หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมื่อท้องฟ้าดูเหมือนทะเลแห่งไฟ ความงดงามที่เกิดจากการเดินทางของแสง

เขียนโดย dukedick

เคยสงสัยหรือไม่ว่า เหตุใดท้องฟ้าที่เคยเป็นสีฟ้าสดใสในตอนกลางวัน จึงสามารถเปลี่ยนเป็นสีส้มจัด สีแดงฉาน หรือสีชมพูอมม่วงได้ในช่วงเวลาเพียงไม่นาน โดยเฉพาะยามที่ดวงอาทิตย์กำลังโผล่พ้นขอบฟ้าหรือลับหายไปในยามเย็น บางครั้งสีสันเหล่านั้นเข้มข้นจนกลุ่มเมฆทั้งผืนดูราวกับถูกเปลวเพลิงย้อมไว้ กลายเป็นภาพคล้าย “ทะเลไฟ” ที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของเรา

แม้ภาพดังกล่าวจะดูราวกับฉากเหนือจริงในภาพยนตร์ แต่แท้จริงแล้วมันคือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ โดยมีต้นกำเนิดจากการเดินทางของแสงอาทิตย์ผ่านชั้นบรรยากาศของโลก

แสงอาทิตย์ที่เรามองเห็นเป็นสีขาวนั้น แท้จริงประกอบด้วยแสงหลายสีรวมกัน ตั้งแต่สีม่วง น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม ไปจนถึงสีแดง แสงแต่ละสีมีความยาวคลื่นแตกต่างกัน เมื่อแสงอาทิตย์เดินทางเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ มันจะชนกับโมเลกุลของก๊าซ ละอองน้ำ และอนุภาคขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในอากาศ ทำให้แสงบางส่วนกระจัดกระจายออกไปในทิศทางต่าง ๆ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “การกระเจิงของแสง”

หนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้เราเห็นสีสันบนท้องฟ้าคือการกระเจิงแบบเรย์ลีห์ หรือ Rayleigh Scattering ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อแสงพบกับอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่าความยาวคลื่นของแสงมาก แสงที่มีความยาวคลื่นสั้นอย่างสีน้ำเงินและสีม่วงจะถูกกระเจิงได้ง่ายกว่าแสงสีแดงที่มีความยาวคลื่นยาว ด้วยเหตุนี้ ในช่วงกลางวันที่ดวงอาทิตย์อยู่สูง แสงสีน้ำเงินจึงกระจายไปทั่วท้องฟ้าและเข้าสู่สายตาของเราจากทุกทิศทาง ทำให้เรามองเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้า

แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก ตำแหน่งของดวงอาทิตย์จะอยู่ต่ำใกล้เส้นขอบฟ้า แสงอาทิตย์จึงต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศเป็นระยะทางไกลกว่าช่วงกลางวันมาก ระหว่างทาง แสงสีน้ำเงิน สีม่วง และสีเขียวส่วนใหญ่จะถูกกระเจิงออกไปก่อน เหลือแสงที่มีความยาวคลื่นมากกว่าอย่างสีเหลือง สีส้ม และสีแดงที่ยังสามารถเดินทางมาถึงสายตาของเราได้ ท้องฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าวจึงเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นโทนสีอบอุ่น และยิ่งแสงต้องเดินทางผ่านบรรยากาศมากเท่าใด สีแดงและสีส้มก็อาจยิ่งปรากฏเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น

เมฆก็มีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพท้องฟ้าที่ดูราวกับมีเปลวไฟ แม้โดยธรรมชาติแล้วเมฆจะประกอบด้วยละอองน้ำหรือผลึกน้ำแข็งจำนวนมหาศาล ซึ่งสามารถกระเจิงแสงได้หลายสีใกล้เคียงกัน ทำให้เรามองเห็นเมฆเป็นสีขาวในวันที่มีแสงสว่างมาก หรือเป็นสีเทาเมื่อเมฆมีความหนาแน่นสูง แต่ในช่วงที่ดวงอาทิตย์อยู่ต่ำ แสงสีแดงและสีส้มจะส่องกระทบฐานเมฆหรือด้านล่างของกลุ่มเมฆ จากนั้นเมฆจะสะท้อนและกระเจิงแสงเหล่านั้นกลับมายังสายตาของเรา

ผลลัพธ์คือกลุ่มเมฆที่เคยเป็นสีขาวหรือสีเทาอาจเปลี่ยนเป็นสีทอง สีส้ม สีชมพู หรือสีแดงเข้มภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที หากท้องฟ้ามีกลุ่มเมฆเรียงตัวเป็นชั้นหรือมีรูปร่างซับซ้อน สีสันที่สะท้อนออกมาก็จะยิ่งดูมีมิติ บางส่วนของเมฆอาจสว่างราวกับโลหะหลอมเหลว ขณะที่บางส่วนยังคงมืดครึ้ม จนเกิดความแตกต่างของแสงและเงาที่ทำให้ท้องฟ้าดูเหมือนทะเลเพลิงขนาดมหึมา

ภาพ “ทะเลไฟบนท้องฟ้า” มักเห็นได้ชัดเป็นพิเศษเมื่อมีกลุ่มเมฆฝนหรือเมฆก้อนขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ในทิศตรงข้ามหรือใกล้กับดวงอาทิตย์ เมฆที่มีความหนาแน่นสูงสามารถรับแสงสีแดงและสีส้มไว้บนพื้นผิวได้อย่างโดดเด่น ขณะที่ส่วนลึกของเมฆอาจยังคงมีสีเทาเข้มหรือเกือบดำ ความแตกต่างระหว่างสีสว่างและสีมืดจึงทำให้เมฆดูเหมือนกำลังลุกไหม้ ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีไฟเกิดขึ้นเลย

นอกจากตำแหน่งของดวงอาทิตย์และลักษณะของเมฆแล้ว ปริมาณฝุ่น ควัน ไอน้ำ และอนุภาคแขวนลอยในชั้นบรรยากาศก็มีส่วนกำหนดความเข้มของสีท้องฟ้าเช่นกัน อนุภาคบางชนิดสามารถเพิ่มการกระเจิงของแสงสีเหลือง ส้ม และแดง ทำให้พระอาทิตย์ตกดูเข้มข้นกว่าปกติ หลังเหตุการณ์ไฟป่า ภูเขาไฟระเบิด พายุฝุ่น หรือในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง ท้องฟ้าอาจมีสีแดงหรือส้มจัดเป็นพิเศษได้ อย่างไรก็ตาม ท้องฟ้าที่มีสีสวยงามมากไม่ได้หมายความว่าอากาศจะสะอาดเสมอไป เพราะบางครั้งสีที่เข้มผิดปกติก็อาจเกิดจากอนุภาคฝุ่นหรือควันที่สะสมอยู่ในอากาศ

หลายคนอาจเชื่อว่าท้องฟ้าสีแดงเป็นสัญญาณเตือนว่าพายุรุนแรงกำลังจะมา แม้สีของท้องฟ้าจะสามารถสะท้อนสภาพของความชื้น เมฆ ฝุ่นละออง และทิศทางของมวลอากาศในขณะนั้นได้บ้าง แต่สีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ยืนยันการเกิดพายุหรือสภาพอากาศรุนแรงได้อย่างแม่นยำ การพยากรณ์อากาศจำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลอื่นร่วมด้วย เช่น ภาพถ่ายดาวเทียม เรดาร์ตรวจอากาศ ความกดอากาศ ความเร็วลม และปริมาณความชื้น

ดังนั้น เมื่อใดที่เราเงยหน้าขึ้นไปเห็นท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงราวกับทะเลไฟ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าจึงไม่ใช่เพียงภาพสวยงามชั่วคราว แต่คือเรื่องราวของแสงอาทิตย์ที่เดินทางผ่านชั้นบรรยากาศอันซับซ้อน ผ่านโมเลกุลอากาศ ฝุ่นละออง ไอน้ำ และกลุ่มเมฆ ก่อนจะสะท้อนเข้าสู่ดวงตาของเรา

ปรากฏการณ์นี้เตือนให้เห็นว่า แม้แต่ท้องฟ้าที่เราคุ้นเคยก็ยังเปลี่ยนแปลงได้ทุกขณะ และในช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อนดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า ธรรมชาติก็สามารถเปลี่ยนผืนฟ้าธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะขนาดมหึมาได้ โดยมีแสงเป็นพู่กัน เมฆเป็นผืนผ้าใบ และชั้นบรรยากาศเป็นผู้ผสมสีให้เกิดความงดงามที่ไม่เคยซ้ำกันในแต่ละวัน

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
พระนักรบ ผู้กอบกู้ราชบัลลังก์เรื่องจริงที่ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์จีน10 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณ3 เมนูอาหารอินเดียที่ต้องลองสักครั้ง!มนุษย์ถ้ำในอดีต วันหนึ่งทำอะไรกันบ้าง เมื่อยังไม่มีเทคโนโลยี?10 วงดนตรีไทยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดหมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้นิทานธรรมะ ตะกร้าทองกับตะกร้าผักเจาะเลข "9 พญานาคราช" และคัมภีร์บาดาลเปิดคลังสมบัติกึ่งกลางปี งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 256910 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด10 ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่สร้างรายได้สูงที่สุด พร้อมผลงานทำเงิน5 StreetFood ของประเทศไทยที่ ถูกใจชาวต่างชาติ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สังเกตไหม? ทำไม "น้ำดื่มบรรจุขวด" ต้องมีลอนคลื่นรอบขวด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เคยเห็นกันไหม กับรังผึ้งที่สร้างจากกลีบดอกไม้ แปลกดีนะเนี่ย ?หลงโลก หลงสงสาร, เพราะอาศัยโลก จึ่งพ้นสงสาร (สร้างกับ เอไอ)หมวกเกราะทรงแปลกของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 (King Henry VIII) หนึ่งในวัตถุโบราณที่น่าสนใจและเป็นปริศนาที่สุดชิ้นหนึ่งเมืองลอยน้ำที่สวยที่สุดในโลก!
ตั้งกระทู้ใหม่