หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อยู่ใกล้คนมากขึ้น แต่ทำไมหลายคนกลับรู้สึกว่าไม่รู้จักใครจริง ๆ

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

รถไฟฟ้าแน่น ร้านกาแฟเต็ม โซเชียลเชื่อมคนทั้งโลก แต่หลายคนกลับรู้สึกว่าไม่มีใครให้คุยลึก ๆ ได้ง่ายเหมือนเดิม

คนเมืองจำนวนมากเจอผู้คนแทบตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ลิฟต์คอนโด รถไฟฟ้า ร้านกาแฟ ออฟฟิศ ไปจนถึงหน้าจอโทรศัพท์ แต่การเจอคนมากขึ้นไม่ได้แปลว่าเราจะรู้จักกันมากขึ้นเสมอไป

ความใกล้ทางกายภาพกับความสัมพันธ์จริงเป็นคนละเรื่องกัน เราอาจเห็นหน้าใครทุกเช้า จำโต๊ะทำงานของเพื่อนร่วมงานได้ หรือรู้ว่าคนรู้จักไปเที่ยวที่ไหนจากโซเชียล แต่ยังไม่รู้เลยว่าเขากำลังเหนื่อยกับอะไร กลัวอะไร หรือมีเรื่องไหนที่อยากพูดแต่ไม่เคยได้พูด

นี่คือความย้อนแย้งของชีวิตยุคใหม่ เมืองทำให้เราอยู่ใกล้ผู้คนมากขึ้น เทคโนโลยีทำให้ติดต่อกันง่ายขึ้น แต่เวลา ความสนใจ และพื้นที่สำหรับความสัมพันธ์ที่ลึกพอกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม

เมืองใหญ่ทำให้เราเจอคนมากเกินกว่าจะจำได้จริง

ชีวิตในเมืองเต็มไปด้วยคนแปลกหน้า เราเดินสวนคนจำนวนมากในหนึ่งวัน เห็นใบหน้าหลากหลาย และใช้พื้นที่ร่วมกับคนที่ไม่เคยรู้จักชื่อ

ในอดีต ชุมชนเล็กทำให้ความสัมพันธ์เกิดจากการพบกันซ้ำ ๆ ในพื้นที่เดิม คนรู้ว่าใครอยู่บ้านไหน ทำงานอะไร หรือเกี่ยวข้องกับใคร แต่เมืองสมัยใหม่มีจังหวะที่เร็วกว่า ผู้คนหมุนเวียนมากกว่า และพื้นที่สาธารณะจำนวนมากถูกใช้เพื่อ “ผ่านไป” มากกว่า “หยุดคุย”

เมื่อคนรอบตัวมีจำนวนมาก สมองจึงมักลดรายละเอียดของผู้คนลงเหลือเพียงบทบาท เช่น คนขับรถ พนักงานร้านกาแฟ รปภ. เพื่อนร่วมงาน หรือคนที่ขึ้นรถไฟขบวนเดียวกัน เรารับรู้ว่าเขามีอยู่ แต่ไม่ได้มีเวลาพอจะรู้จักเรื่องราวของเขา

ความคุ้นเคยไม่ใช่ความสัมพันธ์

มีคนจำนวนไม่น้อยที่เราเห็นบ่อยจนรู้สึกคุ้นหน้า แต่ถ้าถามชื่อ ชีวิต หรือเรื่องที่เขากำลังเผชิญ เราอาจตอบไม่ได้เลย

ความคุ้นเคยเกิดจากการพบซ้ำ ส่วนความสัมพันธ์เกิดจากการแลกเปลี่ยนบางอย่างร่วมกัน อาจเป็นบทสนทนา ความไว้ใจ ประสบการณ์ หรือช่วงเวลาที่ต่างฝ่ายต่างยอมให้เห็นชีวิตจริงมากกว่าแค่ภาพภายนอก

นี่ทำให้หลายความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันอยู่ตรงกลางระหว่าง “รู้จัก” กับ “ไม่รู้จัก” เราไม่ได้เป็นคนแปลกหน้ากันเสียทีเดียว แต่ก็ยังไม่ใกล้พอจะเรียกว่าเป็นคนสำคัญในชีวิต

