หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มนุษย์กะพริบตาวันละกี่ครั้งในหนึ่งชีวิต

เขียนโดย ยายขี้บ่น

เคยมีช่วงหนึ่งที่นั่งทำงานหน้าจอนานๆ แล้วรู้สึกว่าตาแห้ง แสบตา หรือเหมือนต้องพยายามกะพริบตาบ่อยขึ้นไหม เรื่องเล็กๆ แบบนี้เกิดขึ้นกับหลายคน เพราะการกะพริบตาเป็นสิ่งที่ร่างกายทำอยู่ตลอดเวลา จนเราแทบไม่เคยนึกถึงมันเลย

คนทั่วไปกะพริบตาประมาณ 15 ถึง 20 ครั้งต่อนาทีในช่วงที่ตื่นอยู่ ถ้าคิดเป็นวันหนึ่งที่เราไม่ได้หลับตลอดเวลา ตัวเลขอาจอยู่ราว 1 หมื่นถึง 2 หมื่นครั้งต่อวัน ความถี่นี้ไม่ได้เท่ากันทุกช่วงเวลา เพราะสมองจะปรับตามสิ่งที่เรากำลังทำ

ตอนคุยกับคนอื่น อ่านหนังสือ หรือพักสายตา เรามักกะพริบตาตามธรรมชาติ แต่เวลาจ้องหน้าจอมือถือ เล่นเกม หรือทำงานที่ต้องใช้สมาธิสูง จำนวนครั้งอาจลดลง เพราะสมองกำลังจดจ่อกับสิ่งตรงหน้า หลายคนจึงรู้สึกตึงรอบดวงตาหลังใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง

หน้าที่ของการกะพริบตาไม่ได้มีแค่ทำให้เปลือกตาขยับขึ้นลงเท่านั้น ทุกครั้งที่เราหลับตา น้ำตาบางๆ จะถูกกระจายเคลือบบนผิวตา ช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง และช่วยพาสิ่งเล็กๆ เช่น ฝุ่นออกจากผิวตา เปลือกตาเหมือนเป็นระบบดูแลความสะอาดเล็กๆ ที่ทำงานทั้งวันโดยไม่ต้องมีใครสั่ง

ถ้าลองคำนวณระยะเวลาตลอดชีวิต จำนวนครั้งที่กะพริบตาจะกลายเป็นตัวเลขมหาศาล สมมติคนหนึ่งมีอายุประมาณ 80 ปี และกะพริบตาเฉลี่ยวันละ 1.5 หมื่นครั้ง เท่ากับชีวิตหนึ่งอาจกะพริบตามากกว่า 400 ล้านครั้ง

แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ถ้านับเวลาที่ดวงตาปิดลงทั้งหมด เราเสียเวลาไปกับการหลับตานานแค่ไหน คำตอบคืออาจรวมกันได้หลายปีเลยทีเดียว

การกะพริบตาแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที ประมาณหนึ่งในสิบถึงสี่สิบวินาทีโดยเฉลี่ย ขึ้นกับแต่ละคน เมื่อนำเวลาสั้นๆ เหล่านี้มารวมกันตลอดชีวิต อาจเทียบได้กับช่วงเวลาประมาณ 2 ถึง 5 ปีที่ดวงตาอยู่ในช่วงปิดชั่วคราว

ฟังดูเหมือนเราเสียเวลาไปหลายปี แต่จริงๆ แล้วช่วงเวลานั้นไม่ได้หายไปไหน เพราะทุกครั้งที่กะพริบตา ร่างกายกำลังรักษาความสามารถในการมองเห็นของเราอยู่ ถ้าไม่มีการกะพริบตา ผิวตาจะแห้งอย่างรวดเร็ว และการมองเห็นก็จะได้รับผลกระทบ

มีเรื่องเล็กๆ อีกอย่างที่น่าสนใจคือ การกะพริบตายังเกี่ยวข้องกับความรู้สึกและอารมณ์ด้วย บางช่วงที่คนกำลังคิดหนัก ตื่นเต้น หรือกำลังโกหก จำนวนครั้งของการกะพริบอาจเปลี่ยนไป เพราะระบบประสาทตอบสนองต่อความรู้สึกเหล่านั้น

เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนเริ่มรู้สึกว่าตาแห้งง่ายขึ้น หรือรู้สึกไม่สบายตาเหมือนเมื่อก่อน สาเหตุอาจมาจากหลายอย่าง เช่น ต่อมน้ำตาทำงานลดลง การใช้สายตาหนัก หรือสภาพแวดล้อมที่มีลมและอากาศแห้ง การดูแลดวงตาจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย แม้แต่การพักสายตาจากหน้าจอเป็นระยะ ก็ช่วยให้ดวงตาทำงานสบายขึ้น

บางครั้งสิ่งที่ร่างกายทำซ้ำๆ ทุกวันกลับเป็นสิ่งที่เราไม่เคยขอบคุณมันเลย การกะพริบตาเกิดขึ้นตั้งแต่เช้าจนถึงก่อนหลับ เป็นจังหวะเล็กๆ ที่อยู่ข้างเราเสมอ และอาจทำให้มองเห็นผู้คน สถานที่ และช่วงเวลาต่างๆ ในชีวิตได้ชัดเจนต่อไปอีกนาน

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 58 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 สำนัก เลขตรงกัน “5” ตัวเดียว งวด 16 ส.ค. 69วันพระมีที่มาอย่างไร และทำไมพระสูตรจึงเล่าถึงเทวดาลงมาดูความดีของมนุษย์ทุกปักษ์จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทยMySQL ยังไม่ตาย แต่เส้นทางหลัง Oracle ซื้อ Sun เปลี่ยนโลกฐานข้อมูลโอเพนซอร์สอย่างไรสังสารวัฏในมุมเมทริกซ์ ทำไมพุทธศาสนามองชีวิตเป็นวงจรที่ต้องเห็นให้ทันเลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปีเปิดปฏิทินคำชะโนด งวด 16 ส.ค. 69 ส่องเลขเด่น 05-25-875 ผลไม้ไทยรสเปรี้ยวจี๊ด! จากของกินเล่นริมทาง สู่สินค้าแปรรูปที่ต่างชาติยอมจ่ายแพงทำงานมานานแต่ยังไม่โต ต้องดูทั้งหัวหน้า เนื้องาน เป้าหมาย และทางที่กำลังเดิน10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้ส่องเลข 'วิ่งตาม' เลขท้ายงวดก่อน ก่อน 16 ส.ค. 69 — หาความสัมพันธ์ผสมการคำนวณและสัญญาณจากคัมภีร์ปีศาจถึงหนังสือถอดรหัสไม่ได้ ทำไมมนุษย์ถึงหลงใหลของต้องห้าม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทันตแพทย์หนีทุนจ่อปิดตำนาน MaxValu ไทย! เซ็นทรัลเซ็นซื้อ 30 สาขา เตรียมเปลี่ยนเป็น Tops — ดีลนี้ไม่ได้ซื้อแค่ร้าน แต่ได้ลูกค้า 9 แสนและ “ทำเล” ไปด้วยPrompt สร้างวิดีโอ AI สาย Parkour Actionทำไมพระแม่กาลีจึงทั้งน่ากลัวและเป็นแม่ผู้คุ้มครองในเวลาเดียวกัน
ตั้งกระทู้ใหม่