ทำไมขึ้นรถแล้วอ่านหนังสือจึงเวียนหัว
เคยมีคนสงสัยไหมว่า ทำไมเวลาอยู่บ้านอ่านหนังสือเป็นชั่วโมงยังสบายดี แต่พอขึ้นรถได้ไม่กี่นาที เปิดนิยาย เปิดการ์ตูน หรือเปิดเอกสารอ่านงาน กลับเริ่มรู้สึกเหมือนท้องกำลังประท้วงอยู่เงียบ ๆ ตามด้วยอาการมึนหัว คลื่นไส้ อยากวางหนังสือทิ้งทันที
ความน่าขำของร่างกายมนุษย์อยู่ตรงนี้ เราสามารถเล่นมือถือ เดินไปเดินมา ทำงานหน้าจอทั้งวันได้ แต่พอเอาหนังสือเล่มเล็ก ๆ ไปอ่านบนรถ ร่างกายกลับเหมือนกดปุ่มเตือนภัยขึ้นมา ทั้งที่สิ่งที่ทำอยู่ก็คือการอ่านตัวหนังสือเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนสถานที่นิดเดียวเท่านั้น
สาเหตุหลักมาจากสมองได้รับข้อมูลจากร่างกายหลายทางพร้อมกัน แต่ข้อมูลเหล่านั้นดันไม่ตรงกัน ตากำลังบอกว่า ตอนนี้เรากำลังนั่งนิ่งและจ้องหนังสืออยู่ ตัวหนังสืออยู่ตรงหน้า ไม่มีอะไรเคลื่อนที่ ส่วนหูชั้นในซึ่งทำหน้าที่ช่วยควบคุมการทรงตัวกลับส่งสัญญาณว่า รถกำลังเลี้ยว รถกำลังเร่ง รถกำลังเบรก
สมองเลยเหมือนเจอข้อมูลคนละชุดจากทีมงานสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งบอกว่านั่งนิ่ง อีกฝ่ายบอกว่ากำลังเคลื่อนที่ ผลลัพธ์คือสมองเริ่มงงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และอาการที่ตามมาก็คือเวียนหัว คลื่นไส้ หรือบางคนถึงขั้นหน้าซีดเหมือนเพิ่งโดนรถไฟเหาะเล่นงาน ทั้งที่จริงแค่นั่งอ่านหนังสืออยู่เฉย ๆ
อาการนี้เรียกว่าอาการเมารถ หรือ Motion Sickness ซึ่งไม่ได้เกิดเฉพาะตอนอ่านหนังสือ บางคนเล่นเกมบนมือถือ ดูแผนที่ หรือก้มดูหน้าจอนาน ๆ บนรถก็เป็นได้ เพราะสายตากำลังจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ใกล้ ขณะที่ร่างกายรับรู้การเคลื่อนไหวจากรถตลอดเวลา
ที่น่าสนใจคือหลายคนคิดว่าตัวเองเป็นคนขี้เมารถ ทั้งที่จริงบางครั้งไม่ได้แพ้รถ แต่แพ้ความขัดแย้งของข้อมูลในสมอง ตัวรถไม่ได้ทำอะไรผิด หนังสือก็ไม่ได้มีพิษมีภัย แค่ร่างกายกำลังเถียงกันเองแบบไม่มีใครยอมใคร
บางคนแก้ปัญหาด้วยการนั่งอ่านต่อให้ชิน แต่ร่างกายไม่ได้ทำงานเหมือนเครื่องจักรที่เปิดทิ้งไว้แล้วเดี๋ยวก็ปรับตัวเสมอไป ยิ่งฝืนอ่านทั้งที่เริ่มคลื่นไส้ อาการอาจยิ่งหนักขึ้น เพราะสมองยังได้รับสัญญาณที่ขัดกันต่อเนื่อง
วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดโอกาสเวียนหัวคือมองออกไปไกล ๆ มองถนนหรือเส้นขอบฟ้า ให้ตากับหูชั้นในได้รับข้อมูลใกล้เคียงกันมากขึ้น นั่งบริเวณที่รถสั่นน้อย เช่น ตอนกลางรถ หลีกเลี่ยงการอ่านในช่วงที่รถเลี้ยวเยอะหรือถนนขรุขระ และพักสายตาเป็นระยะ
บางคนใช้วิธีนั่งเบาะหน้าเพื่อช่วยลดอาการ เพราะมองเห็นทิศทางการเคลื่อนที่ของรถได้ชัดขึ้น ส่วนบางคนเลือกฟังหนังสือเสียงแทนการอ่าน ซึ่งเป็นวิธีแก้แบบยุคใหม่ เพราะยังได้เนื้อหาเหมือนเดิม แค่ไม่ต้องเอาตาไปทำงานแข่งกับรถที่กำลังวิ่ง
เด็ก ๆ มักเจออาการนี้มากกว่าผู้ใหญ่ เพราะระบบควบคุมการทรงตัวยังพัฒนาไม่เต็มที่ แต่ผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยก็ยังเจอปัญหาเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่นั่งรถนาน ๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านทันที เหมือนร่างกายกำลังบอกว่า ขอพักก่อน แต่เจ้าของร่างยังตอบกลับว่า ขออ่านอีกหนึ่งหน้า ซึ่งหนึ่งหน้าที่ว่าบางทีพาไปถึงจุดต้องปิดมือถือแทบไม่ทัน
เรื่องเล็ก ๆ อย่างการอ่านหนังสือบนรถเลยกลายเป็นตัวอย่างว่าร่างกายมนุษย์ไม่ได้ทำงานด้วยเหตุผลแบบเครื่องคิดเลขเสมอไป บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่เราทำ แต่อยู่ที่ระบบภายในกำลังรับข้อมูลคนละทางแล้วพยายามหาคำตอบให้ทันเวลา
หมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร
ยังใช้ชื่อเฟซสมัยมัธยมอยู่หรือเปล่า? เปลี่ยนใหม่ได้ง่ายกว่าที่คิด but! ระวังพลาดแล้วต้องรอ 60 วัน!
"เชอริโมยา"ผลไม้ที่เฮลตี้ที่สุดในโลก!
เจาะลึกเลขอัญเชิญ "ท้าวเวสสุวรรณ" และศาสตร์เกณฑ์เลขมหาเทพผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
4 เมืองโบราณที่หายสาบสูญ
10 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณ
Soft cream คืออะไร และใครคือเจ้าแรกของโลก
มนุษย์ถ้ำในอดีต วันหนึ่งทำอะไรกันบ้าง เมื่อยังไม่มีเทคโนโลยี?
ปรงภูเขา ไม้ดึกดำบรรพ์กลางป่า พืชโบราณที่ควรชมแต่ไม่ควรแตะ
แค่เติมเกลือหยิบมือเดียว ทำไมโค้กถึงอร่อยขึ้น? คำตอบอยู่ที่วิทยาศาสตร์ของ "รสชาติ"
เปิดสถิติเลขท้าย 2 ตัว/3 ตัว ที่ออกบ่อยที่สุดในรอบ 10 ปี
เดินห้างทีไรกระเป๋าเบาทุกที? เปิดเบื้องหลัง "จิตวิทยาซูเปอร์มาร์เก็ต" ที่ทำให้เราซื้อของเกินลิสต์โดยไม่รู้ตัว
"เชอริโมยา"ผลไม้ที่เฮลตี้ที่สุดในโลก!
จากราเขียวบนผลส้ม สู่ยาฆ่าเชื้อเปลี่ยนโลก:เพนิซิลลิน (penicillin)
ยังใช้ชื่อเฟซสมัยมัธยมอยู่หรือเปล่า? เปลี่ยนใหม่ได้ง่ายกว่าที่คิด but! ระวังพลาดแล้วต้องรอ 60 วัน!
4 เมืองโบราณที่หายสาบสูญ
กดทุกวันแต่เพิ่งรู้! ทำไมคอมพิวเตอร์ต้องแยกปุ่ม Delete กับ Backspace?
เด้งอึ๋ม เคะอึ๋ม คืออะไร
ยังใช้ชื่อเฟซสมัยมัธยมอยู่หรือเปล่า? เปลี่ยนใหม่ได้ง่ายกว่าที่คิด but! ระวังพลาดแล้วต้องรอ 60 วัน!
4 เมืองโบราณที่หายสาบสูญ
วัดขุนหลวงวิน 4 ไฮไลท์สถาปัตยกรรมที่ไม่ควรพลาด
เดินห้างทีไรกระเป๋าเบาทุกที? เปิดเบื้องหลัง "จิตวิทยาซูเปอร์มาร์เก็ต" ที่ทำให้เราซื้อของเกินลิสต์โดยไม่รู้ตัว