หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตัดรายจ่ายครัวเรือน ควรเริ่มดูหมวดไหนก่อนจากข้อมูลสถิติทางการ

เขียนโดย กฤติน พันธ์ดี

เวลารู้สึกว่าเงินในบ้านเริ่มตึง คำถามแรกไม่ควรเป็น “จะตัดอะไรออกทันที” แต่ควรถามก่อนว่า “เงินหายไปกับหมวดไหนมากที่สุด และหมวดไหนปรับได้โดยไม่กระทบชีวิตเกินไป” เพราะค่าใช้จ่ายครัวเรือนไทยไม่ได้กระจายเท่ากันทุกหมวด ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติช่วยให้เห็นภาพใหญ่ชัดขึ้นว่า หมวดที่ควรดูเป็นอันดับต้น ๆ คืออาหาร ที่อยู่อาศัย และการเดินทาง

สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่า ปี 2568 ครัวเรือนทั่วประเทศมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเฉลี่ยเดือนละ 22,420 บาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภค 19,482 บาท และค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค 2,938 บาท โดยข้อมูลนี้มาจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ซึ่งเก็บข้อมูลทุกเดือนจากครัวเรือนตัวอย่าง 57,600 ครัวเรือนทั่วประเทศ

หมวดที่ใหญ่ที่สุดคือ “อาหาร”

จากข้อมูลปี 2568 ค่าใช้จ่ายหมวดอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ อยู่ที่ 8,420 บาทต่อเดือน หรือ 37.6% ของค่าใช้จ่ายรวม นี่คือหมวดที่ใหญ่ที่สุดในตะกร้ารายจ่ายครัวเรือนไทย

แต่คำว่าอาหารไม่ได้แปลว่าควรลดแบบหักดิบ เพราะอาหารคือรายจ่ายจำเป็น การตัดผิดจุดอาจกระทบสุขภาพหรือทำให้ชีวิตลำบากกว่าเดิม จุดที่ควรดูจริง ๆ คือ อาหารที่ซื้อเพราะสะดวกมากกว่าจำเป็น เช่น กาแฟนอกบ้านทุกวัน อาหารเดลิเวอรีหลายมื้อต่อสัปดาห์ ของกินเล่นที่ซื้อเพราะโปรโมชัน หรือเครื่องดื่มหวานที่รวมแล้วกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ตอนสิ้นเดือน

วิธีดูง่าย ๆ คือแยกอาหารออกเป็น 3 กลุ่ม: มื้อหลัก ของกินเสริม และเครื่องดื่ม ถ้าจะลดรายจ่าย ให้เริ่มจากของกินเสริมกับเครื่องดื่มก่อน ไม่ใช่ลดคุณภาพมื้อหลักทันที

ที่อยู่อาศัยลดไม่ง่าย แต่ต้องเช็กให้ละเอียด

หมวดที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้ภายในบ้านอยู่ที่ 4,753 บาทต่อเดือน หรือ 21.2% ของค่าใช้จ่ายรวม เป็นหมวดใหญ่อันดับถัดมา

รายจ่ายกลุ่มนี้มักมีทั้งค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอุปกรณ์ในบ้าน และของใช้ที่ซื้อซ้ำ บางบ้านอาจตัดไม่ได้มาก เพราะค่าเช่าหรือค่าผ่อนเป็นภาระประจำ แต่ยังมีจุดที่ตรวจได้ เช่น ค่าไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปิดทิ้งไว้ ค่าสมาชิกรายเดือนที่ผูกบัตรไว้ หรือของใช้ในบ้านที่ซื้อซ้ำเพราะไม่มีการเช็กของเดิม

อย่าเริ่มจากการลดรายจ่ายที่จำเป็นต่อความปลอดภัย เช่น ซ่อมไฟ ซ่อมน้ำ อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับสุขอนามัย หรือของใช้จำเป็นของเด็กและผู้สูงอายุ เพราะอาจทำให้เสียเงินมากกว่าเดิมในภายหลัง

การเดินทางเป็นหมวดที่ควรวางแผนใหม่

ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับยานพาหนะและการเดินทางอยู่ที่ 3,430 บาทต่อเดือน หรือ 15.3% ของค่าใช้จ่ายรวม

หมวดนี้มีความน่าสนใจตรงที่บางบ้านลดได้ทันทีถ้ามีทางเลือก เช่น รวมธุระหลายอย่างไว้วันเดียว ลดการเรียกรถระยะสั้น วางแผนเติมน้ำมันตามเส้นทาง ใช้ขนส่งสาธารณะบางวัน หรือเช็กว่าค่าเดินทางไปทำงานคุ้มกับเวลาและรายได้จริงหรือไม่

สำหรับคนใช้รถส่วนตัว รายจ่ายไม่ได้มีแค่น้ำมัน ยังมีค่าจอดรถ ค่าทางด่วน ค่าซ่อมบำรุง ประกัน และค่าเสื่อมรถ ถ้าดูแค่น้ำมันอย่างเดียว อาจประเมินรายจ่ายต่ำกว่าความจริง

