10 อันดับ "ผี" และสภาพที่เกิดจากคนมีของแล้วพลาด
10 อันดับ "ผี" และสภาพที่เกิดจากคนมีของแล้วพลาด
เมื่อผู้เรียนวิชาพฤติกรรมเปลี่ยน หรือทำผิดข้อห้าม (ผิดครู/พรากของ/ทำลายสัจจะ) จะเรียกว่า "ของเข้าตัว" หรือ "ของพัง" ซึ่งตามความเชื่อภาคสนามและเอกสารอ้างอิงทางวัฒนธรรมไทย มักจะกลายสภาพหรือถูกสิงสู่จนกลายเป็น "ผี" หรือมีลักษณะคล้ายผีใน 10 รูปแบบหลัก ๆ ดังนี้
1. ผีปอบ
- ลักษณะ: เป็นอันดับ 1 ที่พบมากที่สุด เกิดจากผู้ที่เรียนวิชาอาคม (โดยเฉพาะวิชาเมตตามหานิยม วิชาคงกระพัน หรือมนต์ดำ) แล้วไม่สามารถรักษาข้อห้าม (คะลำ) ได้ เช่น กินเนื้อต้องห้าม ทำผิดสัจจะ หรือแก่ตัวลงจนควบคุมวิชาไม่ได้ วิชาจึงกลายเป็นสิงร่าง กลืนกินตับไตไส้พุงของตัวเองและต้องไปเสาะหาของดิบของคาวกินในร่างคนอื่น
- แหล่งที่มา/อ้างอิง: สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน (มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์) และงานวิจัย “ความเชื่อเรื่องผีปอบในสังคมอีสาน” โดยสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
2. ผีกระหัง
- ลักษณะ: ในอดีตเชื่อว่าเกิดจากผู้ชายที่เรียนวิชาอาคมสายดำ พลังจิตต่ำ หรือทำผิดครูอย่างร้ายแรง จนทำให้วิชาควบคุมจิตใจ ร่างกายแปรเปลี่ยน ชอบกินของโสโครก และใช้กระด้งฝัดข้าวต่างปีกในการบินตอนกลางคืน
- แหล่งที่มา/อ้างอิง: บันทึกวรรณกรรมท้องถิ่นภาคกลาง และบทความวิเคราะห์คติชนวิทยาเรื่อง “ผีกระสือ-กระหัง: ภาพสะท้อนของผิดครูในสังคมไทย” โดยคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
3. เสือสมิง (หรือ ผีเสือ)
- ลักษณะ: เกิดจากพรานป่าหรือผู้มีอาคมสายคงกระพัน/แปลงกาย ที่แก่กล้าวิชามาก ๆ หรือใช้มนต์ดำฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมากเกินไป จนกระทั่งวิชา "ย้อนเข้าตัว" (ของพัง) ทำให้กู่ไม่กลับ ร่างกายกลายเป็นเสือลายพาดกลอน แต่จิตใจเป็นผีร้ายคอยหลอกล่อกินคน
- แหล่งที่มา/อ้างอิง: บันทึกเรื่องเล่าชาวบ้านภาคเหนือและภาคตะวันตก, หนังสือ “เสือสมิงและเรื่องเล่าลี้ลับในป่าดงดิบ” ของพรานอาวุโส และเอกสารหอจดหมายเหตุแห่งชาติเกี่ยวกับความเชื่อพื้นบ้าน
4. ผีโพง
- ลักษณะ: ความเชื่อทางภาคเหนือ เกิดจากคนที่เรียนวิชาทางไสยศาสตร์ดนตรี ว่านยา หรือคาถาอาคมบางประเภท แล้วรักษาสัจจะไม่ได้ หรือถูกของย้อนเข้าตัว ตอนกลางวันเป็นคนปกติ แต่ตอนกลางคืนจะมีแสงสว่างออกทางรูจมูก และชอบไปกินกบ เขียด หรือของคาวตามหนองน้ำ
- แหล่งที่มา/อหมายเหตุ: พจนานุกรมภาษาถิ่นภาคเหนือ และเอกสารวิชาการ “ผีและสิ่งเหนือธรรมชาติในล้านนา” โดยศูนย์อนุกรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นเชียงใหม่
5. ผีกองกอย (สภาพผู้ถูกของเข้าตัวจนเสียสติ)
- ลักษณะ: ในบางท้องถิ่นเชื่อว่าผีกองกอยไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เกิด แต่เกิดจากคนเล่นของสายป่า/วิชาบังบด ที่ทำผิดสัจจะกับเจ้าป่าเจ้าเขา จนถูกลงทัณฑ์ให้สูญเสียความเป็นมนุษย์ กลายสภาพเป็นผีขาเดียวที่ต้องอาศัยอยู่ในป่าลึก
- แหล่งที่มา/อ้างอิง: เล่าขานในแถบเทือกเขาภูพาน บันทึกในหนังสือ “วัฒนธรรมและวิถีชีวิตชาวผู้ไท” ### 6. ผีเข้าสิง (ผีพราย/ผีพรายตานีที่เกิดจากการเลี้ยงพลาด)
- ลักษณะ: คนที่เลี้ยงผีพราย ผีกุมารทอง หรือว่านยาทางมหาเสน่ห์ (เช่น ว่านโพง ว่านกระสือ) แล้ว "ขาดการเซ่นไหว้" หรือทำผิดวิธี ของเหล่านั้นจะกลับมาทำร้ายผู้เลี้ยง ยึดร่าง และทำให้ผู้เลี้ยงมีพฤติกรรมคล้ายผีตัวนั้น ๆ เช่น ดุร้าย พูดภาษาโบราณ หรือกินของดิบ
- แหล่งที่มา/อ้างอิง: ตำราไสยศาสตร์ไทยโบราณ (เช่น ตำราพรหมชาติ ฉบับหลวง) และบทสัมภาษณ์อาจารย์ฆราวาสสายเวทมนตร์ในงานวิจัยเชิงชาติพันธุ์วิทยา
7. ผีดิบ (สภาพคน "ตายทั้งเป็น" จากวิชาอาคม)
- ลักษณะ: เกิดจากผู้ที่มีของขลังสายคงกระพันชาตรีอย่างเหนียวแน่นมาก ๆ แต่ทำผิดข้อห้ามอย่างรุนแรง เมื่อถึงคราวตาย ร่างกายกลับไม่ยอมเน่าเปื่อยตามธรรมชาติ และจิตวิญญาณภายในสับสนกลายเป็นผีเฝ้าร่าง ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ จิตใจมีความพยาบาท
- แหล่งที่มา/อ้างอิง: บันทึกประเพณีการจัดการศพและการล้างป่าช้าของมูลนิธิต่าง ๆ ในประเทศไทย (มักพบศพที่ไม่เน่าเปื่อยซึ่งญาติระบุว่าเป็นคนเล่นของมาก่อน)
8. ผีกระสือ (ในกรณีผู้สืบทอดวิชาพลาด)
- ลักษณะ: แม้กระสือส่วนใหญ่จะเชื่อว่าเกิดจากการสืบทอดทางน้ำลาย แต่ในบางตำราภาคกลางระบุว่า สตรีที่เรียนวิชาทำเสน่ห์ยาแฝดหรือฝังรูปฝังรอย แล้วควบคุมอารมณ์/ศีลธรรมไม่ได้ หรือทำผิดครูอย่างร้ายแรง ก็จะถูกวิชากัดกินภายในจนกลายเป็นกระสือถอดหัวได้เช่นกัน
- แหล่งที่มา/อ้างอิง: หนังสือ “โลกของผีไทย” โดย เอนก นาวิกมูล และบทความด้านคติชนวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
9. ผีจะกละ (ผีแมวป่าอาคม)
- ลักษณะ: ความเชื่อทางภาคเหนือ เกิดจากหมอผีที่เลี้ยงแมวหรือสัตว์เลี้ยงด้วยอาคมมนต์ดำเพื่อเอาไว้ใช้ทำร้ายศัตรู แต่หากวันใดที่หมอผีผู้นั้นจิตอ่อน หรือปล่อยปละละเลยไม่เซ่นไหว้ สัตว์เลี้ยงตัวนั้นจะกลายเป็น "ผีจะกละ" ที่ย้อนกลับมาหักคอและกินตับไตไส้พุงของผู้เลี้ยงเอง
- แหล่งที่มา/อ้างอิง: บันทึกคติความเชื่อล้านนา ในสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ
10. ผีบ้า (สภาพเสียสติจาก "ของคว่ำ/ของเข้าตัว")
- ลักษณะ: แม้ในทางแพทย์จะเป็นอาการทางจิต แต่ในทางไสยศาสตร์โบราณ คนที่เล่นของแล้วพลาด (เช่น คัดของไม่ออก, โดนย้อนของ, หรือเรียนวิชาชั้นสูงเกินไปจนจิตวิปลาส) จะถูกเรียกว่า "ผีเข้า" หรือ "ผีบ้าอาคม" มีพฤติกรรมคุยคนเดียว หัวเราะคลุ้มคลั่ง และพูดจาเป็นภาษาคาถาที่ไม่รู้เรื่อง
- แหล่งที่มา/อ้างอิง: งานวิจัย “ระบบความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์กับการเยียวยาจิตใจในสังคมชนบทไทย” สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ข้อสังเกตเชิงคติชนวิทยา: วัฒนธรรมไทยสร้างเรื่องเล่าเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อเป็น "กุศโลบาย" ในการควบคุมพฤติกรรมของผู้คนในอดีต เนื่องจากผู้ที่เรียนวิชาอาคมมักมีอำนาจหรือพละกำลังมากกว่าคนทั่วไป ชุมชนจึงต้องมี "ข้อห้าม (ศีลธรรม)" กำกับไว้ หากใครใช้อำนาจนั้นไปในทางที่ผิด หรือขาดวินัย ก็จะถูกสังคมตราหน้าว่าจะกลายสภาพเป็น "ผี" ที่น่ารังเกียจนั่นเอง


ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบัน
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
มหาวิทยาลัยพระสงฆ์แห่งแรกของไทย
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
ทำต้องใช้ "ไข่ต้ม" เป็นของแก้บนหลวงพ่อโสธร
"คานาต" มหัศจรรย์สายน้ำใต้ผืนทราย ภูมิปัญญาหล่อเลี้ยงอารยธรรมเปอร์เซีย
เจ๊เขียว โชคดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 3 ตัว 2 ชุด และเลข 2 ตัว 6 ชุด
5 รถเก๋งยุค 90 ที่วัยรุ่นไทยเอามาแต่งซิ่ง จากรถบ้านสู่ตำนานสายซิ่ง
จังหวัดไหนพึ่งรถสองแถวมากที่สุด? เปิดข้อมูลจริง ก่อนสรุปว่าใครคืออันดับ 1
มารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำ
เทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3
อยุธยาหวานมาก! ก้อย อรัชพร ควง ทิม พิธา เที่ยวมอเตอร์ไซค์ ช็อตใส่หมวกกันน็อกทำคนโสดใจบาง
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
ไม้กวาดดอกหญ้ากับไม้กวาดทางมะพร้าวแบ่งงานกันอย่างไรในบ้านคนไทย
ทำไมเวลานัดของไทยจึงมักมีช่วง “กำลังไป” แทรกอยู่
มหาวิทยาลัยพระสงฆ์แห่งแรกของไทย
โซเชียลงงหนัก! บุคคลปริศนาโผล่ยืนข้าง “หนุ่ม กรรชัย” เจ้าตัวแจงชัด ไม่รู้จักและไม่เกี่ยวข้อง





