หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กิน "กลูต้า" ทำไมถึงขาว? ย้อนดูจุดเริ่มต้นจาก “ยาฟอกตับ” สู่อาหารเสริมผิวขาว

เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด

ในยุคที่เทรนด์ผิวขาวกระจ่างใสยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ชื่อของ "กลูต้าไธโอน" (Glutathione) ย่อมเป็นสารสกัดอันดับต้น ๆ ที่ทุกคนนึกถึง แต่รู้หรือไม่ว่า แท้จริงแล้วสารที่หลายคนยอมจ่ายเงินซื้อมากินหรือฉีดเพื่อให้ผิวขาวนั้น ไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อความงามเลยแม้แต่น้อย แต่มันคือ "ยารักษาโรคตับ"

อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ยาล้างพิษตับ กลายมาเป็นไอเทมลับของวงการบิวตี้? เราจะพาย้อนไปดูจุดเริ่มต้นและกลไกความจริงของสารตัวนี้กันค่ะ

 

จุดเริ่มแรก: ยาฉีดล้างพิษและรักษาโรคตับในทางการแพทย์ 

กลูต้าไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้ในระดับหนึ่ง โดยถูกนำมาใช้ในรูปแบบ "ยาฉีด" เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคตับมาเป็นเวลานาน หน้าที่หลักของมันคือการเข้าไปช่วยล้างสารพิษ (Detoxification) และช่วยฟื้นฟูเซลล์ตับที่เสียหายจากภาวะตับอักเสบหรือการทำงานของตับที่ผิดปกติ เรียกได้ว่าเป็นฮีโร่ที่ช่วยกู้ชีพตับโดยเฉพาะ

 

ผลข้างเคียงที่เปลี่ยนวงการ: จากยารักษา สู่สารความงาม

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อแพทย์ที่ทำการรักษาผู้ป่วยโรคตับ สังเกตเห็น "ผลข้างเคียง" (Side Effect) ที่น่าทึ่ง นั่นคือ ผู้ป่วยที่ได้รับยากลูต้าไธโอนมีผิวพรรณที่ขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เนื่องจากกลูต้าไธโอนมีฤทธิ์ไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่สร้างเม็ดสีผิวเข้ม (Melanin) ทำให้ร่างกายผลิตเม็ดสีที่อ่อนลง ผิวจึงดูขาวขึ้น ผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิดนี้เอง ทำให้วงการความงามหยิบยกกระแสนี้มาต่อยอดและเผยแพร่ จนกลายเป็นค่านิยมความงามที่แพร่หลายในเวลาต่อมา

 

กินกลูต้าแล้วขาวจริงไหม? ความจริงในปัจจุบัน

เมื่อกระแสฉีดกลูต้าโด่งดัง ธุรกิจอาหารเสริมจึงพัฒนา "กลูต้าไธโอนแบบรับประทาน" ออกมาวางจำหน่ายตามท้องตลาดอย่างแพร่หลาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว การกินกลูต้าไธโอนเพื่อให้ผิวขาวนั้นแทบไม่เห็นผล หรือดูดซึมได้น้อยมาก เนื่องจากเมื่อเรากินเข้าไป สารกลูต้าไธโอนจะถูกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้ของเราย่อยสลายกลายเป็นกรดแอมิโนไปก่อนที่จะสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปออกฤทธิ์ที่ผิวหนังได้

 

ข้อควรระวังที่ห้ามมองข้าม

ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย "ยังไม่เคยมีการรับรองให้ใช้กลูต้าไธโอนชนิดฉีดเพื่อวัตถุประสงค์ในการทำผิวขาวเลย" การรับรองยังคงจำกัดเฉพาะการใช้รักษาโรคตับเท่านั้น

นอกจากนี้ การฉีดกลูต้าไธโอนเข้าเส้นเลือดดำเพื่อหวังผลเรื่องผิวขาวตามคลินิกเถื่อนหรือซื้อมาฉีดเอง มีความเสี่ยงสูงมาก อาจทำให้เกิดการแพ้ยาอย่างรุนแรง ความดันตก หรือช็อกได้ หากจำเป็นต้องใช้หรือรักษา ต้องอยู่ภายใต้การดูแลและทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

กลูต้าไธโอนเริ่มต้นจากการเป็นยารักษาและล้างพิษตับ ส่วนเรื่องผิวขาวเป็นเพียงผลข้างเคียงของยาเท่านั้น ดังนั้นก่อนจะเลือกซื้ออาหารเสริมมากิน หรือเลือกฉีดสารใด ๆ เข้าสู่ร่างกาย ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ เพราะผิวที่สุขภาพดีและปลอดภัย ย่อมสำคัญกว่าผิวที่ขาวใสแต่ต้องเสี่ยงชีวิตค่ะ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เศรษฐีนี สวย รวย โสด's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 57 ครั้ง
เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด
ชอบอ่าน ชอบเขียน แต่ไม่ใช่นักเขียนค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: เศรษฐีนี สวย รวย โสด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุดBYD จ่อโค่น Toyota ศึกตลาดรถออสเตรเลียย้อนเวลาไปดูจุดเริ่มต้นของสี โลกที่เราเห็นทุกวันนี้เกิดขึ้นมาได้ยังไง?ตกนรก 1 วัน เจออะไรบ้าง?เหงาแค่ไหนก็มีเธอ... เมื่อ "แฟน AI" กลายเป็นที่พึ่งทางใจใหม่ของคนยุคนี้Rafflesia ดอกไม้ยักษ์ที่ไม่มีใบและลำต้นแบบพืชทั่วไปนักสำรวจพบ 'ดาวคล้ายโลก' ขนาดใกล้เคียงอยู่ห่างออกไป 150 ปีแสง108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้มหัศจรรย์ถังน้ำธรรมชาติ 5 ต้นไม้สุดทึ่งที่สร้างแหล่งน้ำไว้กลางลำต้น5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้งไม่ใช่ 3 จังหวัด! ไทยมีเพียง 2 จังหวัดที่ติดเพื่อนบ้านสองประเทศย้อนเวลาไปดูจุดเริ่มต้นของสี โลกที่เราเห็นทุกวันนี้เกิดขึ้นมาได้ยังไง?จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ตรวจปัสสาวะเจอโปรตีน ไม่ได้แปลว่าไตพังเสมอ แล้วมันเกิดจากอะไรได้บ้าง?FBS กับ HbA1c ต่างกันยังไง? ทำไมบางคนอดอาหารตรวจน้ำตาลปกติ แต่ HbA1c กลับสูงตรวจไขมันในเลือด ต้องอดอาหารทุกครั้งไหม? จริง ๆ แล้วหลายกรณี “ไม่ต้อง”CBC อยู่ในแพ็กเกจตรวจสุขภาพแทบทุกที่ แต่คนที่ไม่มีอาการจำเป็นต้องตรวจทุกปีไหม?
ตั้งกระทู้ใหม่