“หินฟีฟ่า” ประติมากรรมธรรมชาติกลางลานหินงาม แลนด์มาร์กมหัศจรรย์แห่งชัยภูมิ
มหัศจรรย์ “หินฟีฟ่า” ก้อนหินรูปร่างคล้ายถ้วยฟุตบอลโลก กลางลานหินงาม ชัยภูมิ
ท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ของ ลานหินงาม ในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ มีประติมากรรมธรรมชาติชิ้นหนึ่งที่สะดุดตานักท่องเที่ยวและช่างภาพ นั่นคือ “หินฟีฟ่า” ก้อนหินรูปร่างแปลกตาที่ดูคล้ายถ้วยฟุตบอลโลก จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ผู้มาเยือนนิยมแวะถ่ายภาพ
ชื่อ “หินฟีฟ่า” มาจากจินตนาการของผู้พบเห็นที่มองว่ารูปทรงของก้อนหินคล้ายถ้วยรางวัลฟุตบอลโลก โดยเฉพาะถ้วยฟุตบอลโลกในช่วงปี 2537 แม้แต่ละคนอาจมองเห็นรายละเอียดแตกต่างกันไป แต่รูปร่างที่โดดเด่นก็ทำให้ก้อนหินนี้เป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของลานหินงาม
ประติมากรรมที่ธรรมชาติค่อย ๆ สร้าง
หินรูปทรงแปลกตานี้ไม่ได้เกิดจากฝีมือมนุษย์ แต่เป็นผลงานของธรรมชาติที่ใช้เวลาสร้างสรรค์ยาวนานราว 200–250 ล้านปี ตามข้อมูลที่กล่าวถึงกันในพื้นที่
ก้อนหินบริเวณป่าหินงามส่วนใหญ่เป็นหินทราย ซึ่งค่อย ๆ ผ่านกระบวนการผุพังและกัดเซาะจากน้ำ ลม แสงแดด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเนื้อหินแต่ละส่วนมีความแข็งและทนต่อการกัดกร่อนไม่เท่ากัน ส่วนที่ผุกร่อนง่ายจึงค่อย ๆ แตกหลุดออก ขณะที่ส่วนที่แข็งแรงกว่ายังคงอยู่ จนเกิดเป็นรูปทรงแปลกตาที่เปิดโอกาสให้ผู้พบเห็นใช้จินตนาการได้อย่างไม่รู้จบ
ลานหินที่เต็มไปด้วยจินตนาการ
ลานหินงามไม่ได้มีเพียงหินฟีฟ่าเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยโขดหินรูปร่างหลากหลาย บางก้อนดูคล้ายสัตว์ สิ่งของ หรือสิ่งก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับมุมมองและจินตนาการของแต่ละคน
อย่างไรก็ตาม หินฟีฟ่า ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน เพราะมีรูปลักษณ์คล้ายถ้วยรางวัลที่ดูราวกับถูกออกแบบอย่างตั้งใจ ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นผลงานจากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ
ความน่าสนใจของก้อนหินเหล่านี้จึงไม่ได้อยู่เพียงความสวยงาม แต่ยังช่วยให้เราเห็นว่า ภูมิประเทศที่ดูเหมือนหยุดนิ่งนั้น แท้จริงแล้วมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ยาวนานเกินกว่ามนุษย์จะสังเกตเห็นได้ในชีวิตประจำวัน
เที่ยวลานหินงาม พร้อมชมดอกกระเจียว
นอกจากความโดดเด่นทางธรณีวิทยาแล้ว อุทยานแห่งชาติป่าหินงามยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สำคัญของภาคอีสาน โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน ซึ่งดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วงจะบานท่ามกลางผืนป่าและทุ่งหญ้า
บรรยากาศสีเขียวของฤดูฝน เมื่ออยู่คู่กับโขดหินรูปร่างแปลกตา ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้การเดินทาง และทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งความงดงามของพืชพรรณ ธรรมชาติ และเรื่องราวทางธรณีวิทยาในพื้นที่เดียวกัน
สำหรับผู้ที่เดินเที่ยวบริเวณลานหิน ควรสวมรองเท้าที่กระชับและเดินด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากบางช่วงอาจเป็นพื้นหินต่างระดับหรือมีความลื่น โดยเฉพาะหลังฝนตก และควรหลีกเลี่ยงการปีนหรือกระทำสิ่งที่อาจสร้างความเสียหายต่อก้อนหิน
“หินฟีฟ่า” จึงไม่ใช่เพียงก้อนหินรูปร่างแปลกที่เหมาะสำหรับถ่ายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของพลังแห่งธรรมชาติที่ค่อย ๆ เปลี่ยนหินธรรมดาให้กลายเป็นประติมากรรมอันโดดเด่น และยืนหยัดเป็นความงดงามให้ผู้คนได้ชื่นชมมาจนถึงทุกวันนี้
อ้างอิง:
https://www.dmr.go.th/ป่าหินงาม/
https://news.dnp.go.th/news/20980
https://www.facebook.com/PaHinNgamnationnalpark/
หมายเหตุด้านความน่าเชื่อถือ: ตัวเลขอายุ 200–250 ล้านปี มีอยู่ในต้นฉบับ แต่แหล่งข้อมูลทางการที่ตรวจสอบครั้งนี้ยืนยันลักษณะทางธรณีวิทยาและกระบวนการเกิดของหิน โดยยังไม่พบข้อความที่ระบุตัวเลขช่วงอายุดังกล่าวโดยตรง จึงควรตรวจสอบข้อมูลอายุเพิ่มเติมก่อนเผยแพร่แบบฟันธง
เขียนโดย แบกเป้
สรุปข่าวเร็ว คม ชัด ตรงประเด็น
เชี่ยวชาญข่าวแรง–ข่าวจริง ที่คนกำลังสนใจ
ส่องมูลค่าทรัพย์สินของ "ลิซ่า" เน็ตไอดอลระดับโลก
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน
ทำไมสุนัขถึงดมหาเจ้าของเจอ? เพราะมนุษย์ทุกคนมี “ลายเซ็นของกลิ่นกาย” ที่ไม่เหมือนใคร
มหัศจรรย์แห่ง ทะเลสาบกลางขุนเขาไทย ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องอยากมา
เรื่องเล่าที่คนแชร์กันไม่หยุด! ชาร์ลี แชปลิน เคยลงประกวดคนหน้าเหมือนตัวเองแล้วแพ้จริงหรือ?
ถ้าได้คุยกันบนดาวอังคาร เสียงที่ได้ยินอาจเพี้ยนเหมือนเทปยืด จนฟังแทบไม่รู้เรื่อง
ย้อนวันวาน 5 ของเช่าเคยฮิต ก่อนเทคโนโลยีเปลี่ยนทุกอย่าง
4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุด
เรากำลังกินพลาสติกสัปดาห์ละ 1 บัตรเครดิตจริงหรือ? ความจริงของไมโครพลาสติกที่ซ่อนอยู่ในทุกมื้ออาหาร
ทำไมบางคนถึงป่วยบ่อย ทั้งที่ก็ดูแลตัวเองดี?
เคยสังเกตไหม? ทำไมกาสิโนแทบทุกแห่งถึงไม่มีนาฬิกาและไม่มีหน้าต่าง คำตอบคือทำให้คุณลืมเวลา
เปิด 5 เรื่องที่ประเทศไทยติดอันดับโลก สร้างชื่อเสียงในเวทีนานาชาติ
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
บั้งไฟพญานาค เกิดจากอะไรกันแน่? ทำไมวิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้



