ตัดรายจ่ายครัวเรือน ควรเริ่มดูหมวดไหนก่อนจากข้อมูลสถิติทางการ
เวลารู้สึกว่าเงินในบ้านเริ่มตึง คำถามแรกไม่ควรเป็น “จะตัดอะไรออกทันที” แต่ควรถามก่อนว่า “เงินหายไปกับหมวดไหนมากที่สุด และหมวดไหนปรับได้โดยไม่กระทบชีวิตเกินไป” เพราะค่าใช้จ่ายครัวเรือนไทยไม่ได้กระจายเท่ากันทุกหมวด ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติช่วยให้เห็นภาพใหญ่ชัดขึ้นว่า หมวดที่ควรดูเป็นอันดับต้น ๆ คืออาหาร ที่อยู่อาศัย และการเดินทาง
สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่า ปี 2568 ครัวเรือนทั่วประเทศมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเฉลี่ยเดือนละ 22,420 บาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภค 19,482 บาท และค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค 2,938 บาท โดยข้อมูลนี้มาจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ซึ่งเก็บข้อมูลทุกเดือนจากครัวเรือนตัวอย่าง 57,600 ครัวเรือนทั่วประเทศ
หมวดที่ใหญ่ที่สุดคือ “อาหาร”
จากข้อมูลปี 2568 ค่าใช้จ่ายหมวดอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ อยู่ที่ 8,420 บาทต่อเดือน หรือ 37.6% ของค่าใช้จ่ายรวม นี่คือหมวดที่ใหญ่ที่สุดในตะกร้ารายจ่ายครัวเรือนไทย
แต่คำว่าอาหารไม่ได้แปลว่าควรลดแบบหักดิบ เพราะอาหารคือรายจ่ายจำเป็น การตัดผิดจุดอาจกระทบสุขภาพหรือทำให้ชีวิตลำบากกว่าเดิม จุดที่ควรดูจริง ๆ คือ อาหารที่ซื้อเพราะสะดวกมากกว่าจำเป็น เช่น กาแฟนอกบ้านทุกวัน อาหารเดลิเวอรีหลายมื้อต่อสัปดาห์ ของกินเล่นที่ซื้อเพราะโปรโมชัน หรือเครื่องดื่มหวานที่รวมแล้วกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ตอนสิ้นเดือน
วิธีดูง่าย ๆ คือแยกอาหารออกเป็น 3 กลุ่ม: มื้อหลัก ของกินเสริม และเครื่องดื่ม ถ้าจะลดรายจ่าย ให้เริ่มจากของกินเสริมกับเครื่องดื่มก่อน ไม่ใช่ลดคุณภาพมื้อหลักทันที
ที่อยู่อาศัยลดไม่ง่าย แต่ต้องเช็กให้ละเอียด
หมวดที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้ภายในบ้านอยู่ที่ 4,753 บาทต่อเดือน หรือ 21.2% ของค่าใช้จ่ายรวม เป็นหมวดใหญ่อันดับถัดมา
รายจ่ายกลุ่มนี้มักมีทั้งค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอุปกรณ์ในบ้าน และของใช้ที่ซื้อซ้ำ บางบ้านอาจตัดไม่ได้มาก เพราะค่าเช่าหรือค่าผ่อนเป็นภาระประจำ แต่ยังมีจุดที่ตรวจได้ เช่น ค่าไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปิดทิ้งไว้ ค่าสมาชิกรายเดือนที่ผูกบัตรไว้ หรือของใช้ในบ้านที่ซื้อซ้ำเพราะไม่มีการเช็กของเดิม
อย่าเริ่มจากการลดรายจ่ายที่จำเป็นต่อความปลอดภัย เช่น ซ่อมไฟ ซ่อมน้ำ อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับสุขอนามัย หรือของใช้จำเป็นของเด็กและผู้สูงอายุ เพราะอาจทำให้เสียเงินมากกว่าเดิมในภายหลัง
การเดินทางเป็นหมวดที่ควรวางแผนใหม่
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับยานพาหนะและการเดินทางอยู่ที่ 3,430 บาทต่อเดือน หรือ 15.3% ของค่าใช้จ่ายรวม
หมวดนี้มีความน่าสนใจตรงที่บางบ้านลดได้ทันทีถ้ามีทางเลือก เช่น รวมธุระหลายอย่างไว้วันเดียว ลดการเรียกรถระยะสั้น วางแผนเติมน้ำมันตามเส้นทาง ใช้ขนส่งสาธารณะบางวัน หรือเช็กว่าค่าเดินทางไปทำงานคุ้มกับเวลาและรายได้จริงหรือไม่
สำหรับคนใช้รถส่วนตัว รายจ่ายไม่ได้มีแค่น้ำมัน ยังมีค่าจอดรถ ค่าทางด่วน ค่าซ่อมบำรุง ประกัน และค่าเสื่อมรถ ถ้าดูแค่น้ำมันอย่างเดียว อาจประเมินรายจ่ายต่ำกว่าความจริง
หมวดเล็กไม่ได้แปลว่าไม่สำคัญ
ค่าใช้จ่ายการสื่อสารอยู่ที่ 818 บาทต่อเดือน เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และของใช้ส่วนบุคคลอยู่ที่ 1,106 บาท ส่วนเวชภัณฑ์และค่ารักษาพยาบาลอยู่ที่ 276 บาทตามข้อมูลเฉลี่ยประเทศ
ตัวเลขเฉลี่ยของหมวดสุขภาพอาจดูไม่สูง แต่สำหรับบางบ้านที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ หรือเด็กเล็ก หมวดนี้อาจกลายเป็นรายจ่ายหลักได้ทันที จึงไม่ควรตัดค่ายา ค่าหาหมอ หรือประกันสุขภาพแบบสุ่ม ๆ
หมวดสื่อสารก็น่าดู เพราะหลายคนมีทั้งค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ตบ้าน ค่าแพ็กเกจเสริม ค่าแอปสตรีมมิง และบริการที่สมัครไว้แล้วลืมใช้ รายจ่ายพวกนี้มักไม่เจ็บในวันจ่าย แต่สะสมทั้งเดือนแล้วเห็นผลชัด
ลำดับที่ควรเช็กก่อนตัดรายจ่าย
ถ้าดูจากข้อมูลภาพรวมของประเทศ ลำดับที่ควรตรวจคือ อาหารก่อน ที่อยู่อาศัยถัดมา แล้วค่อยดูการเดินทาง เพราะเป็น 3 หมวดใหญ่ที่สุดของครัวเรือนไทย แต่เวลาตัดจริงควรตัดจาก “ส่วนที่ยืดหยุ่น” ไม่ใช่ตัดจาก “ส่วนจำเป็น”
ลองใช้วิธีนี้กับบัญชีบ้าน 1 เดือน:
จดรายจ่ายอาหารแยกมื้อหลักกับของกินเล่น
แยกค่าเดินทางจำเป็นกับค่าเดินทางเพราะความสะดวก
เช็กบิลบ้านว่าอะไรเป็นรายเดือนและอะไรไม่ค่อยได้ใช้
ดูค่าสื่อสารกับแพ็กเกจที่ซ้ำซ้อน
กันเงินสุขภาพไว้ก่อน ไม่ตัดจากหมวดนี้ถ้าไม่มั่นใจ
สิ่งที่ข้อมูลสถิติบอกเราไม่ใช่ว่าทุกบ้านต้องใช้เงินเหมือนค่าเฉลี่ย แต่ช่วยให้เห็นว่าเงินของครัวเรือนไทยมักหนักอยู่ตรงไหน การลดรายจ่ายที่ดีจึงไม่ใช่การประหยัดทุกอย่างพร้อมกัน แต่คือการรู้ว่า หมวดไหนใหญ่ หมวดไหนปรับได้ และหมวดไหนไม่ควรแตะสุ่มสี่สุ่มห้า
อ้างอิง: https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2026/20260505141117_96690.pdf, https://gdcatalog.go.th/dataset/gdpublish-os-08-00009
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทย
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
10 สัญญาณเหนื่อล้าดิจิทัล เมื่อสมองเริ่มล้าจากหน้าจอโดยไม่รู้ตัว
5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทย
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
จากปั๊มสามทหารถึงยุค EV ทำไมปั๊มน้ำมันไทยไม่ใช่แค่ที่เติมน้ำมันอีกต่อไป
GDP โต แต่เงินในกระเป๋าอาจไม่โตตาม 10 ความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
รู้จัก “น้องคุ่น” เด็กดินริมแม่กลอง ทำไมถึงกลายเป็นจุดเช็กอินของราชบุรี
ปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกัน
เลขเด็ด "เสือตกถังพลังเงินดี" งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 69 เลข 3 มาแรง!!
จากปั๊มสามทหารถึงยุค EV ทำไมปั๊มน้ำมันไทยไม่ใช่แค่ที่เติมน้ำมันอีกต่อไป
รู้จัก “น้องคุ่น” เด็กดินริมแม่กลอง ทำไมถึงกลายเป็นจุดเช็กอินของราชบุรี
ปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกัน
Why Thai Convenience Stores Feel So Different to Foreign Visitors
ของกินของใช้อาจแพงขึ้นอีก เพราะอากาศแปรปรวนกำลังดันต้นทุนขนส่ง
สาวพัทลุงรอดชีวิต หลังพลัดตกสะพานสารสิน สิ่งที่ควรรู้จากเหตุค้นหากลางดึก




