10 วิธีเช็กว่าคุณ “โดนของ” หรือไม่ จากข้อมูลจริง
10 วิธีเช็กว่าคุณ “โดนของ” หรือไม่ จากข้อมูลจริง
อาการลึกลับที่ต้องตรวจหาสาเหตุทางการแพทย์ก่อนเชื่อเรื่องคุณไสย
อยู่ๆ คุณอาจฝันร้ายทุกคืน รู้สึกเหมือนมีใครยืนอยู่ปลายเตียง ได้ยินเสียงเรียกทั้งที่ไม่มีคน เหนื่อยผิดปกติ หรือเจ็บป่วยโดยหาสาเหตุไม่พบ จนอดคิดไม่ได้ว่า
“เรากำลังโดนของอยู่หรือเปล่า?”
ตามความเชื่อพื้นบ้าน “การโดนของ” หมายถึงการถูกทำคุณไสยหรือถูกพลังเหนือธรรมชาติรบกวน แต่ในทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีหลักฐานหรือการตรวจมาตรฐานใดที่สามารถยืนยันเรื่องนี้ได้
สิ่งที่ตรวจสอบได้จริงคือ อาการดังกล่าวอาจเกิดจากอะไร และมีสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบรักษาหรือไม่
อันดับ 1 อาการเกิดเฉพาะตอนกำลังหลับหรือตื่นหรือไม่
หากคุณรู้สึกว่า
- ลืมตาได้แต่ขยับตัวไม่ได้
- พูดหรือร้องขอความช่วยเหลือไม่ได้
- รู้สึกเหมือนมีคนนั่งทับหน้าอก
- เห็นเงาคนอยู่ข้างเตียง
- ได้ยินเสียงเดิน เสียงกระซิบ หรือเสียงเรียก
- รู้สึกว่ามีบางสิ่งอยู่ในห้อง
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะกำลังหลับหรือเพิ่งตื่น อาการนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็น ภาวะผีอำหรือ Sleep Paralysis
ระบบประสาทของผู้ที่มีภาวะนี้ตื่นขึ้นแล้ว แต่ร่างกายยังอยู่ในช่วงที่กล้ามเนื้อถูกยับยั้งตามธรรมชาติของการนอนหลับระยะ REM จึงขยับตัวไม่ได้ชั่วคราว และบางคนอาจเห็นหรือได้ยินภาพหลอนร่วมด้วย
NHS ระบุว่าผู้มีภาวะผีอำอาจรู้สึกว่ามีคนอยู่ในห้อง หรือมีบางอย่างกดทับร่างกาย แม้อาการจะน่ากลัว แต่โดยทั่วไปไม่เป็นอันตรายและมักกินเวลาเพียงไม่กี่วินาทีถึงหลายนาที (nhs.uk)
วิธีเช็ก: จดว่าอาการเกิดเวลาใด หากเกิดเฉพาะก่อนหลับหรือหลังตื่นและหายไปเมื่อขยับตัวได้ สอดคล้องกับภาวะผีอำมากกว่าการถูกทำคุณไสย
อันดับ 2 คนอื่นในบ้านมีอาการพร้อมกันหรือไม่
หากหลายคนในบ้านพร้อมใจกันมีอาการ
- ปวดศีรษะ
- เวียนศีรษะ
- อ่อนแรง
- คลื่นไส้
- ง่วงซึม
- สับสน
- หายใจไม่สะดวก
โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในห้องปิด ใช้เตาถ่าน เครื่องปั่นไฟ เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส หรือเครื่องยนต์ใกล้บ้าน อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นบ้านผีสิง เพราะอาจเกิดจาก ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์
ก๊าซชนิดนี้ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น จึงไม่สามารถตรวจพบด้วยการดมหรือมองเห็น CDC ระบุว่าอาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ อ่อนแรง คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บหน้าอก และสับสน การรับก๊าซปริมาณมากอาจทำให้หมดสติหรือเสียชีวิตได้ (CDC)
วิธีเช็ก: ออกจากพื้นที่ไปยังบริเวณอากาศถ่ายเททันที หากอาการดีขึ้นเมื่อออกจากบ้าน หรือหลายคนและสัตว์เลี้ยงมีอาการพร้อมกัน ต้องสงสัยปัญหาสิ่งแวดล้อมและขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
อันดับ 3 อาการเริ่มหลังอดนอนหรือเครียดหนักหรือไม่
การนอนน้อยหลายคืนติดต่อกันทำให้เกิดได้ทั้ง
- หงุดหงิดง่าย
- สมาธิลดลง
- ใจสั่น
- รู้สึกหวาดระแวง
- ได้ยินเสียงคล้ายมีคนเรียก
- เห็นเงาวูบวาบ
- ฝันร้ายและผีอำบ่อยขึ้น
งานทบทวนเกี่ยวกับภาวะผีอำพบว่า การอดนอน ความเครียด และตารางนอนที่ไม่สม่ำเสมอเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอาการ รวมถึงประสบการณ์เห็นภาพ ได้ยินเสียง หรือรู้สึกว่ามีบางสิ่งกดทับ (PMC)
วิธีเช็ก: ทดลองจัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ งดคาเฟอีนช่วงเย็น และนอนให้เพียงพอต่อเนื่องหลายวัน หากอาการลดลงอย่างชัดเจน แสดงว่าการนอนอาจเป็นปัจจัยสำคัญ
อันดับ 4 เริ่มมีอาการหลังใช้ยาหรือสารบางชนิดหรือไม่
ยาหรือสารบางชนิดสามารถทำให้เกิดอาการสับสน นอนไม่หลับ กระวนกระวาย หรือประสาทหลอนได้ เช่น
- ยากระตุ้นบางชนิด
- ยานอนหลับหรือยาคลายกังวลเมื่อใช้ผิดวิธี
- สเตียรอยด์บางชนิด
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- สารเสพติด
- การหยุดยาหรือหยุดแอลกอฮอล์กะทันหัน
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรืออาหารเสริมที่ไม่ทราบส่วนประกอบ
NIMH อธิบายว่าอาการทางจิตอาจเกิดร่วมกับโรคทางกาย การอดนอน ยาบางประเภท และการใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติดได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีอาการต้องเป็นโรคจิตเภท (National Institute of Mental Health)
วิธีเช็ก: ทำรายการยา อาหารเสริม เครื่องดื่ม และสารทุกชนิดที่ใช้ในช่วงก่อนเริ่มมีอาการ แล้วนำไปให้แพทย์หรือเภสัชกรตรวจสอบ อย่าหยุดยาที่แพทย์สั่งเองทันที
อันดับ 5 คนอื่นได้ยินหรือเห็นสิ่งเดียวกับคุณหรือไม่
หากได้ยินเสียง เห็นคน เห็นเงา ได้กลิ่น หรือรู้สึกเหมือนถูกสัมผัส แต่คนที่อยู่ในสถานที่เดียวกันไม่รับรู้สิ่งนั้น อาจเข้าข่าย ประสาทหลอน ซึ่งมีได้หลายสาเหตุ เช่น
- ไข้สูง
- ไมเกรนบางชนิด
- โรคลมชัก
- ภาวะเพ้อ
- โรคทางระบบประสาท
- ผลจากยาและสาร
- ภาวะทางจิต
- การอดนอนอย่างรุนแรง
NHS อธิบายว่าประสาทหลอนอาจเกิดได้ทั้งการเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รับรส หรือรู้สึกถูกสัมผัสในสิ่งที่ไม่มีอยู่ภายนอกจริง (nhs.uk)
วิธีเช็ก: อย่าพยายามพิสูจน์ด้วยการอยู่คนเดียวในสถานที่นั้น ให้บันทึกเวลา ระยะเวลา สิ่งที่เห็นหรือได้ยิน รวมถึงยาที่ใช้และจำนวนชั่วโมงที่นอน แล้วปรึกษาแพทย์หากเกิดซ้ำ
อันดับ 6 คุณเริ่มเชื่อว่ามีคนควบคุมความคิดหรือร่างกายหรือไม่
บางคนอาจรู้สึกว่า
- ความคิดถูส่งเข้ามาในหัว
- มีคนอ่านความคิดของตนได้
- ร่างกายถูกบังคับจากภายนอก
- โทรทัศน์หรือโซเชียลมีเดียกำลังส่งสารถึงตนโดยเฉพาะ
- มีคนหรือสิ่งลึกลับติดตามตลอดเวลา
ความรู้สึกเหล่านี้น่ากลัวและดูเหมือนการถูกครอบงำ แต่ในทางการแพทย์อาจเป็นอาการของภาวะที่การรับรู้ความจริงเปลี่ยนไป
องค์การอนามัยโลกระบุว่าอาการทางจิตอาจรวมถึงความเชื่อที่ฝังแน่นแม้มีหลักฐานขัดแย้ง ประสาทหลอน และความรู้สึกว่าความคิดหรือการกระทำของตนถูกควบคุมจากภายนอก (World Health Organization)
วิธีเช็ก: ถามคนที่ไว้วางใจและไม่ได้อยู่ภายใต้ความกลัวเดียวกันให้ช่วยตรวจสอบเหตุการณ์ หากความเชื่อนั้นทำให้ไม่กล้าออกจากบ้าน นอนไม่ได้ หรือหวาดกลัวคนรอบตัว ควรพบผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว
อันดับ 7 บุคลิกและการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปมากหรือไม่
ก่อนเกิดอาการรุนแรง บางคนอาจมีการเปลี่ยนแปลง เช่น
- แยกตัวจากครอบครัว