หมวดเล็กไม่ได้แปลว่าไม่สำคัญ

ค่าใช้จ่ายการสื่อสารอยู่ที่ 818 บาทต่อเดือน เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และของใช้ส่วนบุคคลอยู่ที่ 1,106 บาท ส่วนเวชภัณฑ์และค่ารักษาพยาบาลอยู่ที่ 276 บาทตามข้อมูลเฉลี่ยประเทศ

ตัวเลขเฉลี่ยของหมวดสุขภาพอาจดูไม่สูง แต่สำหรับบางบ้านที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ หรือเด็กเล็ก หมวดนี้อาจกลายเป็นรายจ่ายหลักได้ทันที จึงไม่ควรตัดค่ายา ค่าหาหมอ หรือประกันสุขภาพแบบสุ่ม ๆ

หมวดสื่อสารก็น่าดู เพราะหลายคนมีทั้งค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ตบ้าน ค่าแพ็กเกจเสริม ค่าแอปสตรีมมิง และบริการที่สมัครไว้แล้วลืมใช้ รายจ่ายพวกนี้มักไม่เจ็บในวันจ่าย แต่สะสมทั้งเดือนแล้วเห็นผลชัด

ลำดับที่ควรเช็กก่อนตัดรายจ่าย

ถ้าดูจากข้อมูลภาพรวมของประเทศ ลำดับที่ควรตรวจคือ อาหารก่อน ที่อยู่อาศัยถัดมา แล้วค่อยดูการเดินทาง เพราะเป็น 3 หมวดใหญ่ที่สุดของครัวเรือนไทย แต่เวลาตัดจริงควรตัดจาก “ส่วนที่ยืดหยุ่น” ไม่ใช่ตัดจาก “ส่วนจำเป็น”

ลองใช้วิธีนี้กับบัญชีบ้าน 1 เดือน:

จดรายจ่ายอาหารแยกมื้อหลักกับของกินเล่น
แยกค่าเดินทางจำเป็นกับค่าเดินทางเพราะความสะดวก
เช็กบิลบ้านว่าอะไรเป็นรายเดือนและอะไรไม่ค่อยได้ใช้
ดูค่าสื่อสารกับแพ็กเกจที่ซ้ำซ้อน
กันเงินสุขภาพไว้ก่อน ไม่ตัดจากหมวดนี้ถ้าไม่มั่นใจ

สิ่งที่ข้อมูลสถิติบอกเราไม่ใช่ว่าทุกบ้านต้องใช้เงินเหมือนค่าเฉลี่ย แต่ช่วยให้เห็นว่าเงินของครัวเรือนไทยมักหนักอยู่ตรงไหน การลดรายจ่ายที่ดีจึงไม่ใช่การประหยัดทุกอย่างพร้อมกัน แต่คือการรู้ว่า หมวดไหนใหญ่ หมวดไหนปรับได้ และหมวดไหนไม่ควรแตะสุ่มสี่สุ่มห้า

แหล่งที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติ / Government Data Catalog
อ้างอิง: https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2026/20260505141117_96690.pdf, https://gdcatalog.go.th/dataset/gdpublish-os-08-00009
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
กฤติน พันธ์ดี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 58 ครั้ง
เขียนโดย กฤติน พันธ์ดี
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แมววิเชียรมาศเคยเป็นแมวหลวงจริงแค่ไหนตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนเปิดตำนานกรุสมบัติของชาติ โบราณวัตถุล้ำค่ามีประวัติศาสตร์มายาวนานวัดปริวาสใช้ปูนปั้นเล่าเรื่องร่วมสมัยอย่างไรโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติ 2569: เปรียบเทียบ 10 โรงเรียน ค่าแรกเข้า และงบปีแรกทำไมป้ายความปลอดภัยถึงใช้ “แดง เหลือง เขียว” ไม่ใช่เลือกสีมั่ว ๆ? แต่ละสีมีหน้าที่ชัดกว่าที่คิดหลวงพ่อปากแดง งวด 1 ต.ค. 69 เลขเด่น 6 - 8โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดโธมัส บลัดรอดโทษหลังบุกชิงมงกุฎอังกฤษได้อย่างไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แมววิเชียรมาศเคยเป็นแมวหลวงจริงแค่ไหนเปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษวัดปริวาสใช้ปูนปั้นเล่าเรื่องร่วมสมัยอย่างไรเปิดตำนานกรุสมบัติของชาติ โบราณวัตถุล้ำค่ามีประวัติศาสตร์มายาวนานโธมัส บลัดรอดโทษหลังบุกชิงมงกุฎอังกฤษได้อย่างไรค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติ 2569: เปรียบเทียบ 10 โรงเรียน ค่าแรกเข้า และงบปีแรก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด การเงิน
เงินที่เราใช้ทุกวันอยู่ในธนบัตรมากน้อยแค่ไหนทำไมเงินเดือนออกใหม่ ๆ รู้สึกรวย แต่ผ่านไปไม่กี่วันกลับต้องประหยัด?ทำไมข้าวกล่องบางร้านดูถูก แต่พอกินทุกวันกลับเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่?เงินไม่ได้หายในครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ หมดไปกับเรื่องใกล้ตัว
ตั้งกระทู้ใหม่