มหาวิทยาลัยพระสงฆ์แห่งแรกของไทย
มหาวิทยาลัยพระสงฆ์แห่งแรกของไทย
“มหาวิทยาลัยพระสงฆ์แห่งแรกของไทย”
ชื่อที่มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์รองรับอย่างชัดเจนคือ มหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งมีจุดเริ่มต้นในบริเวณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2436 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อย่างไรก็ตาม เพื่อความถูกต้อง ควรแยกให้ชัดว่า พ.ศ. 2436 เป็นปีที่ก่อตั้ง “มหามกุฏราชวิทยาลัย” ในฐานะวิทยาลัยสำหรับการศึกษาพระภิกษุสามเณร ส่วนการจัดตั้งในรูป “มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา” เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2488 และเปิดการศึกษาระดับปริญญาตรีใน พ.ศ. 2489
จุดเริ่มต้นเมื่อกว่า 130 ปีก่อน
วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2436 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งวิทยาลัยขึ้นในบริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร และพระราชทานนามว่า “มหามกุฏราชวิทยาลัย” โดยมีพระราชประสงค์ให้เป็นสถานศึกษาสำหรับพระภิกษุสามเณร พร้อมพระราชทานพระราชทรัพย์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของวิทยาลัย นับเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาการศึกษาพระสงฆ์ไทยในรูปแบบสถาบันสมัยใหม่
ไม่ได้เรียนเฉพาะพระธรรม แต่เน้นวิชาการด้วย
วัตถุประสงค์ดั้งเดิมของมหามกุฏราชวิทยาลัยมีมากกว่าการศึกษาพระปริยัติธรรม โดยมหาวิทยาลัยระบุไว้ 3 ด้าน ได้แก่ เป็นสถานศึกษาของพระภิกษุสามเณร เป็นสถานศึกษาวิชาการทั้งของชาติและต่างประเทศ และเป็นสถานที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา แนวคิดนี้ทำให้สถาบันมีบทบาทในการยกระดับการศึกษาของพระสงฆ์ให้มีทั้งความรู้ทางพระพุทธศาสนาและความรู้ทางวิชาการที่กว้างขึ้น
พ.ศ. 2439 รัชกาลที่ 5 เสด็จเปิดมหามกุฏราชวิทยาลัย
วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมาเปิดมหามกุฏราชวิทยาลัย และทรงรับสถาบันไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อบำรุงกิจการ เหตุการณ์นี้เป็นอีกหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ของสถาบัน และสะท้อนถึงความสำคัญที่พระมหากษัตริย์ทรงมีต่อการพัฒนาการศึกษาของคณะสงฆ์ในเวลานั้น
จุดเปลี่ยนจาก “วิทยาลัย” สู่ “มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา”
ต่อมาใน พ.ศ. 2488 มหามกุฏราชวิทยาลัยได้พัฒนาสู่การจัดการศึกษาระดับสูงในรูปแบบมหาวิทยาลัย โดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ในฐานะนายกกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัย พร้อมพระเถระ ได้ประกาศจัดตั้ง “สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย” ขึ้นในรูปมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่ควรใช้เมื่อพูดถึงการเปลี่ยนผ่านจาก “วิทยาลัย” ไปสู่ “มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา” โดยตรง
พ.ศ. 2489 เริ่มเปิดการศึกษาระดับปริญญาตรี
วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2489 สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัยเริ่มเปิดการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรในรูปแบบมหาวิทยาลัย โดยมีหลักสูตร ศาสนศาสตรบัณฑิต ระยะเวลา 4 ปี และเปิดเรียนรุ่นแรกในปีเดียวกัน เหตุการณ์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะเป็นการนำการศึกษาของพระสงฆ์เข้าสู่ระบบการศึกษาระดับปริญญาอย่างเป็นรูปแบบ
จากมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาสู่มหาวิทยาลัยในปัจจุบัน
สถาบันพัฒนาต่อเนื่องจากยุคของมหามกุฏราชวิทยาลัย ไปสู่ยุคสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย และต่อมาใน พ.ศ. 2540 มีการตรา พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 จัดตั้งเป็น “มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย” ในชื่อที่ใช้ในปัจจุบัน โดยมหาวิทยาลัยระบุว่ามีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