- ไม่สนใจสิ่งที่เคยชอบ
- ดูแลตัวเองลดลง
- พูดหรือเขียนวกวน
- ผลการเรียนหรือการทำงานตกลง
- ระแวงคนรอบตัวมากขึ้น
- แสดงอารมณ์ไม่สอดคล้องกับเหตุการณ์
- ทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้เหมือนเดิม
NIMH ระบุว่าสัญญาณของภาวะทางจิตอาจประกอบด้วยความวิตกกังวล การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ขาดแรงจูงใจ ความคิดสับสน และความสามารถในการดำเนินชีวิตโดยรวมลดลง (National Institute of Mental Health)
วิธีเช็ก: เปรียบเทียบกับตัวเองในช่วง 1–3 เดือนก่อนหน้า และถามคนใกล้ชิดว่าพวกเขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ การเปลี่ยนอย่างรวดเร็วควรได้รับการประเมิน ไม่ควรรอแก้ด้วยพิธีกรรมเพียงอย่างเดียว
อันดับ 8 มีไข้ สับสน หรือพฤติกรรมเปลี่ยนอย่างฉับพลันหรือไม่
หากผู้ที่ปกติดีเกิดอาการภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน เช่น
- สับสนว่าอยู่ที่ไหน
- จำคนใกล้ชิดไม่ได้
- พูดไม่รู้เรื่อง
- เห็นคนหรือสัตว์ที่ไม่มีอยู่
- กระวนกระวายผิดปกติ
- ซึมลง
- มีไข้
- ชัก
- ปวดศีรษะรุนแรง
อาการนี้ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการโดนของ เพราะอาจเป็น ภาวะเพ้อ การติดเชื้อ ปัญหาสมอง ผลจากยา หรือภาวะฉุกเฉินอื่น
วิธีเช็ก: ดูว่าอาการเกิดขึ้นรวดเร็วหรือไม่ และผู้ป่วยมีระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หากเกิดฉับพลัน โดยเฉพาะร่วมกับไข้ ชัก อ่อนแรงครึ่งซีก หรือหมดสติ ต้องไปโรงพยาบาลทันที
อันดับ 9 อาการเกิดเฉพาะสถานที่หรือช่วงเวลาหนึ่งหรือไม่
หากรู้สึกป่วยเฉพาะในห้องหนึ่ง บ้านหนึ่ง หรือสถานที่ทำงาน แต่ดีขึ้นเมื่อออกไปข้างนอก ควรตรวจสิ่งแวดล้อม เช่น
- เชื้อราและความชื้น
- อากาศไม่ถ่ายเท
- ควันจากการเผาไหม้
- สารเคมี
- ยาฆ่าแมลง
- เสียงความถี่ต่ำ
- แสงกะพริบ
- ความร้อน
- กลิ่นจากท่อระบายน้ำ
- ก๊าซจากเครื่องใช้หรือเครื่องยนต์
อาการปวดหัว คลื่นไส้ วิงเวียน และสับสนจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์อาจดูคล้ายความเจ็บป่วยลึกลับ โดยเฉพาะเมื่อไม่มีคนมองเห็นหรือได้กลิ่นของก๊าซดังกล่าว (CDC)
วิธีเช็ก: จดเวลาและสถานที่ที่อาการเกิด ตรวจระบบไฟฟ้า แก๊ส เครื่องยนต์ การระบายอากาศ และให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจแทนการเข้าไปพิสูจน์เพียงลำพัง
อันดับ 10 อาการยังเกิดแม้อยู่ในที่ปลอดภัยและพักผ่อนเพียงพอหรือไม่
หากคุณ
- นอนเพียงพอแล้ว
- ไม่ได้ใช้สารหรือยาที่น่าสงสัย
- ย้ายออกจากสถานที่เดิมแล้ว
- ตรวจสิ่งแวดล้อมแล้ว
- แต่ยังได้ยินเสียง เห็นภาพ หรือหวาดระแวงต่อเนื่อง
- และอาการเริ่มกระทบการกิน การนอน งาน หรือความสัมพันธ์
นี่ไม่ใช่หลักฐานว่าถูกทำของ แต่เป็นเหตุผลว่าควรได้รับการประเมินจากแพทย์
WHO ระบุว่าอาการประสาทหลอน ความเชื่อผิดจากความเป็นจริง ความคิดไม่เป็นระเบียบ และพฤติกรรมผิดปกติสามารถเกิดในภาวะสุขภาพจิตที่รักษาได้ โดยการรักษาอาจประกอบด้วยยา การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและครอบครัว รวมถึงการฟื้นฟูทางจิตสังคม (World Health Organization)
การไปพบแพทย์ไม่ได้หมายความว่า “เป็นบ้า” แต่เป็นการตรวจหาสาเหตุที่อาจรักษาได้ตั้งแต่ระยะแรก
แล้วจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าโดนของจริง?
