หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เราเวียนเทียนทำไม ความหมายที่หลายคนทำมาตั้งแต่เด็ก แต่อาจไม่เคยเข้าใจจริง

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

ถ้าคุณเคยไปวัดในคืนวันพระใหญ่ คุณอาจจำภาพคนถือเทียน ธูป และดอกไม้ เดินวนรอบพระอุโบสถอย่างเงียบ ๆ ได้ดี บางคนมากับครอบครัว บางคนมากับแฟน บางคนมาคนเดียว และบางคนอาจเดินตามคนอื่นไปโดยยังไม่แน่ใจว่า เรากำลังเดินวนไปเพื่ออะไร

การเวียนเทียนเป็นหนึ่งในภาพที่คนไทยคุ้นตาที่สุดในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะในวันสำคัญอย่างวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา แต่ความคุ้นตาบางครั้งก็ทำให้ความหมายค่อย ๆ จางลง หลายคนรู้ว่าต้องเดินสามรอบ รู้ว่าต้องถือเทียน รู้ว่าต้องเวียนขวา แต่ไม่เคยมีใครอธิบายให้ฟังอย่างชัดเจนว่า เหตุใดพิธีนี้จึงสำคัญ

หัวใจของการเวียนเทียนคือการระลึกถึงพระรัตนตรัย ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ การเดินสามรอบจึงไม่ได้เป็นเพียงจำนวนที่ทำตามประเพณี แต่เป็นการให้ใจได้กลับมาน้อมระลึกถึงสิ่งสูงสุดสามประการในพระพุทธศาสนา

รอบแรก ระลึกถึงพระพุทธเจ้า ผู้ตรัสรู้ความจริงของชีวิตด้วยพระองค์เอง และทรงเปิดทางให้มนุษย์เห็นว่า ความทุกข์มีเหตุ และมีทางออกจากทุกข์ได้

รอบที่สอง ระลึกถึงพระธรรม คำสอนที่ไม่ได้มีไว้ให้ท่องจำเท่านั้น แต่มีไว้ให้ทดลองใช้กับใจตัวเองในชีวิตจริง ตั้งแต่เรื่องความโกรธ ความโลภ ความหลง ความเสียใจ ไปจนถึงการรู้จักปล่อยวาง

รอบที่สาม ระลึกถึงพระสงฆ์ ผู้สืบทอดคำสอนจากพระพุทธเจ้ามาจนถึงปัจจุบัน หากไม่มีพระสงฆ์ผู้ศึกษา ปฏิบัติ และถ่ายทอด พระธรรมก็คงไม่เดินทางมาถึงคนรุ่นหลังได้ง่ายเช่นนี้

การเวียนขวา หรือประทักษิณ เป็นสัญลักษณ์ของความเคารพที่มีมาแต่โบราณ การเดินให้สิ่งที่เคารพอยู่ทางขวาของตน แสดงถึงการนอบน้อมและยกสิ่งนั้นไว้สูงกว่าอัตตาของเราเอง ในพิธีเวียนเทียน สิ่งที่อยู่ตรงกลางมักเป็นพระอุโบสถ พระเจดีย์ หรือพระพุทธรูป ซึ่งเป็นศูนย์รวมของความระลึกถึงพระรัตนตรัย

เทียนที่อยู่ในมือก็มีความหมาย เทียนให้แสงสว่างในความมืด เหมือนปัญญาที่ช่วยให้ใจมองเห็นทางในเวลาสับสน ดอกไม้ที่ถือไปด้วยกันก็เตือนเรื่องความไม่เที่ยง เพราะดอกไม้สวยเพียงไม่นานก็โรย ธูปเป็นสัญลักษณ์ของความเคารพและการระลึกถึงคุณงามความดี

ถ้ามองให้ลึก การเวียนเทียนจึงเป็นพิธีที่ใช้ร่างกายพาใจกลับมาอยู่กับธรรมะ เราเดินช้า ๆ เห็นเปลวเทียน เห็นผู้คนรอบตัว ได้ยินเสียงสวดเบา ๆ และค่อย ๆ ระลึกว่า ชีวิตของเราก็เหมือนแสงเทียน มีวันสว่าง มีวันริบหรี่ และวันหนึ่งก็ต้องดับลง

นี่คือเหตุผลที่การเวียนเทียนไม่ควรถูกมองเป็นเพียงกิจกรรมตามเทศกาล เพราะถ้าทำด้วยความเข้าใจ แม้เพียงไม่กี่นาที ก็อาจทำให้ใจสงบลงและได้ทบทวนชีวิตของตัวเอง

