เงินเฟ้อ พ.ค. 69 ขึ้น 2.79% ทำไมหลายบ้านยังรู้สึกว่าเงินหายเร็ว
เงินเฟ้อเดือนพฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้น 2.79% จากปีก่อน จุดที่หลายบ้านรู้สึกชัดไม่ใช่ของทุกอย่างแพงพร้อมกัน แต่เป็นค่าอาหารสำเร็จรูป น้ำมัน ค่าโดยสาร และรายจ่ายซ้ำ ๆ ที่ตัดออกยาก
เงินเฟ้อเดือนพฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้น 2.79% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตัวเลขนี้อาจดูเหมือนข่าวเศรษฐกิจไกลตัว แต่ผลจริงอยู่ในชีวิตประจำวันมากกว่า โดยเฉพาะค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าโดยสาร และของใช้บางอย่างที่ซื้อซ้ำบ่อย ๆ พอรวมกันทั้งเดือน หลายบ้านจึงรู้สึกว่าเงินหายเร็วขึ้น แม้ไม่ได้ซื้อของชิ้นใหญ่เลย
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 103.20 เพิ่มขึ้น 2.79% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.17% จากเดือนเมษายน 2569 ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งหักอาหารสดและพลังงานออก เพิ่มขึ้น 0.92%
ตัวเลขพวกนี้ไม่ได้แปลว่า “ของทุกอย่างแพงขึ้นเท่ากัน” แต่บอกว่าราคาสินค้าและบริการโดยเฉลี่ยสูงขึ้น โดยมีบางหมวดดันตัวเลขขึ้นมากกว่าหมวดอื่น และบางรายการก็ยังลดลงอยู่
จุดที่ทำให้รู้สึกแพงคือของที่ใช้บ่อย
แรงกดดันหลักของเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังอยู่ในระดับสูง ค่าโดยสารสาธารณะที่ปรับตามต้นทุน อาหารสำเร็จรูปที่ทยอยขึ้นราคา และผักสดบางรายการที่สูงกว่าปีก่อน
นี่คือเหตุผลที่บางคนไม่ได้รู้สึกว่าของทุกอย่างแพงขึ้นพร้อมกัน แต่รู้สึกว่า “รายจ่ายที่ต้องจ่ายประจำ” แพงขึ้นชัดกว่าเดิม เช่น ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว อาหารเดลิเวอรี ค่าน้ำมัน ค่าโดยสาร รถรับส่งนักเรียน หรือของใช้ในบ้านที่ซื้อทุกเดือน
ถ้ารายจ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นแค่ครั้งละ 5–10 บาท อาจดูไม่มาก แต่ถ้าจ่ายทุกวัน ผลรวมต่อเดือนจะเริ่มรู้สึกได้เร็ว โดยเฉพาะคนทำงานในเมือง ครอบครัวที่มีหลายคน หรือบ้านที่ต้องเดินทางไกลเป็นประจำ
ค่าเดินทางเป็นรายจ่ายที่ลดได้ยาก
ค่าอาหารยังพอปรับพฤติกรรมได้บ้าง เช่น ทำอาหารเอง เลือกเมนูที่คุ้มขึ้น หรือลดการสั่งเดลิเวอรี แต่ค่าเดินทางมักตัดยากกว่า เพราะหลายคนต้องไปทำงาน ไปเรียน ไปพบลูกค้า หรือทำธุระจำเป็น
เมื่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในระดับสูง ต้นทุนการเดินทางก็ส่งผลต่อหลายทาง คนใช้รถส่วนตัวรู้สึกผ่านค่าน้ำมัน คนใช้ขนส่งสาธารณะรู้สึกผ่านค่าโดยสาร ส่วนครอบครัวที่มีลูกหลานอาจเจอค่าเดินทางช่วงเปิดเทอมเพิ่มเข้ามาอีก
ถ้าจะเช็กว่าเงินเฟ้อกระทบบ้านเรามากแค่ไหน จุดแรกที่ควรดูไม่ใช่ราคาสินค้าทุกชิ้น แต่คือรายจ่ายที่เกิดซ้ำบ่อยที่สุด เช่น ค่าน้ำมัน ค่าโดยสาร ค่าอาหารนอกบ้าน และของใช้ประจำบ้าน
ไม่ใช่ทุกหมวดแพงขึ้นพร้อมกัน
ข่าวเงินเฟ้อมักทำให้หลายคนรู้สึกว่า “ทุกอย่างแพงหมด” แต่ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ยังระบุว่ามีปัจจัยที่ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้ออยู่เช่นกัน เช่น ค่าไฟฟ้ารอบเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ที่ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย และราคาเนื้อสัตว์ที่มีแนวโน้มลดลงจากอุปทานในตลาดที่เพียงพอ
ความหมายคือ ภาพค่าครองชีพช่วงนี้ไม่ได้แพงเท่ากันทุกหมวด บางอย่างขึ้น บางอย่างลง บางอย่างทรงตัว แต่สิ่งที่ทำให้คนรู้สึกหนักกระเป๋ามักเป็นหมวดที่ต้องใช้ทุกวัน และไม่สามารถเลี่ยงได้ง่าย
สำหรับบ้านที่ซื้อของเข้าบ้านเอง การดูว่าหมวดไหนขึ้น หมวดไหนลง จะช่วยให้ปรับเมนูหรือเลือกซื้อของได้ดีขึ้น เช่น ลดอาหารสำเร็จรูปบางมื้อ เปลี่ยนไปทำอาหารง่าย ๆ เองบ้าง หรือเลือกวัตถุดิบที่ราคายังไม่สูงมาก
เช็กเงินในบ้านแบบไม่ต้องเครียดเกินไป
การรับมือเงินเฟ้อไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการประหยัดทุกอย่างจนใช้ชีวิตลำบาก วิธีที่ทำได้ง่ายกว่าคือแบ่งรายจ่ายออกเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มแรกคือรายจ่ายจำเป็น เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหารหลัก ค่าเช่าบ้าน ค่าเรียน ค่าน้ำมัน กลุ่มนี้ควรดูว่ามีรายการไหนขึ้นจริง และขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
