ทำความเข้าใจโรคอารมณ์สองขั้ว เมื่อสมองพาเราเหวี่ยงระหว่างช่วงซึมเศร้ากับช่วงคึกคะนอง
หลายคนเข้าใจว่า Bipolar Disorder คืออารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ทั่วไป
เช้าวันนี้อารมณ์ดี
เย็นนี้อารมณ์เสีย
พรุ่งนี้กลับมาปกติ
แต่ความจริงแล้วโรคอารมณ์สองขั้วซับซ้อนกว่านั้นมาก
และไม่ใช่แค่เรื่องนิสัยหรือการควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
สำหรับผู้ป่วยหลายคน มันเหมือนการใช้ชีวิตอยู่บนรถไฟเหาะที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนควบคุม
บางช่วงชีวิตเต็มไปด้วยพลังงานมหาศาล
นอนน้อยแต่ไม่ง่วง
มั่นใจผิดปกติ
คิดเร็ว พูดเร็ว ทำเร็ว
รู้สึกเหมือนทำอะไรก็สำเร็จได้หมด
แต่ในอีกช่วงหนึ่ง กลับแทบลุกจากเตียงไม่ได้
นี่คือเหตุผลที่โรคนี้ถูกเรียกว่า Bipolar Disorder
เพราะอารมณ์อาจแกว่งระหว่างสองขั้วหลัก
คือช่วงซึมเศร้า และช่วงคึกคะนองที่เรียกว่า Mania หรือ Hypomania
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ช่วงคึกคะนองไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป
นี่คือจุดที่คนจำนวนมากเข้าใจผิด
หลายคนคิดว่า ถ้าผู้ป่วยกำลังมีพลังงานเยอะ ก็คงเป็นช่วงที่ดี
แต่ความจริง ช่วง Mania อาจสร้างปัญหาใหญ่ในชีวิตได้เช่นกัน
คนที่อยู่ในภาวะ Mania อาจรู้สึกว่าตัวเองเก่งกว่าปกติอย่างมาก
บางคนเริ่มลงทุนเงินก้อนใหญ่โดยไม่คิดรอบคอบ
บางคนลาออกจากงานทันที
บางคนสร้างหนี้จำนวนมากภายในเวลาไม่นาน
บางคนเริ่มทำสิ่งเสี่ยงที่ปกติไม่เคยทำ
เพราะสมองกำลังประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความเป็นจริง
แล้วในสมองเกิดอะไรขึ้นกันแน่
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า Bipolar Disorder เกี่ยวข้องกับความไม่สมดุลของระบบสารสื่อประสาทหลายชนิด
เช่น Dopamine, Serotonin และ Norepinephrine
ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่ออารมณ์ แรงจูงใจ พลังงาน และการตัดสินใจ
ในช่วง Mania ระบบบางส่วนของสมองอาจทำงานมากเกินไป
ผู้ป่วยจึงรู้สึกมีพลังมหาศาล
คิดเร็ว
ตื่นตัวสูง
และมั่นใจอย่างผิดปกติ
ในขณะที่ช่วงซึมเศร้า ระบบเหล่านี้อาจทำงานลดลง
จนทุกอย่างในชีวิตดูหนักและไร้ความหมาย
ลองนึกถึงรถยนต์ที่คันเร่งและเบรกทำงานผิดจังหวะ
บางช่วงคันเร่งถูกเหยียบสุดแรง
บางช่วงเบรกถูกกดจนรถแทบไม่ขยับ
ผู้ป่วยจำนวนมากรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในรถคันนั้น โดยไม่สามารถควบคุมระบบได้เองทั้งหมด
ผลกระทบจึงไม่ได้เกิดกับผู้ป่วยเพียงคนเดียว
แต่เกิดกับทั้งครอบครัว
เพราะคนรอบข้างมักสับสนว่า อันไหนคือตัวตนจริงของเขา
เมื่อเดือนก่อนยังเต็มไปด้วยพลัง
วันนี้กลับไม่อยากคุยกับใคร
เมื่อสัปดาห์ก่อนยังวางแผนธุรกิจใหม่หลายอย่าง
วันนี้กลับรู้สึกหมดหวังกับทุกสิ่ง
คนในบ้านจำนวนมากจึงรู้สึกเหมือนกำลังพยายามตามอารมณ์ที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา
บางคนเหนื่อย
บางคนสับสน
บางคนเริ่มโทษตัวเอง
และบางคนเข้าใจผิดว่าผู้ป่วยแค่ขี้เกียจหรือเอาแต่ใจ
แต่ความจริง Bipolar Disorder เป็นโรคทางการแพทย์
ไม่ใช่ความอ่อนแอทางจิตใจ
ไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจ
และไม่ใช่เรื่องที่ผู้ป่วยเลือกให้เกิดกับตัวเอง
ข่าวดีคือ ปัจจุบันโรคนี้สามารถรักษาและควบคุมอาการได้
ทั้งด้วยยา การติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ การดูแลการนอน และการสนับสนุนจากครอบครัว
ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถเรียน ทำงาน สร้างครอบครัว และใช้ชีวิตได้ตามปกติ
หากได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนรอบข้างคือการแยกคนออกจากโรค
คนที่เรารักไม่ได้กลายเป็นคนละคน
แต่เขากำลังเผชิญความผิดปกติของระบบที่ควบคุมอารมณ์ภายในสมอง
และในหลายช่วงเวลา เขาเองก็อาจสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ต่างจากคนรอบตัวเลย
ท้ายที่สุด Bipolar Disorder ไม่ใช่เรื่องของอารมณ์ขึ้นลงธรรมดา
แต่มันคือโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองทั้งระบบ
และการเข้าใจความแตกต่างระหว่างช่วงซึมเศร้ากับช่วงคึกคะนอง อาจเป็นก้าวแรกที่ช่วยให้ทั้งผู้ป่วยและครอบครัวเดินผ่านมันไปด้วยกันได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ไขความลับ!จากใบชาเพียงต้นเดียว"เขียว ชาแดง ชาดำ" แตกต่างกันอย่างไร?
แบบฉบับเพลงร็อก
ทำความรู้จักศาสตร์การอ่านไพ่ทาโรต์: ไพ่ออกมาตรงได้ยังไง แล้วมันทำงานยังไงกันแน่?
ย้อนรอยเรื่องเล่าเรือผีสิงในตำนาน: เหตุการณ์จริงหรือแค่เรื่องเล่าขานติดปาก?
สรุปที่มาของราศีเกิด: ทำไมคนเกิดเดือนเดียวกัน ถึงมีนิสัยและดวงชะตาคล้ายกัน
ล็อตเตอรี่ใบแรกของไทย
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ศิลปะย่อส่วนในขวดแก้ว: ทำความรู้จักกับ "สวนขวด" (Terrarium) นวัตกรรมสีเขียวสำหรับคนเมือง
สัมผัสเสน่ห์ความคลาสสิก เดินชิลล์รับลมบน "สะพานไม้แกดำ" มหาสารคาม
