เมื่อคนในบ้านทำให้เราไม่เชื่อความทรงจำตัวเอง Gaslighting คืออะไร และทำไมมันถึงทำลายความมั่นใจได้รุนแรง
คุณเคยมีโมเมนต์แบบนี้ไหม
คุณจำได้ชัดเจนว่าอีกฝ่ายพูดประโยคหนึ่งออกมา
จำได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
จำได้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรในวันนั้น
แต่เมื่อคุณหยิบเรื่องนั้นขึ้นมาพูด
อีกฝ่ายกลับตอบว่า
ฉันไม่เคยพูดแบบนั้น
เธอคิดไปเองหรือเปล่า
จำผิดแน่ ๆ
ครั้งแรกคุณอาจยังมั่นใจในตัวเอง
แต่เมื่อเหตุการณ์แบบนี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก
คุณเริ่มลังเล
เริ่มย้อนคิด
เริ่มถามตัวเองว่า
หรือเราจะจำผิดจริง ๆ
หรือเราจะคิดมากเกินไป
หรือจริง ๆ แล้วปัญหาอยู่ที่เรา
นี่คือสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า Gaslighting
รูปแบบหนึ่งของการบิดเบือนความจริงทางจิตใจ ที่ทำให้คนคนหนึ่งเริ่มสงสัยในความทรงจำ การรับรู้ และสติของตัวเอง
คำนี้มีที่มาจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่งในช่วงทศวรรษ 1940
ซึ่งตัวละครสามีพยายามทำให้ภรรยาเชื่อว่าตัวเองกำลังเสียสติ
ทั้งที่สิ่งผิดปกติต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นโดยเขาเอง
เมื่อพูดถึง Gaslighting หลายคนมักนึกถึงคู่รัก
แต่ความจริงแล้วมันเกิดขึ้นในครอบครัวได้บ่อยมาก
และบางครั้งก็เจ็บปวดกว่าด้วย
เพราะคนที่ทำคือคนที่เราไว้ใจที่สุดตั้งแต่เด็ก
ลองนึกภาพเด็กคนหนึ่งที่ร้องไห้เพราะเสียใจจริง ๆ
แต่กลับถูกบอกว่า
ไม่ได้เสียใจหรอก แค่เรียกร้องความสนใจ
หรือเด็กที่ถูกทำให้เจ็บปวด
แต่ถูกตอบกลับว่า
คิดมากไปเอง
ไม่มีใครทำอะไรลูกทั้งนั้น
เมื่อเกิดซ้ำเป็นเวลาหลายปี
เด็กคนนั้นจะเริ่มเรียนรู้สิ่งหนึ่ง
นั่นคือ อย่าเชื่อความรู้สึกของตัวเอง
อย่าเชื่อสิ่งที่ตัวเองเห็น
อย่าเชื่อสิ่งที่ตัวเองจำได้
ให้เชื่อคนอื่นมากกว่าตัวเองเสมอ
นี่คือผลกระทบที่อันตรายที่สุดของ Gaslighting
มันไม่ได้แค่ทำให้เราเสียใจในเหตุการณ์หนึ่ง
แต่มันค่อย ๆ ทำลายความเชื่อมั่นพื้นฐานที่เรามีต่อตัวเอง
จนบางคนโตขึ้นมาแล้วไม่กล้าตัดสินใจอะไรเลย
เพราะกลัวว่าตัวเองจะคิดผิดอีก
แล้ว Gaslighting ในครอบครัวหน้าตาเป็นอย่างไร
บางครั้งไม่ได้มาในรูปแบบรุนแรง
แต่อยู่ในประโยคที่ดูธรรมดา
เช่น
แม่ไม่เคยพูดแบบนั้น
พ่อจำได้ไม่เหมือนลูกนะ
ลูกคิดมากไปเอง
เรื่องแค่นี้จะเก็บมาคิดทำไม
ไม่มีใครรู้สึกแบบนั้นหรอก
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกครั้งที่คนจำเหตุการณ์ต่างกันจะเป็น Gaslighting
มนุษย์ทุกคนจำเรื่องราวคลาดเคลื่อนได้
และบางครั้งคนสองคนก็อาจจำเหตุการณ์เดียวกันต่างกันจริง ๆ
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่เจตนาและรูปแบบที่เกิดซ้ำ
Gaslighting มักทำให้ฝ่ายหนึ่งสูญเสียความมั่นใจในตัวเองอย่างต่อเนื่อง
หลายคนที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมแบบนี้มักมีคำพูดติดปาก
ไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดถูกไหม
ขอถามคนอื่นก่อนดีกว่า
อาจจะเป็นความผิดของเราก็ได้
ทั้งที่ในหลายสถานการณ์ พวกเขามองเห็นความจริงได้ชัดเจนอยู่แล้ว
สิ่งที่น่าเศร้าคือ คนจำนวนมากไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังถูก Gaslighting
เพราะมันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เด็กจนกลายเป็นเรื่องปกติ
พวกเขาไม่เคยรู้ว่าการได้รับการรับฟังและได้รับการยืนยันความรู้สึกของตัวเองเป็นอย่างไร
แล้วจะเริ่มฟื้นตัวได้อย่างไร
จุดเริ่มต้นสำคัญคือการยอมรับว่าความรู้สึกของตัวเองมีคุณค่า
การเสียใจไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ
การโกรธไม่ได้แปลว่าไม่มีเหตุผล
และการจำเหตุการณ์แตกต่างจากคนอื่นไม่ได้แปลว่าเราเสียสติ
ดังนั้นความน่ากลัวของ Gaslighting ไม่ได้อยู่ที่การโกหกเพียงครั้งเดียว
แต่อยู่ที่การทำให้คนคนหนึ่งค่อย ๆ สูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเองทีละน้อย
จนวันหนึ่งพวกเขาไม่แน่ใจอีกต่อไปว่า สิ่งที่เห็น สิ่งที่รู้สึก และสิ่งที่จำได้นั้นเป็นความจริงหรือไม่
และบางครั้ง การเยียวยาที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่การพิสูจน์ว่าใครถูกหรือผิด แต่คือการกลับมาเชื่อเสียงของตัวเองอีกครั้ง หลังจากเงียบมันมานานหลายปี
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
ส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
หมาไทยทำไมต้องหลังอาน
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
อำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว
5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
ส่องเลขเด็ด AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ก.ย. 2569 คัดตัวเต็งที่น่าซื้อที่สุดมาให้แล้ว
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท แล้วถ้าใช้ 350 หน่วย บิลทั้งก้อนจะถูกคิดยังไง?
กินขนมทุกวัน เพิ่งรู้! ถุงขนมพอง ๆ ไม่ใช่ลมธรรมดา แต่คือก๊าซที่ช่วยรักษาความกรอบ
อำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว
