วิธีรับมือเมื่อพ่อแม่แฟนมาขอยืมเงินอย่างไรให้ถนอมความสัมพันธ์
เวลาที่คบหากับใครสักคนมาได้ระยะหนึ่ง ความสัมพันธ์มักจะขยับขยายไปถึงเรื่องของครอบครัวทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นเรื่องดีที่เราจะได้รู้จักและใกล้ชิดกับพ่อแม่ของแฟนมากขึ้น
แต่บางครั้งสถานการณ์ที่อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกลำบากใจที่สุด คือการที่ผู้ใหญ่ฝ่ายแฟนเอ่ยปากขอยืมเงิน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องหนี้สิน ค่ารักษาพยาบาล หรือการลงทุน
การปฏิเสธผู้ใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะนอกจากจะต้องรักษาความสัมพันธ์กับแฟนแล้ว เรายังต้องรักษาน้ำใจของท่านเหล่านั้นด้วย แต่การตัดสินใจให้เงินก้อนไปโดยไม่พิจารณาให้ดี
อาจส่งผลเสียมากกว่าที่คิดทั้งในแง่ของสถานะการเงินส่วนตัวและปัญหาความสัมพันธ์ระยะยาว
เมื่อเจอสถานการณ์นี้ อันดับแรกที่อยากแนะนำคือการตั้งสติและประเมินสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการยืมเงินระหว่างญาติพี่น้องหรือคนใกล้ชิดมีความละเอียดอ่อนมากกว่าการกู้ยืมในระบบธนาคาร
หลายคนมักจะปฏิเสธไม่ลงเพียงเพราะเกรงใจ ซึ่งความเกรงใจนี้เองที่มักจะกลายเป็นกับดัก หากเรามีกำลังทรัพย์มากพอและมองว่าการหยิบยื่นให้นั้นไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายหลักหรือเงินสำรองฉุกเฉินของตัวเอง
การช่วยเหลือในระดับที่พอเหมาะอาจทำได้ แต่ถ้ามองแล้วว่าจำนวนเงินนั้นส่งผลกระทบต่อแผนการเงินของตัวเอง การปฏิเสธคือทางเลือกที่คุณมีสิทธิ์ทำได้โดยสมบูรณ์
วิธีการสื่อสารคือหัวใจสำคัญ หากตัดสินใจจะปฏิเสธ ไม่ควรพูดด้วยท่าทีแข็งกร้าวหรือแสดงความไม่พอใจ แต่ให้ใช้เหตุผลที่เรียบง่ายและเป็นความจริง เช่น การอธิบายเรื่องภาระค่าใช้จ่ายที่เราต้องดูแลในแต่ละเดือน
หรือบอกถึงแผนการออมเงินที่มีเป้าหมายชัดเจน ซึ่งการยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่าเราเองก็มีภาระที่จัดการอยู่เป็นวิธีที่ผู้ใหญ่หลายท่านมักจะเข้าใจได้มากกว่าการพยายามหาคำโกหกมาสร้างกำแพงกั้นกลาง
การสื่อสารด้วยความอ่อนน้อมจะช่วยให้ความสัมพันธ์ไม่สั่นคลอนไปมากกว่านี้
นอกจากนี้ สิ่งที่คุณต้องคุยอย่างจริงจังคือการปรึกษาแฟนของตัวเอง หลายคนมองข้ามจุดนี้ไปเพราะกลัวแฟนจะลำบากใจหรือกลัวแฟนจะเข้าข้างพ่อแม่จนมาบีบบังคับเรา
แต่ในความเป็นจริงปัญหาเรื่องเงินเป็นเรื่องของคนสองคนที่คบกัน หากคุณไม่บอกแฟน แฟนก็อาจจะมองไม่เห็นปัญหาที่เกิดขึ้น หรืออาจจะไม่รับรู้ถึงความลำบากใจของเรา การสื่อสารกับแฟนเป็นเรื่องปกติที่ควรทำ
เพื่อให้เขาเข้าใจว่าเรามีความคิดเห็นอย่างไร และขอให้เขาช่วยเป็นตัวกลางในการเจรจาหรือทำความเข้าใจกับทางพ่อแม่ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยป้องกันการเก็บความรู้สึกอึดอัดไว้คนเดียวจนกลายเป็นระเบิดเวลาทางอารมณ์
สุดท้ายขอให้จำไว้ว่าการช่วยเหลือเท่าที่ทำได้โดยไม่เบียดเบียนตัวเองคือหลักปฏิบัติที่ดีที่สุด หากต้องให้ยืมควรมีการพูดคุยตกลงเรื่องการคืนเงินให้ชัดเจนตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่แค่เรื่องรายละเอียดของยอดเงิน
แต่รวมถึงระยะเวลาด้วย การทำสิ่งที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรกจะช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาเถียงกันภายหลัง หากคุณไม่สามารถรับความเสี่ยงที่จะไม่ได้เงินคืนได้เลย ให้ถือว่าเงินก้อนนั้นอาจไม่มีวันได้กลับมา
ดังนั้นอย่าให้ในจำนวนที่เมื่อเสียไปแล้วจะทำให้คุณเดือดร้อน การดูแลความสัมพันธ์ให้ยั่งยืนไม่ได้วัดกันที่จำนวนเงินที่ช่วยเหลือ แต่อยู่ที่การมีความเข้าใจและร่วมมือกันจัดการปัญหาเมื่อถึงคราวจำเป็น
เพื่อให้ทุกฝ่ายรักษาน้ำใจและมิตรภาพที่ดีแก่กันต่อไป
ขอบคุณภาพโดย pasja1000 ผ่าน Pixabay: ดูรูปต้นฉบับบน Pixabay
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
ผงซักฟอกดึงคราบสกปรกออกจากผ้าได้อย่างไร
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
กับดักวัฒนธรรมประชุมดึก เมื่อการอยู่ล่วงเวลาไม่ได้แปลว่าทุ่มเทเสมอไป
กับดักของคำว่าทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งเองที่ขวางการเติบโต
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
7 ชื่อที่คนไทยใช้เยอะที่สุด
เจาะลึกประวัติศาสตร์ปาท่องโก๋ขนมยอดฮิตคู่ครัวไทยที่มาไกลจากเมืองจีน
เข็มทิศรู้ทิศเหนือได้อย่างไร