หลายคนไปเวียนเทียนเพื่อขอพรให้ชีวิตดีขึ้น เรื่องนั้นไม่ผิดในระดับความรู้สึกของคนธรรมดา แต่พระพุทธศาสนาพาเราไปไกลกว่าการขอพร เพราะแก่นของธรรมะคือการดูเหตุของชีวิต หากอยากให้ชีวิตดีขึ้น ก็ต้องเริ่มจากการสร้างเหตุที่ดีขึ้น คิดดีขึ้น พูดดีขึ้น ทำดีขึ้น และมีสติมากขึ้น

วันพระใหญ่จึงไม่ใช่เพียงวันที่คนไปวัด แต่เป็นวันที่พระพุทธศาสนาชวนมนุษย์กลับมาถามตัวเองว่า เรากำลังใช้ชีวิตอย่างไร เรากำลังปล่อยให้ความโกรธนำทางอยู่หรือไม่ เรากำลังยึดติดกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดหรือเปล่า และเรากำลังลืมความจริงเรื่องความไม่เที่ยงไปมากแค่ไหน

ในโลกที่ทุกอย่างเร็วขึ้น การเดินเวียนเทียนช้า ๆ จึงมีความหมายแปลกประหลาดอย่างหนึ่ง มันพาเรากลับมาสู่จังหวะที่มนุษย์ควรมี กลับมามองแสงเล็ก ๆ ในมือ กลับมารู้ลมหายใจ และกลับมารู้ว่า ความสงบไม่จำเป็นต้องเกิดจากสิ่งใหญ่โต บางครั้งมันเริ่มจากการเดินอย่างรู้ตัวเพียงสามรอบเท่านั้น

คนบางคนอาจไปเวียนเทียนทุกปี แต่ใจลอยตลอดสามรอบ บางคนไปครั้งเดียวแต่เข้าใจว่าตัวเองกำลังระลึกถึงอะไร ความแตกต่างจึงไม่ได้อยู่ที่เท้าพาเราเดินครบหรือไม่ แต่อยู่ที่ใจได้เดินตามไปด้วยหรือเปล่า

หากถือเทียนแต่ใจเต็มไปด้วยความโกรธ หากเดินรอบโบสถ์แต่ยังดูถูกคนอื่น หากไหว้พระแต่ยังไม่คิดจะลดความเห็นแก่ตัว พิธีกรรมก็อาจเหลือเพียงเปลือกสวยงาม แต่ถ้าเดินเพียงสามรอบแล้วเกิดความตั้งใจว่าจะพูดให้น้อยลง ทำร้ายใครให้น้อยลง และมีสติมากขึ้น การเวียนเทียนครั้งนั้นก็มีคุณค่าแล้ว

การเวียนเทียนจึงไม่ใช่เรื่องของแสงเทียนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของแสงในใจมนุษย์ เป็นการเตือนให้เรากลับมาหาพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ไม่ใช่เพื่อหลบโลก แต่เพื่อกลับไปใช้ชีวิตในโลกด้วยใจที่ระมัดระวังขึ้น

สรุปแล้ว เราเวียนเทียนเพื่อระลึกถึงพระรัตนตรัย เพื่อฝึกสติ เพื่อทบทวนความไม่เที่ยงของชีวิต และเพื่อเตือนตัวเองว่า ธรรมะไม่ได้อยู่แค่ในวัดหรือในคืนวันพระใหญ่ แต่อยู่ในทุกก้าวที่เราเลือกเดินหลังจากเทียนในมือดับลงแล้ว

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 69 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผล6 อาหารชื่อเทศ แต่มีในไทยเท่านั้น..ถอดรหัสต้นกำเนิดเมนูติดปากที่ต่างชาติยังงงทำไมกลิ่นถึงพาเราย้อนความทรงจำได้ ?จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านOne day trip หนีกรุงไปดูวัดเก่าแก่ในอดีตที่ปัจจุบันจมอยู่ใต้น้ำ10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69ตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหนทำไมข้าวไทยแต่ละภูมิภาคถึงนุ่ม เหนียว หอม และร่วนไม่เหมือนกันเลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทยรู้จัก "สาวไทย" ที่สื่อนอกให้ฉายา "นักบินที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์"ทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผลตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน6 อาหารชื่อเทศ แต่มีในไทยเท่านั้น..ถอดรหัสต้นกำเนิดเมนูติดปากที่ต่างชาติยังงงทำไมกลิ่นถึงพาเราย้อนความทรงจำได้ ?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ความซื่อสัตย์มันผิดตรงไหน? บทเรียนรักสุดเจ็บ... ซื่อตรงแทบตาย สุดท้ายได้แค่ "คำบอกเลิก"นกที่จำใบหน้ามนุษย์ได้นานกว่าที่คิดทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผลตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน
ตั้งกระทู้ใหม่