โซเชียลทำให้รู้ข้อมูล แต่ไม่ได้แปลว่าเข้าใจกัน

หน้าจอทำให้เรารู้เรื่องคนอื่นมากขึ้นในบางมิติ เราเห็นว่าใครกินอะไร ไปไหน ย้ายงานหรือยัง หรือกำลังคบกับใคร แต่ข้อมูลเหล่านี้ไม่เท่ากับความเข้าใจ

การเห็นโพสต์หนึ่งไม่ได้บอกทั้งหมดว่าเจ้าของโพสต์รู้สึกอย่างไร การกดไลก์ไม่ได้แทนบทสนทนา และการแชตสั้น ๆ ไม่ได้แทนการฟังกันอย่างเต็มที่เสมอไป

หลายคนจึงมีเครือข่ายกว้างขึ้น แต่ความสัมพันธ์ที่พึ่งพิงได้จริงอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม งานด้านสังคมศาสตร์มักพูดถึงข้อจำกัดของมนุษย์ในการรักษาความสัมพันธ์ที่มีความหมาย เพราะความสัมพันธ์ต้องใช้เวลา ความจำ ความสนใจ และการมีปฏิสัมพันธ์ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่การมีรายชื่ออยู่ในโทรศัพท์หรือรายชื่อเพื่อนบนแพลตฟอร์มออนไลน์

ความสนใจกลายเป็นสิ่งหายาก

การติดต่อกันในวันนี้ง่ายมาก ส่งข้อความได้ภายในไม่กี่วินาที โทรวิดีโอได้แม้อยู่คนละประเทศ แต่สิ่งที่ยากขึ้นคือการให้ความสนใจอย่างเต็มที่

ระหว่างคุยกับใครสักคน เรายังมีแจ้งเตือน ข่าว งาน คลิปสั้น และเรื่องอื่นแทรกเข้ามาได้ตลอด ความสัมพันธ์จึงไม่ได้แข่งขันกับคนอื่นเท่านั้น แต่แข่งขันกับระบบที่ออกแบบมาเพื่อดึงสายตาและเวลาของเรา

ผลที่เกิดขึ้นคือเราตอบกันเร็วขึ้น แต่ฟังกันลึกน้อยลง เราเห็นชีวิตกันบ่อยขึ้น แต่ถามเรื่องสำคัญกันน้อยลง

ความเหงาไม่ได้วัดจากจำนวนคนรอบตัว

คนหนึ่งอาจอยู่ท่ามกลางคนจำนวนมาก แต่ยังรู้สึกโดดเดี่ยวได้ ขณะที่อีกคนอาจมีเพื่อนสนิทไม่กี่คน แต่รู้สึกมั่นคงและเชื่อมโยงกับชีวิตมากกว่า

WHO ระบุว่าความโดดเดี่ยวทางสังคมและความเหงาส่งผลต่อทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ คุณภาพชีวิต และอายุยืน ขณะที่ข้อมูลของ WHO ยังประเมินว่าประมาณ 1 ใน 6 ของประชากรโลกเผชิญความเหงาในบางรูปแบบ

งานวิชาการด้าน social connection ยังแยกให้เห็นว่า “social isolation” และ “loneliness” ไม่ใช่สิ่งเดียวกันทั้งหมด การอยู่คนเดียวหรือมีคนรอบตัวน้อยเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ความรู้สึกว่าไม่มีความสัมพันธ์ที่เติมเต็มพอเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

พื้นที่ปลอดภัยย้ายเข้าไปอยู่ในหน้าจอ

เมื่อมีเวลาว่างเพียงไม่กี่วินาที หลายคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะอยู่ในลิฟต์ คาเฟ่ รถไฟฟ้า หรือห้องรอ

หน้าจอให้ความรู้สึกควบคุมได้ เราเลือกดู เลือกตอบ เลือกปิดได้ทันที ต่างจากการเริ่มบทสนทนากับคนจริงที่มีความเขิน ความไม่แน่นอน และโอกาสถูกปฏิเสธ

เมื่อทุกคนเลือกหน้าจอพร้อมกัน พื้นที่เล็ก ๆ ที่อาจทำให้คนแปลกหน้าเริ่มคุยกันจึงค่อย ๆ หายไป การอยู่ใกล้กันในที่สาธารณะจึงอาจเหลือเพียงการนั่งข้างกันโดยไม่มีจุดเชื่อมใดเกิดขึ้น

การรู้จักใครสักคนยังใช้เวลาเหมือนเดิม

แม้เครื่องมือสื่อสารจะเปลี่ยนไปมาก แต่วิธีรู้จักมนุษย์อีกคนจริง ๆ แทบไม่เปลี่ยน ต้องใช้เวลา บทสนทนา ความต่อเนื่อง และความไว้ใจระดับหนึ่ง

ความสัมพันธ์ที่ลึกพอไม่ได้เกิดจากการเห็นกันบ่อยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากช่วงเวลาที่เราได้ฟัง ได้ถาม ได้เล่า และได้เห็นอีกฝ่ายในวันที่ไม่จำเป็นต้องจัดภาพให้ดูสมบูรณ์แบบ

เมืองอาจทำให้เราเจอคนมากขึ้น โซเชียลอาจทำให้รู้ข่าวคราวของกันและกันเร็วขึ้น แต่การรู้จักกันจริงยังต้องใช้พื้นที่บางอย่างที่เทคโนโลยีลัดไม่ได้

บางทีคำถามจึงไม่ใช่ว่าเรามีคนรอบตัวมากพอหรือยัง แต่อาจเป็นว่าในบรรดาคนมากมายเหล่านั้น ยังมีใครบ้างที่เรามีเวลามองเห็นเขาในฐานะมนุษย์คนหนึ่งจริง ๆ

KEY TAKEAWAYS:

  • การเจอคนจำนวนมากในชีวิตประจำวัน ไม่ได้แปลว่าจะเกิดความสัมพันธ์ที่ลึกขึ้นโดยอัตโนมัติ
  • ความคุ้นหน้า ความคุ้นเคย และการเห็นโพสต์บนโซเชียล ยังไม่เท่ากับการรู้จักชีวิตจริงของกันและกัน
  • ความสัมพันธ์ที่มีความหมายต้องใช้เวลา ความสนใจ ความไว้ใจ และประสบการณ์ร่วมกัน
  • ความเหงาไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนคนรอบตัวเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของความสัมพันธ์ด้วย
  • เทคโนโลยีช่วยให้ติดต่อกันง่ายขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้การฟังกันลึกขึ้นโดยอัตโนมัติ

 

เนื้อหาโดย: เรื่องดีดีมีทุกวัน
แหล่งที่มา: เรื่องดีดีมีทุกวัน, WHO, National Library of Medicine, Taylor & Francis

อ้างอิง:
https://www.who.int/teams/social-determinants-of-health/demographic-change-and-healthy-ageing/social-isolation-and-loneliness
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11403199/
https://www.tandfonline.com/doi/full/10.1080/03014460.2024.2359920
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 14 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการไข่ปลาริวกิวในแกงส้ม แท้จริงมาจากปลาอะไร ทำไมชื่อคล้ายญี่ปุ่นยาน Perseverance วิ่งมาราธอนบนดาวอังคาร ครบ 42 กม. หลังทำงาน 5 ปีคลื่นร้อนยุโรปกระทบปารีส หอไอเฟล–ลูฟร์ปิดเร็วหนีอุณหภูมิสูง5 รายละเอียดในหนังสยองขวัญ ที่ซ่อนความหมายไว้มากกว่าฉากหลอนประเทศที่มีถนนน้อยและสั้นที่สุดในโลก5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยอาหารไทยที่กำลังสูญหายวัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทยสูตรหวยลาวจากสถิติย้อนหลัง เลขเด่นเชิญทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของสมาชิก Postjung.comรถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สถานที่กางเต็นท์ท่ามกลางธรรมชาติที่น่าไปที่สุดในประเทศไทยกรรมมีจริงไหม ทำไมบางคนทำผิดแต่ยังดูสบายดีสูตรหวยลาวจากสถิติย้อนหลัง เลขเด่น5 รายละเอียดในหนังสยองขวัญ ที่ซ่อนความหมายไว้มากกว่าฉากหลอนยาน Perseverance วิ่งมาราธอนบนดาวอังคาร ครบ 42 กม. หลังทำงาน 5 ปี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมแค่เห็นคนอื่นเกา เราถึงรู้สึกคันตามขึ้นมาทันทีอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ควรฝึกฝนเรื่องอะไร บ้างพระราหุล เด็กที่โตมาโดยไม่มีพ่อ กับคำถามเรื่องการให้อภัยทำไมเปิดตู้เย็นแล้วลืมว่าจะหยิบอะไร สมองไม่ได้รวนอย่างที่คิด
ตั้งกระทู้ใหม่