หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทัพไทยพัฒนาเอง เปิด 5 เทคโนโลยีโดรนโจมตี–หุ่นยนต์รบ รับภารกิจชายแดน

เขียนโดย Mind Matter

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กองทัพไทยได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีการรบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พร้อมต่อการดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาช่วยเสริมกำลังรบ ซึ่งหนึ่งในความก้าวหน้าที่น่าจับตามองคือการผลิตโดรนโจมตีและหุ่นยนต์รบขึ้นมาใช้ในภารกิจต่าง ๆ บนแนวชายแดน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2561 (2018) เป็นต้นมา กองทัพไทยได้ลงทุนและพยายามสร้างสรรค์เทคโนโลยีเหล่านี้ขึ้นมาเองแบบทำเองกับมือ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะหน้าและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างคล่องตัว

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กองทัพไทยและหน่วยงานด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศได้เดินหน้าพัฒนาอากาศยานไร้คนขับ หุ่นยนต์ภาคพื้น และระบบต่อต้านโดรน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจการณ์ รับมือภัยคุกคาม และลดความเสี่ยงที่กำลังพลต้องเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่อันตรายโดยตรง

หนึ่งในความก้าวหน้าที่ถูกจับตามอง คือการพัฒนาเทคโนโลยีหลายประเภทภายในประเทศ ทั้งโดรนตรวจการณ์ระยะไกล โดรนที่สามารถใช้อาวุธนำวิถี โดรนโจมตี หุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด ตลอดจนระบบตรวจจับและต่อต้านโดรน

การพัฒนาเหล่านี้ไม่ได้หมายถึงการสร้างอาวุธเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างองค์ความรู้ บุคลากร ระบบซ่อมบำรุง และห่วงโซ่อุตสาหกรรมภายในประเทศ เพื่อให้สามารถปรับเทคโนโลยีให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่และความต้องการของหน่วยปฏิบัติได้รวดเร็วขึ้น

ทำไมโดรนและหุ่นยนต์จึงมีบทบาทมากขึ้น

การใช้โดรนช่วยให้หน่วยปฏิบัติสามารถตรวจการณ์และเก็บข้อมูลจากระยะไกล โดยไม่จำเป็นต้องส่งกำลังพลเข้าใกล้พื้นที่เสี่ยงทันที ข้อมูลภาพและข้อมูลจากเซ็นเซอร์ยังสามารถช่วยสนับสนุนการประเมินสถานการณ์และการตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น

ส่วนหุ่นยนต์ภาคพื้นสามารถใช้สำรวจพื้นที่แคบ ตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย หรือเข้าไปทำงานในบริเวณที่อาจมีวัตถุระเบิดและอันตรายอื่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

สำหรับเทคโนโลยีของไทยที่ถูกพูดถึง มีอย่างน้อย 5 กลุ่มสำคัญ ดังนี้

1. DP-20 หรือ D-eyes 04 โดรนตรวจการณ์ระยะไกล

โดรนตรวจการณ์ที่สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ สทป. (DTI) พัฒนาร่วมกับกองทัพบกไทย ผ่านสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก มีชื่อว่า DP-20 หรืออีกชื่อหนึ่งว่า D-eyes 04

DP-20 จัดอยู่ในกลุ่มอากาศยานไร้คนขับทางยุทธวิธี ซึ่งออกแบบให้สามารถบินในระดับเพดานบินปานกลางและอยู่ในอากาศได้นาน

ตัวอากาศยานมีปีกกว้างประมาณ 13.4 เมตร ลำตัวยาวประมาณ 6.5 เมตร ผลิตจากวัสดุคอมโพสิตที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง รองรับน้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุดได้ประมาณ 750 กิโลกรัม และมีความเร็วเดินทางราว 150–180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จุดเด่นของ DP-20 คือการใช้ในภารกิจลาดตระเวน สอดแนม และตรวจการณ์ระยะไกล โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนหรือพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งการมองเห็นสถานการณ์จากทางอากาศสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลให้แก่หน่วยภาคพื้นได้

ข้อมูลเกี่ยวกับขนาดและสมรรถนะหลักของ DP-20 สอดคล้องกับรายละเอียดที่เผยแพร่เกี่ยวกับโครงการอากาศยานไร้คนขับของไทย

2. DP16 โดรนที่ทดสอบใช้อาวุธนำวิถี

อีกหนึ่งโครงการที่ถูกจับตามองคือ DP16 ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท แอร์โร เทคโนโลยี อินดัสทรี จำกัด หรือ ATIL หนึ่งในบริษัทร่วมทุนของ สทป.