คำตอบตามข้อมูลปัจจุบันคือ ยังพิสูจน์ไม่ได้
ไม่มีการตรวจทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถแยกได้ว่าอาการใดเกิดจากคุณไสย ไม่มีค่าทางเลือดที่ระบุว่าโดนของ และไม่มีพิธีใดที่ผ่านการทดลองแบบควบคุมจนยืนยันว่ารักษาอาการดังกล่าวได้จริง
สิ่งที่ทำได้คือการตรวจอย่างเป็นขั้นตอน ได้แก่
- ตรวจอาการฉุกเฉินและสารพิษในสิ่งแวดล้อม
- ทบทวนยา แอลกอฮอล์ และสารทุกชนิด
- ตรวจการนอนและความเครียด
- ตรวจร่างกายและระบบประสาท
- ประเมินสุขภาพจิตหากมีอาการเห็นภาพ ได้ยินเสียง หรือหวาดระแวง
- ติดตามว่าอาการเปลี่ยนแปลงตามเวลาและสถานที่หรือไม่
หากบุคคลต้องการสวดมนต์ ทำบุญ หรือประกอบพิธีตามความเชื่อเพื่อความสบายใจ สามารถทำควบคู่กับการรักษาได้ ตราบใดที่ไม่ถูกทำร้าย ไม่ถูกบังคับให้งดยา ไม่เสียเงินจำนวนมาก และไม่เลื่อนการไปโรงพยาบาล
สัญญาณที่ต้องขอความช่วยเหลือทันที
ควรไปโรงพยาบาลหรือขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน เมื่อมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
- หมดสติ ชัก หรือหายใจลำบาก
- ปวดศีรษะรุนแรงแบบฉับพลัน
- แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัด
- สับสนกะทันหันและจำคนไม่ได้
- ได้ยินเสียงสั่งให้ทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น
- ควบคุมพฤติกรรมไม่ได้
- มีหลายคนในบ้านปวดศีรษะ คลื่นไส้ หรือหมดแรงพร้อมกัน
- สงสัยควัน แก๊สรั่ว หรือก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์
บทสรุป
อาการที่คนเรียกว่า “โดนของ” อาจรู้สึกจริง น่ากลัวจริง และสร้างความทุกข์ให้ผู้ประสบเหตุจริง
ผีอำอธิบายความรู้สึกเหมือนถูกกดทับได้ สารพิษอธิบายอาการปวดหัวและสับสนได้ การอดนอนอาจทำให้เห็นหรือได้ยินสิ่งผิดปกติได้ และโรคบางอย่างอาจทำให้บุคคลรู้สึกว่าความคิดหรือร่างกายถูกควบคุมได้
ดังนั้น วิธีเช็กที่ปลอดภัยที่สุดไม่ใช่การลองของหรือไปหาผู้ทำพิธีหลายแห่ง แต่คือ ตรวจร่างกาย ตรวจสิ่งแวดล้อม ตรวจยาและการนอน พร้อมขอความช่วยเหลือเมื่ออาการเริ่มกระทบชีวิตก่อน
เขียนโดย C Lover
ถ้าทุกคนชอบช่วย(กดติดตาม) (กด 5ดาว!)ให้นักเขียนกันเยอะๆน้า~
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69
ผงซักฟอกดึงคราบสกปรกออกจากผ้าได้อย่างไร
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
เปิด 5 นักแสดงเอวีญี่ปุ่นที่ถูกพูดถึงในปี 2025 ใครโดดเด่นที่สุด?
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
กับดักวัฒนธรรมประชุมดึก เมื่อการอยู่ล่วงเวลาไม่ได้แปลว่าทุ่มเทเสมอไป
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
วิธีรับมือเมื่อพ่อแม่แฟนมาขอยืมเงินอย่างไรให้ถนอมความสัมพันธ์
เจาะสูตรเลขท้าย 2 ตัว "กำลังวันพฤหัสบดี" สถิติย้อนหลัง 10 ปีเด่นเลขอะไร?
เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?
เข็มทิศรู้ทิศเหนือได้อย่างไร
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด


