หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เจาะลึกที่มาของอาการขนลุก ทั้งที่ไม่ได้ผีหลอกแต่เป็นกลไกธรรมชาติ

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

อาการขนลุกเป็นสิ่งที่เราทุกคนต่างเคยสัมผัสกับตัวเองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เดินออกจากห้องแอร์แล้วเจอลมหนาว หรือเวลาที่ได้ยินเรื่องราวชวนขนหัวลุกจนรู้สึกเย็นวูบขึ้นมา

หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าทําไมร่างกายถึงมีปฏิกิริยาอัตโนมัติเช่นนี้เกิดขึ้น ทั้งที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่จริงๆ แล้วมันคือกลไกการเอาตัวรอดที่ฝังอยู่ในรหัสพันธุกรรมของมนุษย์เรามาตั้งแต่อดีต

กาลเวลาผ่านไปนานหลายล้านปีจนทําให้เราลืมไปแล้วว่าต้นกําเนิดของมันมีประโยชน์มหาศาลขนาดไหน กลไกที่ว่านี้มีชื่อเรียกในเชิงวิทยาศาสตร์ว่า Pilomotor reflex ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อขนาดเล็กจิ๋วที่โคนขนแต่ละเส้นหดตัว

และเราเรียกกล้ามเนื้อชุดนี้ว่า Arrector pili muscle เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้ทํางาน มันจะดึงรูขุมขนบนผิวหนังของเราให้ตั้งชันขึ้น จนกลายเป็นตุ่มเล็กๆ บนผิวหนังที่เราเรียกกันติดปากว่าขนลุกนั่นเอง

หากย้อนกลับไปมองอดีตอันไกลโพ้น บรรพบุรุษของเราไม่ได้เป็นมนุษย์ที่แต่งตัวมิดชิดเหมือนทุกวันนี้ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนหนาปกคลุมร่างกายอยู่ทั่วไปหมด กลไกการทําให้ขนลุกจึงมีหน้าที่สําคัญสองอย่างหลักๆ

อย่างแรกคือการสร้างชั้นฉนวนความร้อน เพราะเมื่อขนตั้งชันขึ้น อากาศจะติดอยู่ระหว่างเส้นขนมากขึ้น ทําหน้าที่เหมือนกําแพงกั้นความร้อนไม่ให้หลุดออกจากร่างกายไปง่ายๆ รวมถึงดักจับอากาศอุ่นไว้ใกล้ผิวหนัง

ช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อุ่นขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ นี่คือเหตุผลว่าทําไมพอเราเริ่มสัมผัสกับความเย็น ร่างกายจึงสั่งการทันทีเพื่อหวังจะสร้างไออุ่นให้เรานั่นเอง

ในขณะที่สถานการณ์ของความรู้สึกกลัวหรือตื่นเต้น อาการขนลุกก็มีหน้าที่ประการที่สองคือการข่มขู่ศัตรู เมื่อสัตว์ที่มีขนยาวเกิดความรู้สึกตกใจหรือกลัว

กล้ามเนื้อโคนขนจะหดตัวพองขนขึ้นเพื่อให้ร่างกายดูมีขนาดใหญ่โตกว่าความเป็นจริง นอกจากจะดูน่าเกรงขามขึ้นแล้ว ยังช่วยป้องกันการโจมตีหรือทําให้ศัตรูเข้าถึงผิวหนังได้ยากขึ้นอีกด้วย

ถึงแม้ว่ามนุษย์ในปัจจุบันจะวิวัฒนาการจนแทบไม่มีขนหนาเตอะหลงเหลืออยู่ให้พองตัวดูน่ากลัวได้เหมือนสัตว์ป่า แต่กลไกการสั่งงานของสมองและกล้ามเนื้อชุดเดิมนี้ยังคงถูกส่งต่อมาจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน

ทําให้เมื่อไหร่ก็ตามที่ระบบประสาทส่วนกลางถูกกระตุ้นด้วยความเครียด ความกลัว หรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ร่างกายก็จะยังคงแสดงปฏิกิริยานี้ออกมาเป็นปกติ

แม้จะไม่ได้ช่วยอะไรในแง่ของความอบอุ่นหรือการข่มขู่ในโลกสมัยใหม่แล้วก็ตาม แต่การที่ขนลุกยังคงอยู่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า

สัญชาตญาณดิบที่ช่วยให้มนุษย์รอดชีวิตมาได้นั้นยังคงแฝงตัวอยู่ในร่างกายเราเสมอมาโดยที่เราไม่เคยรู้ตัวเลย

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 49 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: เศรษฐีนี สวย รวย โสด, ไปเซเว่นเอาอะไรไหม๊
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวมรีวิวหนังดัง PRINCE OF PERSIA THE SAND OF TIME9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็นเปิด 5 รถมอเตอร์ไซค์ยุค 90 ที่ผลิตน้อย จนกลายเป็นรถหายากในไทยประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านเปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?5 รถยนต์มือสองยุค 90s ที่ราคามือสองแพงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง!ไปชายหาดเปลือยครั้งแรก ต้องรู้อะไรบ้าง5 กล้องฟิล์มมือสองยอดฮิต จากราคาที่เคยจับต้องได้ สู่ตลาดปี 2026 ที่พุ่งแรงจนน่าตกใจเปิดมูลค่า 10 แผ่นเสียง Vinyl หายากในไทย ที่ดีเจและนักสะสมแย่งกันซื้อเผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นักศึกษาจากประเทศไหน เข้ามาเรียนต่อในไทยมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ยาปลุกเซ็กไม่ใช่ยาเพิ่มอารมณ์ และอาหารธรรมชาติไม่มีไวอากร้ากางเกงยีนส์ที่ใส่ซ้ำสะสมคราบเหงื่อและจุลินทรีย์ไว้ด้านในกลิ่นรอบคอเกิดจากเหงื่อ ไขมัน และจุลินทรีย์บนผิวหนังสบู่ตกชักโครกควรล้างก่อนนำกลับมาใช้
ตั้งกระทู้ใหม่