DP16 ได้รับการทดสอบทิ้งอาวุธนำวิถีด้วยแสงเลเซอร์แบบไม่ติดหัวรบ จำนวน 2 ลูก โดยทำการบินที่ความสูงประมาณ 6,000 ฟุต หรือใกล้เคียง 2 กิโลเมตร และมีเป้าหมายอยู่ห่างออกไปในแนวระดับประมาณ 2 กิโลเมตร

อาวุธทดสอบใช้เวลาประมาณ 25 วินาที ในการเข้าสู่เป้าหมาย ถือเป็นพัฒนาการที่แสดงให้เห็นว่าอากาศยานไร้คนขับของไทยสามารถต่อยอดจากภารกิจตรวจการณ์ ไปสู่การสนับสนุนระบบโจมตีแบบแม่นยำได้

อย่างไรก็ตาม การทดสอบดังกล่าวเป็นการใช้อุปกรณ์ทดสอบแบบ ไม่ติดหัวรบ จึงควรแยกออกจากการใช้อาวุธจริงในการปฏิบัติการ

3. โดรนโจมตีตระกูล KB

โดรนโจมตีตระกูล KB เป็นผลงานที่พัฒนาภายในประเทศโดยหน่วยงานของกองทัพอากาศไทย โดยมีต้นแบบ KB-10 เปิดตัวในงาน Dronetech Asia เมื่อปี 2567 ก่อนพัฒนาต่อมาเป็นรุ่นย่อย เช่น KB-5E และ KB-10G

สำหรับข้อมูลในต้นฉบับ ระบุว่า KB-10G มีปีกกว้างประมาณ 1.7 เมตร น้ำหนักรวมประมาณ 40 กิโลกรัม สามารถบรรทุกหัวรบน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม และใช้เครื่องยนต์ลูกสูบ

มีความเร็วเดินทางราว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยปฏิบัติการสูงสุดตามข้อมูลที่เผยแพร่ประมาณ 500 กิโลเมตร และสามารถเพิ่มความเร็วในช่วงเข้าหาเป้าหมายได้ถึงประมาณ 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระบบนำร่องใช้การทำงานร่วมกันระหว่างระบบดาวเทียม GPS และระบบนำร่องเฉื่อย INS เพื่อเพิ่มความแม่นยำและช่วยให้ระบบยังคงทำงานได้ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน

โดรนในกลุ่มนี้ถูกออกแบบสำหรับภารกิจโจมตีเป้าหมายทางทหาร เช่น ระบบเรดาร์ ยานเกราะ ฐานปฏิบัติการ หรือเป้าหมายทางยุทธศาสตร์

ส่วนข้อระบุในต้นฉบับว่าโดรนตระกูล KB ถูกนำไปใช้ระหว่างเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ยังไม่มีรายละเอียดปฏิบัติการจากแหล่งทางการที่เปิดเผยอย่างเพียงพอ จึงควรใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนสรุป

4. D-EMPIR V.4 และ NOONAR V.4 หุ่นยนต์สำหรับพื้นที่เสี่ยง

หุ่นยนต์ที่ได้รับการพูดถึงมาก ได้แก่ D-EMPIR V.4 สำหรับภารกิจตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด และ NOONAR V.4 หุ่นยนต์ตรวจการณ์ขนาดเล็กที่ออกแบบให้พกพาได้สะดวก

ทั้งสองรุ่นเป็นผลงานที่ สทป. พัฒนาร่วมกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านการรับรองมาตรฐานยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2565 สำหรับระบบยานภาคพื้นไร้คนขับในภารกิจตรวจการณ์ และ/หรือเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด

D-EMPIR V.4 มีจุดเด่นด้านความคล่องตัว สามารถควบคุมแบบไร้สายในระยะประมาณ 300 เมตร ทำงานต่อเนื่องได้ราว 2 ชั่วโมง และใช้แขนกลยกวัตถุต้องสงสัยที่มีน้ำหนักได้ถึงประมาณ 30 กิโลกรัม

ส่วน NOONAR V.4 เน้นขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และพกพาง่าย สามารถควบคุมจากระยะไกลประมาณ 300 เมตร ทำงานต่อเนื่องได้ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที และได้รับการออกแบบให้มีความทนทานต่อแรงกระแทก

หุ่นยนต์ประเภทนี้ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะด้านการทหารเท่านั้น แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้ในงานค้นหา สำรวจพื้นที่เกิดภัยพิบัติ และตรวจสอบอาคารหรือพื้นที่ที่อาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้ โดยในปี 2568 สทป. เคยส่ง D-EMPIR V.4 และ NOONAR V.4 สนับสนุนภารกิจสำรวจพื้นที่อาคารถล่มในกรุงเทพฯ

สำหรับพื้นที่ชายแดนที่อาจยังมีทุ่นระเบิดหรือวัตถุระเบิดตกค้าง หุ่นยนต์เหล่านี้สามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่จากระยะปลอดภัย ก่อนตัดสินใจส่งกำลังพลเข้าไปปฏิบัติภารกิจ

5. ระบบแอนตี้โดรน ฝีมือการพัฒนาของไทย

เมื่อการใช้โดรนแพร่หลายมากขึ้น เทคโนโลยีสำหรับตรวจจับและต่อต้านโดรนก็กลายเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของการรักษาความปลอดภัย

ระบบแอนตี้โดรน หรือระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ อาจใช้เทคโนโลยีหลายประเภททำงานร่วมกัน เช่น เรดาร์ กล้องตรวจการณ์ กล้องภาพความร้อน ระบบวิเคราะห์คลื่นวิทยุ และอุปกรณ์รบกวนสัญญาณ

เป้าหมายคือการตรวจจับ ระบุตำแหน่ง ติดตาม และลดความเสี่ยงจากโดรนที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจบินเข้าใกล้พื้นที่สำคัญ เช่น ฐานทัพ สนามบิน โรงงาน หรือพื้นที่จัดกิจกรรมขนาดใหญ่

ภาคเอกชนไทย เช่น Digital Research and Consulting หรือ DRC มีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านระบบสื่อสาร ระบบรบกวนสัญญาณ และอุปกรณ์ต่อต้านโดรน โดยนำองค์ความรู้ด้านโทรคมนาคมมาประยุกต์ใช้กับงานด้านความมั่นคง

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของระบบต่อต้านโดรนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งชนิดของโดรน ระบบควบคุม คลื่นความถี่ สภาพภูมิประเทศ และข้อจำกัดทางกฎหมาย จึงไม่มีระบบใดที่สามารถรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบได้ด้วยอุปกรณ์เพียงชนิดเดียว

จากการซื้อเทคโนโลยี สู่การสร้างองค์ความรู้ในประเทศ

การพัฒนาโดรน หุ่นยนต์ และระบบต่อต้านโดรนภายในประเทศ สะท้อนความพยายามเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

ประโยชน์ไม่ได้อยู่เพียงการลดการนำเข้า แต่ยังรวมถึงการปรับปรุงอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับภารกิจ การซ่อมบำรุงภายในประเทศ และการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรม ซอฟต์แวร์ การสื่อสาร และระบบอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีทางทหารยังต้องผ่านการทดสอบ การรับรองมาตรฐาน และการประเมินผลจากการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลด้านสมรรถนะบางส่วนอาจเป็นข้อมูลของต้นแบบหรือข้อมูลที่เปิดเผยในช่วงการพัฒนา จึงควรตรวจสอบสถานะล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปเปรียบเทียบหรือสรุปขีดความสามารถ

สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ไทยกำลังเดินหน้าจากการเป็นผู้ใช้งานเทคโนโลยี ไปสู่การมีส่วนร่วมในการวิจัย ออกแบบ ผลิต และซ่อมบำรุงด้วยองค์ความรู้ภายในประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างเครื่องมือที่ตอบโจทย์ภารกิจด้านความมั่นคงและช่วยลดความเสี่ยงต่อกำลังพลในระยะยาว

เนื้อหาโดย: Mind Matter
REFERENCES:

https://www.dti.or.th/page_bx.php?cid=27&cno=7173

https://www.dti.or.th/page_bx.php?cid=38&cno=6777&cno2=0&lang=thai&show=7

https://www.dti.or.th/page_bx.php?cid=27&cno=7931

https://www.tnnthailand.com/tech/220440/

หมายเหตุ: รายละเอียดบางส่วนเกี่ยวกับโดรนตระกูล KB และข้อกล่าวถึงการใช้งานจริงในเหตุปะทะชายแดน ยังไม่พบข้อมูลทางการที่เปิดเผยเพียงพอ
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 21 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทยช่องแคบฮอร์มุซสำคัญแค่ไหน ทำไมน้ำมันไทยต้องแพงสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69ข้อเสนอลาออกโดยสมัครใจ ตรวจสอบสิทธิก่อนเซ็นวิธีเช็กดอกยางรองเท้าเสื่อมสภาพที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามเจาะลึกปลาเค็ม ทำไมกลิ่นแรง แล้วเสียหรือไม่ สังเกตอย่างไร4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด10 ลางบอกเหตุก่อนถูกรางวัล จากประสบการณ์ที่ผู้โชคดีเคยเล่าไว้ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุดโฮโม ฟลอเรเซียนซิส มนุษย์ฮอบบิทผู้ลึกลับแห่งเกาะฟลอเรสทำไมปลากัดอยู่รวมกันไม่ได้?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
เผย 7 วิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดไฟไหม้ ตำรวจสอบสวนกลางย้ำ “อย่าหนีเข้าห้องน้ำ”รถทัวร์ไทยไม่ธรรมดา! เปิดประสบการณ์ VIP ที่หลายคนนั่งแล้วติดใจ5 คนดังที่เคยพูดถึงแนวคิด “เราอาจอยู่ในโลกจำลอง” Simulation Hypothesisคำคมและแนวคิดจาก อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก ที่สะท้อนวิธีคิดเรื่องความสำเร็จ
ตั้งกระทู้ใหม่