หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ใช้ยังไงให้คุ้ม ไม่เผลอจ่ายเกินจำเป็น

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

 

โครงการร่วมจ่ายช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ แต่ความคุ้มไม่ได้อยู่ที่ส่วนลดอย่างเดียว อยู่ที่เลือกใช้กับของจำเป็นและอ่านเงื่อนไขให้ครบก่อนจ่าย

มาตรการร่วมจ่าย 60/40 กลับมาเป็นเรื่องใกล้ตัวของหลายบ้านอีกครั้ง เพราะเกี่ยวกับค่าอาหาร ของใช้ และรายจ่ายประจำวันที่คนไทยต้องเจอแทบทุกวัน

สำหรับโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 หลักการคือภาครัฐช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% ส่วนประชาชนร่วมจ่าย 40% กับร้านค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ โดยรัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิระหว่างวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจำนวนผู้ได้รับสิทธิไม่เกิน 30 ล้านคนตามเงื่อนไขของโครงการ

ตัวเลขล่าสุดที่รัฐบาลเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ระบุว่า มีประชาชนได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการ 26,040,623 ราย ยอดใช้จ่ายสะสมอยู่ที่ 14,099.82 ล้านบาท และมีร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมให้บริการ 997,573 ร้านค้า

พูดง่าย ๆ คือ โครงการนี้ไม่ได้เป็นแค่ “ส่วนลด” สำหรับคนซื้อ แต่เป็นมาตรการที่หวังให้เงินหมุนจากผู้บริโภคไปยังร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร ร้านชุมชน และผู้ประกอบการท้องถิ่น

แต่สำหรับคนทั่วไป คำถามสำคัญกว่า “ลดเท่าไร” คือ ควรใช้ยังไงไม่ให้กลายเป็นจ่ายเพิ่ม

เพราะส่วนลดจากรัฐอาจทำให้หลายคนรู้สึกว่าเงินในกระเป๋ามีมูลค่ามากขึ้น เช่น ของราคา 100 บาท ผู้ใช้สิทธิจ่ายเองเพียง 40 บาท อีก 60 บาทเป็นส่วนที่รัฐช่วยตามเงื่อนไข

ฟังดูคุ้มทันที แต่ถ้าซื้อของที่ไม่ได้จำเป็น หรือซื้อเพราะกลัวเสียสิทธิ สุดท้ายเงิน 40 บาทที่ควรประหยัด อาจกลายเป็นรายจ่ายใหม่ที่ไม่เคยอยู่ในแผน

วิธีใช้ให้คุ้มที่สุดจึงควรเริ่มจากของที่ต้องซื้ออยู่แล้ว เช่น อาหารมื้อประจำ วัตถุดิบทำกับข้าว ของใช้ในบ้าน เครื่องดื่มที่ซื้อเป็นปกติ หรือค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการใช้สิทธิกับของฟุ่มเฟือยเพียงเพราะรู้สึกว่า “รัฐช่วยออกให้มากกว่าเรา” เพราะต่อให้จ่ายเองแค่ 40% ก็ยังเป็นเงินที่ออกจากกระเป๋าจริง

อีกเรื่องที่ต้องเช็กคือร้านค้าที่เข้าร่วมและช่วงเวลาการใช้สิทธิ รัฐบาลระบุว่าโครงการขยายการใช้สิทธิผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี 4 แพลตฟอร์ม ได้แก่ ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood โดยเริ่มใช้ผ่านเดลิเวอรีตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 ในช่วงเวลา 06.00–21.00 น. ผ่านแอป “เป๋าตัง”

ขณะที่การใช้สิทธิกับร้านค้าโดยตรงมีเงื่อนไขและช่วงเวลาตามที่โครงการกำหนด ผู้ใช้สิทธิจึงควรดูรายละเอียดในแอปก่อนจ่ายทุกครั้ง ไม่ควรสรุปเองว่าทุกร้าน ทุกเมนู หรือทุกบริการจะใช้สิทธิได้เหมือนกันหมด

สำหรับร้านค้าเล็ก โครงการลักษณะนี้มีโอกาสช่วยเพิ่มลูกค้าในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยเฉพาะร้านอาหาร ร้านชำ และร้านค้าชุมชนที่เข้าถึงลูกค้าใกล้บ้าน แต่ในมุมผู้บริโภค สิ่งที่ต้องระวังคือการกระจุกตัวของการใช้สิทธิในช่วงต้นโครงการ หรือการรีบใช้โดยไม่วางแผน

ถ้าต้องการให้เงินช่วยเหลือเกิดประโยชน์จริง อาจเริ่มจากทำรายการค่าใช้จ่ายประจำสัปดาห์ก่อน เช่น มื้ออาหารที่ต้องซื้อแน่นอน ของใช้ที่กำลังจะหมด หรือร้านใกล้บ้านที่ใช้สิทธิได้ จากนั้นค่อยเลือกจ่ายตามแผน

การทำแบบนี้ช่วยให้ส่วนลดกลายเป็น “เงินประหยัดจริง” ไม่ใช่แรงจูงใจให้ซื้อเพิ่ม

อีกมุมที่ควรเข้าใจคือ โครงการร่วมจ่ายไม่ใช่คำตอบระยะยาวของค่าครองชีพ แต่เป็นเครื่องมือกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงเวลาหนึ่ง ช่วยพยุงกำลังซื้อ และทำให้เงินหมุนในระบบเร็วขึ้น

ดังนั้น คนที่ได้รับสิทธิควรมองโครงการนี้เป็นตัวช่วยลดรายจ่ายประจำ ไม่ใช่เงินพิเศษสำหรับซื้อของนอกแผน

สรุปให้สั้นที่สุดคือ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 จะคุ้มมากเมื่อใช้กับสิ่งที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว และจะคุ้มน้อยลงทันทีถ้าใช้เพราะอยาก “ไม่เสียสิทธิ”

ก่อนกดจ่ายทุกครั้ง ลองถามตัวเองเพียงข้อเดียวว่า ถ้าไม่มีโครงการนี้ เรายังจะซื้อของชิ้นนี้อยู่ไหม

ถ้าคำตอบคือใช่ สิทธินี้อาจช่วยประหยัดได้จริง แต่ถ้าคำตอบคือไม่แน่ใจ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่ากำลังจ่ายเงินเพิ่มเพียงเพราะเห็นคำว่าส่วนลด

 

  • ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 คือมาตรการร่วมจ่าย รัฐช่วย 60% ประชาชนจ่าย 40% ตามเงื่อนไขโครงการ
  • ความคุ้มไม่ได้อยู่ที่ใช้สิทธิให้เร็วที่สุด แต่อยู่ที่ใช้กับของจำเป็นที่ต้องซื้ออยู่แล้ว
  • ควรตรวจร้านค้า เวลาใช้งาน วงเงิน และเงื่อนไขในแอปก่อนจ่ายทุกครั้ง
  • การใช้สิทธิกับของฟุ่มเฟือยอาจทำให้รายจ่ายเพิ่ม แม้จะมีส่วนลดจากรัฐ
  • โครงการนี้เป็นมาตรการระยะเวลาจำกัด ไม่ใช่ทางออกถาวรของปัญหาค่าครองชีพ

 

เนื้อหาโดย: เรื่องดีดีมีทุกวัน
แหล่งที่มา:
รัฐบาลไทย, กระทรวงการคลัง, เนื้อหาต้นฉบับจากผู้ใช้

อ้างอิง:
https://www.thaigov.go.th/th/news/164451
https://www.thaigov.go.th/th/news/164884
https://www.thaigov.go.th/th/news/164946
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 85 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดตำรา "ฝันเห็นปลาตัวใหญ่ในคลองข้างบ้าน" สื่อถึงโชคลาภก้อนโต หรือเจ้าแม่สายน้ำมาให้พร?เปิดรายได้ต่อเดือน ช่อง YouTube ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)ทำไมแบรนด์หรู ถึงยอม เผาสินค้าแทนที่จะลดราคา ?มนุษย์ยุคหินเอาชีวิตรอดจากฝนที่ตกติดต่อกันนาน ๆ ได้อย่างไร5 จุดชมทะเลหมอกในไทย ที่สวยจนหลายคนคิดว่าอยู่ต่างประเทศลอตเตอรี่ขายไม่หมดไปไหน? เปิดเบื้องหลังที่หลายคนสงสัยมานานทำไมประเทศไอซ์แลนด์ ถึงไม่มี ยุง แม้แต่ตัวเดียวเลย?ช่วย น้องฮลุน โซโล ดูแลยายได้โดยไม่ต้องจ่ายสักบาทเลขคัดทุกสำนัก!!! ประจำงวด 1 สิงหาคม 2569อาชีพค้าแข้ง 16 ปีของเนย์มาร์กับทีมชาติบราซิลได้สิ้นสุดลงแล้ว! เขาได้ยืนยันการเลิกเล่นทีมชาติบราซิลอย่างเป็นทางการแล้วเปิดเบื้องหลัง สินค้าหมดอายุในห้าง-ร้านสะดวกซื้อ ไปไหนต่อ?เมียให้เช่าใน สปป.ลาว เรื่องจริงที่มีอยู่ แต่ไม่ใช่อย่างที่หลายคนเข้าใจ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ถนนในประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในการขับขี่ทำไมประเทศไอซ์แลนด์ ถึงไม่มี ยุง แม้แต่ตัวเดียวเลย?ช่วย น้องฮลุน โซโล ดูแลยายได้โดยไม่ต้องจ่ายสักบาทอาชีพค้าแข้ง 16 ปีของเนย์มาร์กับทีมชาติบราซิลได้สิ้นสุดลงแล้ว! เขาได้ยืนยันการเลิกเล่นทีมชาติบราซิลอย่างเป็นทางการแล้ว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิด 8 อาชีพโบราณยุคกรุงศรีอยุธยา ที่ปัจจุบันแทบไม่มีใครทำแล้วทำไมประเทศไอซ์แลนด์ ถึงไม่มี ยุง แม้แต่ตัวเดียวเลย?ถ้ารอให้พร้อม อาจจะช้าเกินไปทำไมแบรนด์หรู ถึงยอม เผาสินค้าแทนที่จะลดราคา ?
ตั้งกระทู้ใหม่