หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เตือนภัยความเชื่อผิดๆ ช่วยคนจมน้ำห้ามอุ้มพาดบ่าเด็ดขาด

เขียนโดย evileyes

เวลาไปเที่ยวทะเลหรือสวนน้ำช่วงหน้าร้อน อุบัติเหตุคนจมน้ำเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ สิ่งหนึ่งที่เรามักจะเห็นคุ้นตามาตั้งแต่เด็กๆ ตามละครหรือภาพยนตร์ คือฉากที่พระเอกกระโดดลงไปช่วยคนจมน้ำ พอพาขึ้นฝั่งมาได้ปุ๊บ สิ่งแรกที่ทำคือการจับเหยื่ออุ้มพาดบ่าแล้วกระโดดกระทุ้งๆ หรือจับพาดหลังแล้วเขย่าเพื่อให้สำลักเอาน้ำออกมา ภาพจำเหล่านี้ฝังหัวคนไทยจำนวนมากจนเข้าใจผิดว่าเป็นวิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์ วิธีการแบบนี้คือความเชื่อที่ผิดมหันต์ และอาจพรากโอกาสรอดชีวิตของผู้ประสบเหตุไปอย่างน่าเสียดาย

สาเหตุหลักที่ทำให้คนจมน้ำเสียชีวิต ไม่ใช่เพราะมีน้ำเข้าไปเต็มปอดจนปอดพองหรือสำลักน้ำตายแบบที่เข้าใจกัน กลไกของร่างกายมนุษย์นั้นฉลาดมาก เมื่อเราสำลักน้ำหรือมีน้ำเข้าไปในหลอดลมเพียงเล็กน้อย กล่องเสียงจะเกิดการหดเกร็งอย่างรุนแรงเพื่อปิดกั้นไม่ให้น้ำเข้าไปในปอดเพิ่ม สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคืออากาศก็ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้เช่นกัน ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนอย่างฉับพลัน หัวใจหยุดเต้น และสมองขาดเลือดไปเลี้ยง นี่คือฆาตกรตัวจริงที่ทำให้เสียชีวิต การเสียเวลาไปกับการพยายามเอาน้ำออกจากปอดจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ผิดจุดอย่างสิ้นเชิง

นอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว การอุ้มผู้ป่วยพาดบ่าหรือจับห้อยหัวยังสร้างอันตรายเพิ่มขึ้นอีกหลายข้อ ข้อแรกเลยคือมันทำให้สูญเสียเวลาทองในการกู้ชีพหรือ CPR สมองของคนเราทนการขาดออกซิเจนได้เพียงแค่ 4-5 นาทีเท่านั้น หากเกินกว่านี้เซลล์สมองจะเริ่มตายและอาจกลายเป็นเจ้าชายนิทรา หรือเสียชีวิตในเวลาต่อมา การมัวแต่อุ้มวิ่งไปมาหรือพยายามรีดน้ำออก คือการเผาเวลาอันมีค่านี้ทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ ข้อที่สอง น้ำที่พุ่งออกมาตอนที่เราไปกระทุ้งท้องผู้ป่วย ส่วนใหญ่มันคือน้ำและอาหารที่อยู่ในกระเพาะอาหาร ไม่ใช่น้ำในปอด เมื่อผู้ป่วยที่หมดสติเกิดการอาเจียนออกมา อาหารและน้ำย่อยเหล่านั้นมีโอกาสสูงมากที่จะไหลย้อนกลับเข้าไปอุดตันในหลอดลม หรือสำลักเข้าไปในปอดจริงๆ คราวนี้แหละจะกลายเป็นปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรง ซ้ำเติมอาการให้แย่ลงไปอีก

วิธีที่ถูกต้องเมื่อพบเห็นคนจมน้ำและสามารถนำตัวขึ้นมาบนฝั่งได้แล้ว คือการจัดให้ผู้ป่วยนอนหงายราบบนพื้นแข็งและแห้งทันที จากนั้นให้รีบประเมินอาการว่าผู้ป่วยยังรู้สึกตัวหรือไม่ มีการตอบสนองและหายใจเป็นปกติหรือเปล่า หากพบว่าผู้ป่วยหมดสติและไม่หายใจ หรือหายใจเฮือก ให้ตะโกนขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง และโทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที พร้อมกับเริ่มทำการกดหน้าอกกู้ชีพหรือ CPR อย่างรวดเร็วที่สุด

การทำ CPR จะช่วยปั๊มเลือดที่ยังมีออกซิเจนตกค้างอยู่ให้ไหลเวียนไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญ โดยวางสันมือข้างหนึ่งไว้ตรงกึ่งกลางหน้าอกบริเวณครึ่งล่างของกระดูกหน้าอก นำมืออีกข้างมาประสานทับไว้ แขนตึง ตั้งฉากกับตัวผู้ป่วย แล้วออกแรงกดให้ลึกประมาณ 5-6 เซนติเมตร ด้วยจังหวะความเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที ปล่อยให้หน้าอกคืนตัวสุดหลังการกดแต่ละครั้ง ทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ห้ามหยุดจนกว่าทีมแพทย์กู้ชีพจะมาถึง หรือจนกว่าผู้ป่วยจะกลับมาหายใจได้เอง การช่วยชีวิตด้วยวิธีนี้คือหนทางเดียวที่จะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ประสบเหตุได้อย่างแท้จริง

อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของ การจมน้ำทุติยภูมิ หรือ Secondary Drowning ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาจากน้ำและดูเหมือนจะปลอดภัยแล้ว บางคนอาจจะแค่สำลักน้ำนิดหน่อยและยังมีสติพูดคุยได้ตามปกติ ทำให้ญาติหรือคนรอบข้างชะล่าใจไม่ได้พาไปพบแพทย์ แต่ความจริงแล้ว น้ำจำนวนเพียงเล็กน้อยที่หลุดลอดเข้าไปในปอด อาจเข้าไปทำลายสารเคลือบถุงลม ทำให้ถุงลมปอดแฟบและไม่สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ตามปกติ อาการนี้จะไม่แสดงออกทันที แต่จะค่อยๆ รุนแรงขึ้นภายใน 1-24 ชั่วโมง ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการไอต่อเนื่อง หายใจลำบาก หายใจเร็ว หอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก อ่อนเพลียผิดปกติ หรือในเด็กอาจจะมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด หากปล่อยทิ้งไว้จนร่างกายขาดออกซิเจนรุนแรง ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน

ดังนั้น กฎเหล็กอีกข้อของการช่วยเหลือคนจมน้ำคือ ไม่ว่าผู้ป่วยจะมีอาการหนักหรือเบา หมดสติหรือไม่ เมื่อขึ้นจากน้ำแล้วจะต้องพาส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจเช็กอาการอย่างละเอียดทุกครั้ง แพทย์อาจจะต้องทำการเอกซเรย์ปอด เจาะเลือดตรวจระดับออกซิเจน และเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายตามมาภายหลัง การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและการส่งต่อถึงมือแพทย์อย่างรวดเร็วคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

การเปลี่ยนความเข้าใจที่ผิดเพี้ยนมาอย่างยาวนานอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องช่วยกันสื่อสารและบอกต่อคนรอบข้างให้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องในเชิงการแพทย์ เวลาเกิดเหตุไม่คาดฝัน เราจะได้ไม่เผลอทำร้ายผู้ประสบเหตุซ้ำสองด้วยความหวังดีแต่ผิดวิธี การปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง การแจ้งเหตุที่รวดเร็ว และการปั๊มหัวใจอย่างถูกวิธี คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยหยุดเวลาแห่งความสูญเสีย และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประสบเหตุจมน้ำได้กลับไปสู่อ้อมกอดของครอบครัวอย่างปลอดภัย

 


อ้างอิงข้อมูล
https://www.thaicpr.org/
https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/drowning

เนื้อหาโดย: evileyes
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 18 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้เพิ่งรู้! จุดดำรอบกระจกรถ มีไว้ทำอะไร?ทรายดูดไม่ได้ดูดคนจมหายทั้งตัวอย่างที่คิด10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุดเลขเด็ดจากดวงดาว งวด 16 กรกฎาคม 2569 รวมเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวใครเป็นคนตัดสินหลังความตาย? มุมมองพุทธศาสนาว่าด้วยกรรม ภพภูมิ และการเวียนว่ายทำไม Ibanez Musician Series ถึงยังเป็นกีตาร์วินเทจที่นักสะสมตามหาเลิกเชื่อผิดๆ ลมชักกำเริบห้ามเอาช้อนงัดปาก ปฐมพยาบาลผิดอาจถึงตาย5 รายการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทยวิเคราะห์เลขเบิ้ลย้อนหลัง 20 ปี เลขซ้ำคู่ไหนเคยออกแล้ว และคู่ไหนยังไร้สถิติ4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดเลขเด็ด "แม่จำเนียรล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69 มาแล้ว!..รีบส่องด่วน!!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 รายการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทยทรายดูดไม่ได้ดูดคนจมหายทั้งตัวอย่างที่คิดความเชื่อเรื่องเดินตามนกหาแหล่งน้ำ ความจริงที่คนหลงป่าต้องรู้รถตกน้ำอย่ารอให้น้ำเต็มคันเพราะหน้าต่างคือทางออกที่ต้องใช้ก่อน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
โดนกระแสน้ำดูดออกทะเลอย่าว่ายตรงกลับฝั่งผ้าก๊อซชุ่มเลือดควรทำอย่างไรโดยไม่ทำให้แผลกลับมาเลือดออกหนักนึกว่ามีแต่บนต้นไม้ พาไปดู "น้ำผึ้งดิน" ของแปลกที่หาทานยากระดับ 10 กะรัตของมีคมแทงคาตัวอย่าดึงออก เพราะอาจเปลี่ยนบาดแผลให้เลือดออกรุนแรง
ตั้งกระทู้ใหม่