กิน "กลูต้า" ทำไมถึงขาว? ย้อนดูจุดเริ่มต้นจาก “ยาฟอกตับ” สู่อาหารเสริมผิวขาว
ในยุคที่เทรนด์ผิวขาวกระจ่างใสยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ชื่อของ "กลูต้าไธโอน" (Glutathione) ย่อมเป็นสารสกัดอันดับต้น ๆ ที่ทุกคนนึกถึง แต่รู้หรือไม่ว่า แท้จริงแล้วสารที่หลายคนยอมจ่ายเงินซื้อมากินหรือฉีดเพื่อให้ผิวขาวนั้น ไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อความงามเลยแม้แต่น้อย แต่มันคือ "ยารักษาโรคตับ"
อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ยาล้างพิษตับ กลายมาเป็นไอเทมลับของวงการบิวตี้? เราจะพาย้อนไปดูจุดเริ่มต้นและกลไกความจริงของสารตัวนี้กันค่ะ
จุดเริ่มแรก: ยาฉีดล้างพิษและรักษาโรคตับในทางการแพทย์
กลูต้าไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้ในระดับหนึ่ง โดยถูกนำมาใช้ในรูปแบบ "ยาฉีด" เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคตับมาเป็นเวลานาน หน้าที่หลักของมันคือการเข้าไปช่วยล้างสารพิษ (Detoxification) และช่วยฟื้นฟูเซลล์ตับที่เสียหายจากภาวะตับอักเสบหรือการทำงานของตับที่ผิดปกติ เรียกได้ว่าเป็นฮีโร่ที่ช่วยกู้ชีพตับโดยเฉพาะ
ผลข้างเคียงที่เปลี่ยนวงการ: จากยารักษา สู่สารความงาม
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อแพทย์ที่ทำการรักษาผู้ป่วยโรคตับ สังเกตเห็น "ผลข้างเคียง" (Side Effect) ที่น่าทึ่ง นั่นคือ ผู้ป่วยที่ได้รับยากลูต้าไธโอนมีผิวพรรณที่ขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เนื่องจากกลูต้าไธโอนมีฤทธิ์ไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่สร้างเม็ดสีผิวเข้ม (Melanin) ทำให้ร่างกายผลิตเม็ดสีที่อ่อนลง ผิวจึงดูขาวขึ้น ผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิดนี้เอง ทำให้วงการความงามหยิบยกกระแสนี้มาต่อยอดและเผยแพร่ จนกลายเป็นค่านิยมความงามที่แพร่หลายในเวลาต่อมา
กินกลูต้าแล้วขาวจริงไหม? ความจริงในปัจจุบัน
เมื่อกระแสฉีดกลูต้าโด่งดัง ธุรกิจอาหารเสริมจึงพัฒนา "กลูต้าไธโอนแบบรับประทาน" ออกมาวางจำหน่ายตามท้องตลาดอย่างแพร่หลาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว การกินกลูต้าไธโอนเพื่อให้ผิวขาวนั้นแทบไม่เห็นผล หรือดูดซึมได้น้อยมาก เนื่องจากเมื่อเรากินเข้าไป สารกลูต้าไธโอนจะถูกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้ของเราย่อยสลายกลายเป็นกรดแอมิโนไปก่อนที่จะสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปออกฤทธิ์ที่ผิวหนังได้
ข้อควรระวังที่ห้ามมองข้าม
ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย "ยังไม่เคยมีการรับรองให้ใช้กลูต้าไธโอนชนิดฉีดเพื่อวัตถุประสงค์ในการทำผิวขาวเลย" การรับรองยังคงจำกัดเฉพาะการใช้รักษาโรคตับเท่านั้น
นอกจากนี้ การฉีดกลูต้าไธโอนเข้าเส้นเลือดดำเพื่อหวังผลเรื่องผิวขาวตามคลินิกเถื่อนหรือซื้อมาฉีดเอง มีความเสี่ยงสูงมาก อาจทำให้เกิดการแพ้ยาอย่างรุนแรง ความดันตก หรือช็อกได้ หากจำเป็นต้องใช้หรือรักษา ต้องอยู่ภายใต้การดูแลและทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
กลูต้าไธโอนเริ่มต้นจากการเป็นยารักษาและล้างพิษตับ ส่วนเรื่องผิวขาวเป็นเพียงผลข้างเคียงของยาเท่านั้น ดังนั้นก่อนจะเลือกซื้ออาหารเสริมมากิน หรือเลือกฉีดสารใด ๆ เข้าสู่ร่างกาย ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ เพราะผิวที่สุขภาพดีและปลอดภัย ย่อมสำคัญกว่าผิวที่ขาวใสแต่ต้องเสี่ยงชีวิตค่ะ
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ความลับของลูกปิงปองที่ซ่อนอยู่ในลูกกลมเบาแค่ 2.7 กรัม
กินหมูดิบยังอันตรายและเสี่ยงโรคอะไรบ้าง
ทำไมเวลาเวียนหัวจึงคลื่นไส้จนต้องอาเจียน
10 ลางบอกเหตุก่อนถูกรางวัล จากประสบการณ์ที่ผู้โชคดีเคยเล่าไว้
ทำไมเด็กดอยบางที่ในภาคเหนือถึงพูดภาษาจีนได้ปร๋อ
เลขเด็ดแม่จำเนียร “แม่จำเนียร” คือใคร? จากชื่อที่กลายเป็นตำนานในวงการหวยไทย
วิธีเก็บอาหารร้อนให้ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69
ทิชชูใช้แล้ว ควรทิ้งไว้ในจานหรือวางไว้บนโต๊ะ?
ทำไมเด็กดอยบางที่ในภาคเหนือถึงพูดภาษาจีนได้ปร๋อ