กลุ่มที่สองคือรายจ่ายที่ปรับพฤติกรรมได้ เช่น กาแฟนอกบ้าน อาหารเดลิเวอรี ขนม ของใช้ที่ซื้อบ่อยเพราะเห็นโปรโมชัน ถ้าคุมความถี่ได้ จะลดแรงกดดันรายเดือนได้พอสมควร
กลุ่มที่สามคือรายจ่ายที่เลื่อนได้ เช่น เสื้อผ้า ของแต่งบ้าน ทริปสั้น ๆ หรือของที่ยังไม่จำเป็นในเดือนนี้ กลุ่มนี้ไม่ได้แปลว่าห้ามซื้อ แต่ควรจัดจังหวะให้ไม่ชนกับเดือนที่ค่าใช้จ่ายหลักสูง
เงินเฟ้อเดือนนี้ควรมองอย่างไร
กระทรวงพาณิชย์ประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมิถุนายน 2569 ว่ายังมีโอกาสเป็นบวกต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ อาหารสำเร็จรูป ค่าเดินทาง และราคาผักสดบางรายการ ขณะที่ปัจจัยช่วยลดแรงกดดันยังมีค่าไฟฟ้าและราคาเนื้อสัตว์บางส่วน
สำหรับคนทั่วไป สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การจำตัวเลขเศรษฐกิจให้ได้ทุกเดือน แต่คือการรู้ว่าเงินในบ้านกำลังไหลออกจากหมวดไหนมากขึ้น ถ้าเห็นชัดว่าเงินหายไปกับอาหารนอกบ้านและการเดินทาง การปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ในสองหมวดนี้อาจช่วยได้มากกว่าการตัดค่าใช้จ่ายแบบกว้าง ๆ โดยไม่รู้จุด
เงินเฟ้อ 2.79% จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขในรายงานเศรษฐกิจ แต่เป็นสัญญาณให้กลับมาดูรายจ่ายใกล้ตัว โดยเฉพาะ 4 จุดที่กระทบชีวิตจริงที่สุด คือ ค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน และของใช้ประจำบ้านที่ซื้อซ้ำบ่อย ถ้าจับจุดนี้ได้ การวางแผนเงินในเดือนถัดไปจะง่ายกว่าการเดาว่าเงินหายไปไหน
KEY TAKEAWAYS:
- เงินเฟ้อไทยเดือนพฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้น 2.79% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน
- แรงกดดันหลักมาจากน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารสาธารณะ อาหารสำเร็จรูป และผักสดบางรายการ
- เงินเฟ้อไม่ได้แปลว่าของทุกอย่างแพงขึ้นเท่ากัน แต่หมวดที่ใช้บ่อยจะทำให้รู้สึกกระทบชัดกว่า
- ค่าเดินทางและอาหารนอกบ้านเป็นรายจ่ายที่หลายบ้านลดได้ยาก จึงควรแยกดูเป็นพิเศษ
- วิธีเช็กง่ายที่สุดคือดู 4 หมวดก่อน ได้แก่ ค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน และของใช้ที่ซื้อซ้ำทุกเดือน
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์
อ้างอิง:
https://uploads.tpso.go.th/editor/pdf/1780632843_68912122d1d53fcc1d83.pdf
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ ส่วนข้อคิดประจำวันก็คือ ไข่เจียวทอดร้อนๆ กินกับซอสมะเขือเทศและแหนมอร่อยมาก ขอบคุณครับ
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทย
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
10 ความเข้าใจผิดเรื่องการพนัน ที่ทำให้หลายคนยิ่งเล่นยิ่งเสีย
นั่งท้ายเครื่องบินปลอดภัยกว่าจริงไหม? กัปตันตอบแล้ว สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกที่นั่ง
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
ตั๊กแตนปาทังก้า จากศัตรูพืชสู่เมนูทอดกรอบที่คนไทยพลิกวิกฤตเป็นรายได้
ทำไม “เฮลซ์บลูบอย” ยังอยู่ในครัวไทย แม้โลกเครื่องดื่มเปลี่ยนไปมาก
10 เรื่องที่ควรรู้เรื่อง AI ก่อนใช้จริงในชีวิตประจำวัน
บิตคอยน์ไม่ใช่เงินแห่งอนาคต ไม่ใช่ทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ต่างหาก
5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทย
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ ส่วนข้อคิดประจำวันก็คือ ไข่เจียวทอดร้อนๆ กินกับซอสมะเขือเทศและแหนมอร่อยมาก ขอบคุณครับ
นั่งท้ายเครื่องบินปลอดภัยกว่าจริงไหม? กัปตันตอบแล้ว สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกที่นั่ง
10 ความเข้าใจผิดเรื่องการพนัน ที่ทำให้หลายคนยิ่งเล่นยิ่งเสีย
บิตคอยน์ไม่ใช่เงินแห่งอนาคต ไม่ใช่ทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ต่างหาก
แรงงานไทยควรอัปสกิลอะไรบ้าง เมื่อรัฐจับมือ Microsoft พัฒนาคนทำงาน 150,000 คน
หญิงอินโดนีเซียเสียชีวิตหลังถูกงูเหลือมยักษ์ทำร้าย สิ่งที่ควรรู้จากเหตุการณ์บนเกาะทาลิอาบู