ปัจจุบันไม่ได้มีเฉพาะพระภิกษุสามเณร
แม้รากฐานของสถาบันจะเกิดจากการจัดการศึกษาสำหรับพระภิกษุสามเณร แต่บทบาทของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันครอบคลุมการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการแก่ชุมชน และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม อีกทั้งมีการจัดการศึกษาที่เกี่ยวข้องทั้งพระภิกษุสามเณรและนักศึกษาทั่วไป จึงไม่ควรเข้าใจว่ามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยในปัจจุบันเป็นสถาบันที่รับเฉพาะพระสงฆ์เท่านั้น
กว่า 130 ปีของประวัติศาสตร์การศึกษาพระสงฆ์ไทย
หากนับจากการก่อตั้งมหามกุฏราชวิทยาลัยใน พ.ศ. 2436 ถึง พ.ศ. 2569 สถาบันมีประวัติยาวนานประมาณ 133 ปี จากจุดเริ่มต้นที่วัดบวรนิเวศวิหาร สู่การเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการเรียนการสอนด้านพระพุทธศาสนาและศาสตร์อื่น ๆ ในปัจจุบัน ประวัติของ มมร. จึงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาพระสงฆ์ไทยตลอดระยะเวลากว่าศตวรรษ
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (Mahamakut Buddhist University: MBU) มีรากฐานจาก มหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2436 ที่วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นสถานศึกษาของพระภิกษุสามเณร ก่อนพัฒนาเป็น สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัยในรูปมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาใน พ.ศ. 2488 และเริ่มเปิดการศึกษาระดับปริญญาตรีใน พ.ศ. 2489 จากนั้นจึงได้รับการจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยตามพระราชบัญญัติใน พ.ศ. 2540
หมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหน
เจ๊นุ๊ก–แม่นมาก ขั้นเทพ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดชุดเลขสามตัว เลขเด่น และเลขวงกลม เทียบสองสำนักดัง
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน
กองสลากพลัสคือลอตเตอรี่พลัส: ยังขายได้อยู่ แต่ไม่ใช่ตัวแทนทางการของกองสลาก
หวยลาววันนี้ 30 ต.ค. 69 รวม 4 สำนักดัง เทียบเลขเด่น เลขวิ่ง จัดชุด 2-3 ตัว
สัตว์ชนิดไหนเร็วที่สุดในโลก ? คำตอบต่างกันเมื่อวัดบนบก ในน้ำ และกลางอากาศ
อาคารที่มีค่าก่อสร้างแพงที่สุดในประเทศไทย ใช้งบประมาณสร้างไปทั้งหมดกี่พันล้านบาท
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่ง
ดราม่าบัตรประชาชน "ด.ช.ล้ำค่า": วรรณยุกต์ลอยจนไวรัล ก่อนเฉลยว่าต้นตออยู่ที่ใบเกิด
สรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทย
เปิดอันดับสนามบินผู้โดยสารมากที่สุดในโลก สนามบินไทยอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่ระดับโลก ?
เปิดใจหมดเปลือก! นักเขียน Postjung เจอทั้งความท้อและความเหนื่อย แต่ทำไมยังสู้ต่อ?
อาคารที่มีค่าก่อสร้างแพงที่สุดในประเทศไทย ใช้งบประมาณสร้างไปทั้งหมดกี่พันล้านบาท
เจ๊นุ๊ก–แม่นมาก ขั้นเทพ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดชุดเลขสามตัว เลขเด่น และเลขวงกลม เทียบสองสำนักดัง
กองสลากพลัสคือลอตเตอรี่พลัส: ยังขายได้อยู่ แต่ไม่ใช่ตัวแทนทางการของกองสลาก
เปิดใจหมดเปลือก! นักเขียน Postjung เจอทั้งความท้อและความเหนื่อย แต่ทำไมยังสู้ต่อ?
สัตว์ชนิดไหนเร็วที่สุดในโลก ? คำตอบต่างกันเมื่อวัดบนบก ในน้ำ และกลางอากาศ
เสือตกถัง–ติ๊ก ฮีโร่ งวด 1 พ.ย. 69 เทียบเลขวงกลมสองสี เลขเด่นตารางกากบาท และชุดเลขสองหลัก
อาคารที่มีค่าก่อสร้างแพงที่สุดในประเทศไทย ใช้งบประมาณสร้างไปทั้งหมดกี่พันล้านบาท
สัตว์ชนิดไหนเร็วที่สุดในโลก ? คำตอบต่างกันเมื่อวัดบนบก ในน้ำ และกลางอากาศ
ศาลตายาย คือใคร บรรพบุรุษหรือเจ้าของที่ดิน ทำไมคนไทยต้องตั้งไว้หน้าบ้าน?
🇱🇦 ทำไมปี 2026 ประเทศลาวจึงกลายเป็นประเทศที่นานาชาติจับตามอง?




