที่ว่าอากาศอุ่นขึ้น 1 องศาเซลเซียสสามารถรองรับความชื้นเพิ่มประมาณ 7% สอดคล้องกับรายงาน IPCC แต่ตัวเลขนี้ไม่ควรถูกตีความว่าปริมาณฝนทุกพื้นที่จะเพิ่มขึ้น 7% โดยตรง เพราะยังขึ้นอยู่กับการหมุนเวียนของลมและสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ด้วย
วิธีดูแลเขียงไม้และจัดการร่องมีดเพื่อความปลอดภัย
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
เจาะจิตวิทยาป้ายลดราคา ทำไมร้านค้าชอบใช้สีแดงและสีเหลือง
ทำไมเขตพญาไทจึงไม่มีพื้นที่ติดกับถนนพญาไท
อินทผาลัมมีประโยชน์อย่างไร รู้จักใยอาหาร แร่ธาตุ และข้อควรระวัง
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
ความจริงของยางลบสองสี ฝั่งสีน้ำเงินไม่ได้มีไว้ลบปากกา รู้ไว้ก่อนกระดาษพัง
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
เหรียญ 10 บาทมีค่าโลหะเกินราคาหน้าเหรียญจริงหรือ?
6 เรื่องเล่าและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคิม จอง อิล อดีตผู้นำเกาหลีเหนือ
ลัคนาราศีเมษ ดวงการเงินพุ่งชน เล็งพิกัดเลขท้ายดึงดูดทรัพย์ กรกฎาคม 2569
เครื่องดื่มที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินไม่อยากให้ผู้โดยสารสั่ง
งูบินพาราไดซ์ นักร่อนแห่งพงไพรที่โบยบินได้โดยไม่ต้องมีปีก
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ



