ทำไมเมื่อ "ฟ้าผ่า" สามารถทำให้เกิดไฟไหม้ได้ในทันทีที่ปะทะกับวัตถุ
ฟ้าผ่า พลังงานมหาศาลจากท้องฟ้าที่ทั้งงดงามและน่าสะพรึงกลัว
ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดครึ้ม เสียงลมเริ่มพัดแรง เมฆฝนก่อตัวหนาทึบจนบดบังแสงแดด บรรยากาศเช่นนี้มักเป็นสัญญาณของพายุฝนฟ้าคะนองที่กำลังใกล้เข้ามา และหนึ่งในปรากฏการณ์ที่ทรงพลังที่สุดซึ่งมักเกิดขึ้นพร้อมกันก็คือ “ฟ้าผ่า” แสงสว่างวาบที่พุ่งลงมาจากท้องฟ้าในเสี้ยววินาที ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องกึกก้องราวกับธรรมชาติกำลังแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ของตนเอง
ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการปลดปล่อยประจุไฟฟ้าปริมาณมหาศาลภายในก้อนเมฆฝนฟ้าคะนอง หรือที่เรียกว่าเมฆคิวมูโลนิมบัส ประจุไฟฟ้าเหล่านี้อาจเคลื่อนที่จากเมฆลงสู่พื้นดิน จากพื้นดินขึ้นสู่เมฆ หรือแม้กระทั่งเกิดขึ้นระหว่างก้อนเมฆด้วยกันเอง แม้จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นมาก แต่พลังงานที่ถูกปล่อยออกมานั้นรุนแรงอย่างยิ่ง จนสามารถสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมได้ในทันที
สิ่งที่ทำให้ฟ้าผ่าน่ากลัวไม่ใช่เพียงแค่แสงสว่างเจิดจ้าและเสียงดังสนั่นเท่านั้น แต่คือความร้อนและพลังงานที่แฝงอยู่ภายในสายฟ้า ฟ้าผ่าสามารถสร้างอุณหภูมิได้สูงถึงประมาณ 30,000 องศาเซลเซียส ซึ่งร้อนกว่าพื้นผิวของดวงอาทิตย์หลายเท่า ความร้อนระดับนี้สามารถทำให้วัตถุที่ถูกฟ้าผ่าปะทะเกิดการลุกไหม้ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะต้นไม้แห้ง อาคารไม้ หลังคา หรือวัสดุที่ติดไฟง่าย จึงไม่น่าแปลกใจที่ฟ้าผ่าจะเป็นหนึ่งในสาเหตุของไฟป่าและเพลิงไหม้ในหลายพื้นที่ทั่วโลก
นอกจากความร้อนแล้ว ฟ้าผ่ายังมาพร้อมกับกระแสไฟฟ้าที่รุนแรงมาก กระแสไฟในสายฟ้าอาจสูงได้ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลายแสนแอมแปร์ ขณะที่แรงดันไฟฟ้าอาจสูงถึงระดับหลายล้านหรือหลายพันล้านโวลต์ พลังงานขนาดมหาศาลนี้ เมื่อปะทะเข้ากับวัตถุใดวัตถุหนึ่ง ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง วัตถุอาจแตกร้าว ระเบิด หรือเสียรูปได้ในทันที ระบบไฟฟ้าภายในอาคารอาจเสียหาย เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุอาจพังลง แม้ไม่ได้ถูกฟ้าผ่าโดยตรงก็ตาม
อีกหนึ่งพลังที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้จากฟ้าผ่า คือคลื่นกระแทกที่เกิดขึ้นหลังการปลดปล่อยพลังงานอย่างฉับพลัน เมื่อสายฟ้าเคลื่อนผ่านอากาศ ความร้อนมหาศาลจะทำให้อากาศโดยรอบขยายตัวอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนและเสียงฟ้าร้องที่ดังกึกก้อง คลื่นกระแทกนี้อาจมีความรุนแรงมากพอที่จะทำให้ต้นไม้ฉีกออกเป็นเสี่ยง ๆ กำแพงแตกร้าว หรือโครงสร้างบางส่วนของอาคารได้รับความเสียหายได้
ภาพของต้นไม้ที่ถูกฟ้าผ่าจนเปลือกแตกกระจาย มักเป็นตัวอย่างชัดเจนของพลังทำลายล้างจากธรรมชาติ เมื่อน้ำและความชื้นภายในลำต้นได้รับความร้อนอย่างฉับพลัน มันจะกลายเป็นไอและขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนเกิดแรงดันภายในลำต้น ทำให้ต้นไม้แตกออกคล้ายถูกระเบิดจากด้านใน นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้นไม้ใหญ่ที่ดูแข็งแรง จึงอาจพังทลายลงได้ภายในพริบตาเมื่อถูกฟ้าผ่า
ฟ้าผ่าจึงไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ที่สวยงามบนท้องฟ้า หากแต่เป็นพลังงานธรรมชาติที่ต้องให้ความเคารพและระมัดระวังเสมอ ในช่วงฝนฟ้าคะนอง การหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใกล้เสาไฟ หรือบริเวณโล่งกว้าง เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง รวมถึงควรถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดเมื่อต้องเผชิญพายุรุนแรง เพื่อป้องกันความเสียหายจากกระแสไฟฟ้าที่อาจไหลเข้ามาตามระบบสายไฟ
แม้ฟ้าผ่าจะเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที แต่ผลกระทบของมันอาจยาวนานกว่านั้นมาก ทั้งร่องรอยความเสียหาย ไฟไหม้ ระบบไฟฟ้าที่พังเสียหาย หรือแม้แต่การสูญเสียชีวิต ปรากฏการณ์นี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจว่า ธรรมชาติไม่ได้มีเพียงด้านที่งดงามและอ่อนโยนเท่านั้น หากยังมีพลังอันรุนแรงที่มนุษย์จำเป็นต้องเรียนรู้ เข้าใจ และอยู่ร่วมด้วยอย่างระมัดระวัง
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชค
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
เทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
เจ๊เขียว โชคดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 3 ตัว 2 ชุด และเลข 2 ตัว 6 ชุด
หนุ่ม 26 ขี่ จยย.กลับบ้านกลางดึก เสียหลักชนเกาะกลาง ร่างกระเด็นถูกรถกระบะชนดับ
ไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เอง
4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบัน






