เตือนภัยความเชื่อผิดๆ ช่วยคนจมน้ำห้ามอุ้มพาดบ่าเด็ดขาด
เวลาไปเที่ยวทะเลหรือสวนน้ำช่วงหน้าร้อน อุบัติเหตุคนจมน้ำเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ สิ่งหนึ่งที่เรามักจะเห็นคุ้นตามาตั้งแต่เด็กๆ ตามละครหรือภาพยนตร์ คือฉากที่พระเอกกระโดดลงไปช่วยคนจมน้ำ พอพาขึ้นฝั่งมาได้ปุ๊บ สิ่งแรกที่ทำคือการจับเหยื่ออุ้มพาดบ่าแล้วกระโดดกระทุ้งๆ หรือจับพาดหลังแล้วเขย่าเพื่อให้สำลักเอาน้ำออกมา ภาพจำเหล่านี้ฝังหัวคนไทยจำนวนมากจนเข้าใจผิดว่าเป็นวิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์ วิธีการแบบนี้คือความเชื่อที่ผิดมหันต์ และอาจพรากโอกาสรอดชีวิตของผู้ประสบเหตุไปอย่างน่าเสียดาย
สาเหตุหลักที่ทำให้คนจมน้ำเสียชีวิต ไม่ใช่เพราะมีน้ำเข้าไปเต็มปอดจนปอดพองหรือสำลักน้ำตายแบบที่เข้าใจกัน กลไกของร่างกายมนุษย์นั้นฉลาดมาก เมื่อเราสำลักน้ำหรือมีน้ำเข้าไปในหลอดลมเพียงเล็กน้อย กล่องเสียงจะเกิดการหดเกร็งอย่างรุนแรงเพื่อปิดกั้นไม่ให้น้ำเข้าไปในปอดเพิ่ม สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคืออากาศก็ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้เช่นกัน ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนอย่างฉับพลัน หัวใจหยุดเต้น และสมองขาดเลือดไปเลี้ยง นี่คือฆาตกรตัวจริงที่ทำให้เสียชีวิต การเสียเวลาไปกับการพยายามเอาน้ำออกจากปอดจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ผิดจุดอย่างสิ้นเชิง
นอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว การอุ้มผู้ป่วยพาดบ่าหรือจับห้อยหัวยังสร้างอันตรายเพิ่มขึ้นอีกหลายข้อ ข้อแรกเลยคือมันทำให้สูญเสียเวลาทองในการกู้ชีพหรือ CPR สมองของคนเราทนการขาดออกซิเจนได้เพียงแค่ 4-5 นาทีเท่านั้น หากเกินกว่านี้เซลล์สมองจะเริ่มตายและอาจกลายเป็นเจ้าชายนิทรา หรือเสียชีวิตในเวลาต่อมา การมัวแต่อุ้มวิ่งไปมาหรือพยายามรีดน้ำออก คือการเผาเวลาอันมีค่านี้ทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ ข้อที่สอง น้ำที่พุ่งออกมาตอนที่เราไปกระทุ้งท้องผู้ป่วย ส่วนใหญ่มันคือน้ำและอาหารที่อยู่ในกระเพาะอาหาร ไม่ใช่น้ำในปอด เมื่อผู้ป่วยที่หมดสติเกิดการอาเจียนออกมา อาหารและน้ำย่อยเหล่านั้นมีโอกาสสูงมากที่จะไหลย้อนกลับเข้าไปอุดตันในหลอดลม หรือสำลักเข้าไปในปอดจริงๆ คราวนี้แหละจะกลายเป็นปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรง ซ้ำเติมอาการให้แย่ลงไปอีก
วิธีที่ถูกต้องเมื่อพบเห็นคนจมน้ำและสามารถนำตัวขึ้นมาบนฝั่งได้แล้ว คือการจัดให้ผู้ป่วยนอนหงายราบบนพื้นแข็งและแห้งทันที จากนั้นให้รีบประเมินอาการว่าผู้ป่วยยังรู้สึกตัวหรือไม่ มีการตอบสนองและหายใจเป็นปกติหรือเปล่า หากพบว่าผู้ป่วยหมดสติและไม่หายใจ หรือหายใจเฮือก ให้ตะโกนขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง และโทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที พร้อมกับเริ่มทำการกดหน้าอกกู้ชีพหรือ CPR อย่างรวดเร็วที่สุด
การทำ CPR จะช่วยปั๊มเลือดที่ยังมีออกซิเจนตกค้างอยู่ให้ไหลเวียนไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญ โดยวางสันมือข้างหนึ่งไว้ตรงกึ่งกลางหน้าอกบริเวณครึ่งล่างของกระดูกหน้าอก นำมืออีกข้างมาประสานทับไว้ แขนตึง ตั้งฉากกับตัวผู้ป่วย แล้วออกแรงกดให้ลึกประมาณ 5-6 เซนติเมตร ด้วยจังหวะความเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที ปล่อยให้หน้าอกคืนตัวสุดหลังการกดแต่ละครั้ง ทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ห้ามหยุดจนกว่าทีมแพทย์กู้ชีพจะมาถึง หรือจนกว่าผู้ป่วยจะกลับมาหายใจได้เอง การช่วยชีวิตด้วยวิธีนี้คือหนทางเดียวที่จะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ประสบเหตุได้อย่างแท้จริง
อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของ การจมน้ำทุติยภูมิ หรือ Secondary Drowning ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาจากน้ำและดูเหมือนจะปลอดภัยแล้ว บางคนอาจจะแค่สำลักน้ำนิดหน่อยและยังมีสติพูดคุยได้ตามปกติ ทำให้ญาติหรือคนรอบข้างชะล่าใจไม่ได้พาไปพบแพทย์ แต่ความจริงแล้ว น้ำจำนวนเพียงเล็กน้อยที่หลุดลอดเข้าไปในปอด อาจเข้าไปทำลายสารเคลือบถุงลม ทำให้ถุงลมปอดแฟบและไม่สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ตามปกติ อาการนี้จะไม่แสดงออกทันที แต่จะค่อยๆ รุนแรงขึ้นภายใน 1-24 ชั่วโมง ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการไอต่อเนื่อง หายใจลำบาก หายใจเร็ว หอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก อ่อนเพลียผิดปกติ หรือในเด็กอาจจะมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด หากปล่อยทิ้งไว้จนร่างกายขาดออกซิเจนรุนแรง ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน
ดังนั้น กฎเหล็กอีกข้อของการช่วยเหลือคนจมน้ำคือ ไม่ว่าผู้ป่วยจะมีอาการหนักหรือเบา หมดสติหรือไม่ เมื่อขึ้นจากน้ำแล้วจะต้องพาส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจเช็กอาการอย่างละเอียดทุกครั้ง แพทย์อาจจะต้องทำการเอกซเรย์ปอด เจาะเลือดตรวจระดับออกซิเจน และเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายตามมาภายหลัง การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและการส่งต่อถึงมือแพทย์อย่างรวดเร็วคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
การเปลี่ยนความเข้าใจที่ผิดเพี้ยนมาอย่างยาวนานอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องช่วยกันสื่อสารและบอกต่อคนรอบข้างให้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องในเชิงการแพทย์ เวลาเกิดเหตุไม่คาดฝัน เราจะได้ไม่เผลอทำร้ายผู้ประสบเหตุซ้ำสองด้วยความหวังดีแต่ผิดวิธี การปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง การแจ้งเหตุที่รวดเร็ว และการปั๊มหัวใจอย่างถูกวิธี คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยหยุดเวลาแห่งความสูญเสีย และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประสบเหตุจมน้ำได้กลับไปสู่อ้อมกอดของครอบครัวอย่างปลอดภัย
อ้างอิงข้อมูล
https://www.thaicpr.org/
https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/drowning
เปิดเลข “โชคดีดัน” งวด 1 ต.ค. 69 มอง 6-9 เป็นหลัก ก่อนแยกชุด 2 ตัว 3 ตัว
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
เจ้าพ่อปากแดง งวด 1 ต.ค. 69 ส่องทีเด็ดบนแผ่นกระดาษในตำนาน
4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบัน
เปิด 5 จังหวัดอีสานที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด อันดับ 1 คนต่างชาติมาเพียบ!
พื้นที่มหาศาล แต่คนอยู่น้อย: ศรีสวัสดิ์ อำเภอที่ประชากรเบาบางมากของไทย
ทำไมเสื้อผ้าตากกลางแดดถึงมีกลิ่นต่างจากเสื้อผ้าที่ตากในร่ม ?
10 โรงเรียนในไทยน่าสนใจ จุดเด่นต่างกันทั้งวิทย์ ภาษา นวัตกรรม และกิจกรรม
มารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำ
ดุ่ย ภรัญฯ เปิดแนวทางงวดใหม่ 1 ต.ค. 69 รอบนี้มีเลขไหนให้ตามต่อ
รวมสำนักดังหวยลาววันนี้ จัดเต็มแนวทางเน้นๆ 18 กันยายน 2569
เทียบ 3 ตาราง งวด 1 ต.ค. 69 “ไทยราษฎร์–บางกอกทูเดย์–เดลินิวส์” เลขไหนโผล่ซ้ำ
10 โรงเรียนในไทยน่าสนใจ จุดเด่นต่างกันทั้งวิทย์ ภาษา นวัตกรรม และกิจกรรม
เหตุใดราคาทองคำจึงปรับตัวสูงขึ้นแทนที่จะลดลงหลังจากที่เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย?
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
9 โรงเรียนในไทยที่มีห้องเรียนพิเศษภาษาจีน เรียนจีนจริงจังไม่ได้มีแค่ในกรุงเทพฯ
โรงเรียนในไทยที่ “ใช้ภาษาอังกฤษจริง” ไม่ใช่แค่เรียนภาษาอังกฤษ
เปิดรายชื่อโรงเรียนไทยที่ผลงานคณิตศาสตร์โดดเด่น ดูจากเวที TMO และโอลิมปิก
เด็กเก่งวิทยาศาสตร์ของไทยเรียนที่ไหน เปิดชื่อโรงเรียนที่มีผลงานระดับประเทศและโลก