หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมแบรนด์หรู ถึงยอม เผาสินค้าแทนที่จะลดราคา ?

เขียนโดย rollwithus

สวัสดีชาวโพสต์จังกันทุกคน หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวว่า แบรนด์หรูระดับโลกบางแบรนด์เลือกทีาจะ ทำลายสินค้าที่ขายไม่หมด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า หรือเครื่องประดับ แทนที่จะนำมาจัดโปรลด 50-90% แบบที่แบรนด์ทั่วไปทำ

 

ฟังดูเหมือนสิ้นเปลืองมาก เพราะของแต่ละชิ้นมีมูลค่าหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน แต่ในมุมของแบรนด์หรู พวกเขามองเรื่องนี้ต่างออกไป

 

เหตุผลแรกคือ การรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์

แบรนด์ลักชัวรีไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย ความพิเศษ และ ความหายาก หากนำสินค้าลดราคาหนัก ๆ เป็นประจำ ลูกค้าอาจเริ่มรอช่วงลดราคาแทนการซื้อเต็มราคา ทำให้คุณค่าของแบรนด์ลดลงในระยะยาว

 

อีกเหตุผลคือ ป้องกันการหลุดไปสู่ตลาดมือสองหรือสินค้าปลอม

หากสินค้าค้างสต็อกถูกขายออกในราคาถูกมาก พ่อค้าคนกลางอาจกว้านซื้อไปขายต่อในราคาที่สูงขึ้น หรือบางส่วนอาจถูกนำไปใช้เป็นต้นแบบในการผลิตสินค้าลอกเลียนแบบ ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์

 

หลายคนอาจสงสัยว่า ทุกแบรนด์ทำแบบนี้หรือไม่? คำตอบคือ ไม่ใช่ทุกแบรนด์

 

ในอดีตมีหลายบริษัทที่ถูกเปิดเผยว่าเคยทำลายสินค้าคงคลัง เช่น เสื้อผ้า น้ำหอม หรือเครื่องประดับ เพื่อควบคุมปริมาณสินค้าในตลาด แต่หลังจากถูกสังคมวิจารณ์อย่างหนักเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หลายแบรนด์ก็เริ่มเปลี่ยนนโยบาย

 

ปัจจุบัน แบรนด์หรูจำนวนมากหันมาใช้วิธีอื่นแทน เช่น นำวัสดุไปรีไซเคิล แยกชิ้นส่วนเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ บริจาคในโครงการที่เหมาะสม หรือผลิตสินค้าในจำนวนที่พอดีกับความต้องการของตลาด เพื่อลดปัญหาสินค้าค้างสต็อกตั้งแต่ต้น

 

นอกจากนี้ หลายประเทศยังเริ่มออกกฎหมายจำกัดการทำลายสินค้าที่ขายไม่หมด โดยเฉพาะสินค้าประเภทเสื้อผ้าและสิ่งทอ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

แม้การทำลายสินค้าจะดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่สำหรับธุรกิจลักชัวรี การรักษามูลค่าและภาพลักษณ์ของแบรนด์ถือเป็นสิ่งสำคัญมากอ

 

ย่างไรก็ตาม แนวโน้มในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไป แบรนด์ระดับโลกหลายแห่งเริ่มให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงลดการทำลายสินค้าและหันไปใช้วิธีจัดการที่รับผิดชอบต่อสังคมมากกว่าเดิม

 

แหล่งอ้างอิง

เนื้อหาโดย: rollwithus
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
rollwithus's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 88 ครั้ง
เขียนโดย rollwithus
นักเขียนอิสระสายสาระความรู้ ข่าวสาร และการติดตามเลขเด็ดที่ผู้คนสนใจ เน้นการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งและเรียบเรียงให้อ่านง่าย กระชับ และน่าเชื่อถือ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์ตรอกกับซอยต่างกันอย่างไร?งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเปิดเเนวทางเลขความเชื่อ จอมขมังเวทย์ 1/9/696 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวมนินจาไม่ได้ใส่ชุดดำ? จริงๆ แล้วพวกเขาแต่งตัวเป็นชาวนาเพื่อให้กลมกลืนกับชาวบ้าน10 ผลไม้เนื้อหลายสีที่แปลกที่สุดในโลกทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกคือสายไหน ทำความรู้จัก Trans-Siberian กว่า 9,288 กม.“บอกเลยว่าตำนาน” 10 รร.ประจำจังหวัดที่เก่าแก่ที่สุดในภาคกลางจังหวัดที่มีคนต่างชาติ เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดเเนวทางเลขความเชื่อ จอมขมังเวทย์ 1/9/69ผู้หญิงเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ แต่บรรลุพระอรหันต์ได้จริงหรือ?นินจาไม่ได้ใส่ชุดดำ? จริงๆ แล้วพวกเขาแต่งตัวเป็นชาวนาเพื่อให้กลมกลืนกับชาวบ้านทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกคือสายไหน ทำความรู้จัก Trans-Siberian กว่า 9,288 กม.ตรอกกับซอยต่างกันอย่างไร?10 ผลไม้เนื้อหลายสีที่แปลกที่สุดในโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกคือสายไหน ทำความรู้จัก Trans-Siberian กว่า 9,288 กม.10 ผลไม้เนื้อหลายสีที่แปลกที่สุดในโลก8 นาทีหลังดวงอาทิตย์หายไป โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไรทำไมขนมซองพองลมต้องเติมไนโตรเจน?
ตั้งกระทู้ใหม่