หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมรองเท้าถึงมีกลิ่นอับ ทั้งที่ไม่ได้เปียกน้ำเสมอไป

เขียนโดย ยายขี้บ่น

รองเท้ามีกลิ่นอับเป็นเรื่องที่หลายคนเจอ โดยเฉพาะรองเท้าผ้าใบ รองเท้าทำงาน รองเท้ากีฬา หรือรองเท้าที่ใส่ทั้งวัน พอกลับถึงบ้านถอดออกมา กลิ่นอาจลอยขึ้นมาทันที ทั้งที่บางครั้งรองเท้าก็ไม่ได้เปียกฝน ไม่ได้ลุยน้ำ และดูเหมือนแห้งดีด้วยซ้ำ

สาเหตุหลักไม่ได้มาจากรองเท้าอย่างเดียว แต่มาจาก “เหงื่อ เท้า ความอับชื้น และแบคทีเรีย” ที่อยู่รวมกันในพื้นที่ปิดเป็นเวลานาน

เท้าของคนเรามีต่อมเหงื่อเยอะมาก เวลาเราเดิน ทำงาน ออกกำลังกาย หรือใส่รองเท้านาน ๆ เท้าจะมีเหงื่อออก ถึงแม้เราจะไม่รู้สึกว่าเท้าเปียก แต่ความชื้นเล็ก ๆ ก็สะสมอยู่ในถุงเท้า พื้นรองเท้า และซอกต่าง ๆ ภายในรองเท้าได้

เหงื่อเองจริง ๆ ไม่ได้มีกลิ่นแรงมากตั้งแต่แรก แต่เมื่อเหงื่อผสมกับเซลล์ผิวที่หลุดลอก ไขมันบนผิว และความอับภายในรองเท้า แบคทีเรียที่อยู่ตามธรรมชาติบนผิวก็จะเริ่มย่อยสลายสิ่งเหล่านี้ แล้วปล่อยสารที่มีกลิ่นออกมา นี่คือจุดเริ่มต้นของกลิ่นอับรองเท้า

รองเท้าเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการเกิดกลิ่นมาก เพราะมันปิดทึบ อากาศถ่ายเทน้อย และมักมีความอุ่นจากอุณหภูมิร่างกาย เมื่อมีทั้งความอุ่น ความชื้น และอาหารของแบคทีเรีย กลิ่นจึงเกิดง่ายมาก โดยเฉพาะรองเท้าที่ใส่ซ้ำทุกวันโดยไม่พักให้แห้งสนิท

ถุงเท้าก็มีส่วนสำคัญ ถ้าใส่ถุงเท้าที่ระบายอากาศไม่ดี หรือใส่ถุงเท้าคู่เดิมนานเกินไป ความชื้นและกลิ่นจะสะสมเร็วขึ้น ถุงเท้าที่เปียกเหงื่อแล้วถูกใส่อยู่ในรองเท้าทั้งวันก็เหมือนแหล่งเพาะกลิ่นขนาดเล็ก พอถอดรองเท้า กลิ่นก็ชัดทันที

วัสดุของรองเท้าก็มีผล รองเท้าบางชนิดระบายอากาศดี กลิ่นจึงเกิดช้ากว่า แต่รองเท้าหนังเทียม รองเท้าผ้าใบหนา ๆ หรือรองเท้าที่มีพื้นด้านในซับความชื้นมาก อาจเก็บเหงื่อและกลิ่นได้ง่ายกว่า ถ้าไม่ตากหรือทำความสะอาด กลิ่นจะค่อย ๆ ฝังอยู่ในวัสดุจนล้างออกยาก

อีกสาเหตุหนึ่งคือการเก็บรองเท้าในที่อับ เช่น ตู้รองเท้าที่ปิดสนิท มุมห้องที่อากาศไม่ถ่ายเท หรือวางรองเท้าทับกันหลายคู่ ถ้ารองเท้ายังมีความชื้นอยู่เล็กน้อยแล้วถูกเก็บในที่ปิด กลิ่นอับจะยิ่งชัดขึ้น เพราะความชื้นไม่มีทางระบายออก

รองเท้าที่เคยเปียกฝนหรือโดนน้ำแล้วแห้งช้า มักมีกลิ่นแรงกว่าปกติ เพราะความชื้นลึก ๆ ในพื้นรองเท้าและผ้าด้านในอาจยังไม่แห้งจริง แม้ภายนอกจะดูแห้งแล้วก็ตาม ถ้าใส่ต่อทันที กลิ่นอับจะสะสมเร็วมาก

บางคนพยายามแก้ด้วยการฉีดน้ำหอมใส่รองเท้า แต่จริง ๆ แล้วนี่มักเป็นการกลบกลิ่นมากกว่าการแก้ต้นเหตุ ถ้าข้างในยังชื้นและมีแบคทีเรียอยู่ กลิ่นหอมอาจผสมกับกลิ่นอับจนกลายเป็นกลิ่นแปลก ๆ หนักกว่าเดิมได้

วิธีลดกลิ่นรองเท้าที่ดีคือทำให้รองเท้าแห้งและสะอาดก่อน เริ่มจากไม่ควรใส่รองเท้าคู่เดิมทุกวันถ้าเป็นไปได้ ควรสลับคู่เพื่อให้รองเท้าได้พักและระบายความชื้นออกอย่างน้อยหนึ่งวัน รองเท้าที่แห้งสนิทจะเกิดกลิ่นยากกว่ารองเท้าที่ชื้นสะสม

หลังใส่รองเท้า ควรวางไว้ในที่อากาศถ่ายเท ไม่ควรเก็บเข้าตู้ปิดทันที ถอดพื้นรองเท้าด้านในออกมาตากบ้างถ้าถอดได้ และถ้ารองเท้าเปียก ควรตากให้แห้งสนิทก่อนใส่ครั้งต่อไป อาจใช้กระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษแห้งยัดด้านในเพื่อช่วยดูดความชื้น แต่ควรเปลี่ยนกระดาษเมื่อมันชื้นแล้ว

การดูแลเท้าก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรล้างเท้าให้สะอาด เช็ดซอกนิ้วให้แห้งก่อนใส่ถุงเท้า และเปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน ถ้าเป็นคนเหงื่อเท้าเยอะ อาจเลือกถุงเท้าที่ระบายอากาศดี หรือใช้แป้งสำหรับเท้าในปริมาณพอดีเพื่อลดความชื้น

ถ้ารองเท้าซักได้ ควรซักตามวิธีที่เหมาะกับวัสดุของรองเท้า แล้วตากในที่มีลมและแดดอ่อน ๆ ให้แห้งจริง ๆ แต่ไม่ควรเอารองเท้าบางชนิดไปตากแดดจัดนานเกินไป เพราะอาจทำให้กาวเสื่อม สีซีด หรือรองเท้าเสียรูปได้

สำหรับรองเท้าที่มีกลิ่นฝัง อาจใช้เบกกิ้งโซดาโรยบาง ๆ ทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วเคาะออก หรือใช้ถุงดูดความชื้น ถ่านไม้สะอาด หรือซองดับกลิ่นสำหรับรองเท้าช่วยดูดกลิ่นได้ แต่ควรใช้ร่วมกับการทำให้รองเท้าแห้ง ไม่ใช่ใช้แทนการทำความสะอาดทั้งหมด

ถ้ากลิ่นเท้าแรงผิดปกติ คัน ลอก แดง มีผื่น หรือมีกลิ่นรุนแรงมากแม้เปลี่ยนรองเท้าและดูแลความสะอาดแล้ว อาจเกี่ยวกับเชื้อราหรือปัญหาผิวหนังบางอย่าง ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ เพื่อดูแลให้ถูกวิธี ไม่ควรปล่อยไว้นาน

สรุปแล้ว รองเท้ามีกลิ่นอับเพราะเท้ามีเหงื่อ ความชื้นสะสม อากาศถ่ายเทน้อย และแบคทีเรียย่อยคราบเหงื่อกับเซลล์ผิวจนเกิดกลิ่น ยิ่งใส่รองเท้าคู่เดิมซ้ำ ๆ ไม่ตาก ไม่เปลี่ยนถุงเท้า หรือเก็บในที่อับ กลิ่นก็ยิ่งสะสม

ถ้าอยากให้รองเท้าไม่เหม็นอับ สิ่งสำคัญที่สุดคือทำให้เท้าแห้ง รองเท้าสะอาด และมีเวลาระบายอากาศ เพราะรองเท้าที่แห้งจริงและไม่หมักเหงื่อไว้ข้างใน จะหอมสะอาดกว่าเอาน้ำหอมไปฉีดกลบหลายเท่า

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 11 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้จัก Toby เจ้าเหมียว 28 นิ้วเท้า ที่ขึ้นแท่นแมวสุดพิเศษของกินเนสส์หวยลาว 30 มิถุนายน 2569รวมเลขเด่นในกระแสโซเชียลทำไมในตู้เย็นเย็น แต่ข้างหลังตู้กลับร้อน5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยหญิงอินเดียคลอดลูกเองที่บ้านตามวิดีโอยูทูบ ก่อนเสียชีวิตจากตกเลือดหลังคลอดจังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยหอดูดาวอวกาศ Swift กำลังเสียระดับ นาซาส่งยานหุ่นยนต์ช่วยก่อนสายเกินไปค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้างต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้ปิงปองเกิดขึ้นได้อย่างไร จากเกมเล่นในบ้านสู่กีฬาโอลิมปิกสถิติหวยออกวันพุธย้อนหลัง แนวโน้มเลขซ้ำและรูปแบบที่คนชอบใช้วิเคราะห์นักศึกษาฝึกงานทิ้ง Rolex ลงถังขยะ ศาลชี้ใครต้องรับผิดชอบ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 มือถือกล้องเทพปี 2026 ถ่ายรูปสวย ใกล้เคียงกล้องใหญ่แค่ไหนนักศึกษาฝึกงานทิ้ง Rolex ลงถังขยะ ศาลชี้ใครต้องรับผิดชอบหอดูดาวอวกาศ Swift กำลังเสียระดับ นาซาส่งยานหุ่นยนต์ช่วยก่อนสายเกินไปรู้จัก Toby เจ้าเหมียว 28 นิ้วเท้า ที่ขึ้นแท่นแมวสุดพิเศษของกินเนสส์ปิดฉาก "เจาะลึกทั่วไทย" บนจอช่อง 9 อสมท หลังอยู่มา 7 ปีทำไมในตู้เย็นเย็น แต่ข้างหลังตู้กลับร้อน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไม iPhone ถึงได้รับความนิยม?เหนื่อยแล้วดื่มน้ำเย็น ทำไมถึงรู้สึกสดชื่นทันทีทำไมบางคนไม่เก่งตั้งแต่แรก แต่กลับไปได้ไกลกว่าคนมีพรสวรรค์ทำไมกระเป๋า FREITAG ถึงยังได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน?
ตั้งกระทู้ใหม่