หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ดิจิทัลดีท็อกซ์ วิธีพักสมองจากมือถือแบบไม่ต้องหักดิบ

เขียนโดย แสงแห่งโชคชะตา

มือถือติดตัวเราทั้งวันจนหลายคนแทบไม่ได้พักจริง ตื่นมาก็เช็กแจ้งเตือน ก่อนนอนก็ไถฟีดต่อ ดิจิทัลดีท็อกซ์จึงไม่ใช่การเลิกใช้เทคโนโลยี แต่คือการตั้งขอบเขตให้สมองได้พักบ้าง

ลองเช็กง่าย ๆ ว่าวันนี้คุณหยิบมือถือโดยไม่รู้ตัวกี่ครั้ง ตื่นนอนแล้วเปิดจอทันทีไหม กินข้าวไปดูคลิปไปหรือเปล่า นั่งรอแค่ไม่กี่นาทีก็ต้องหาอะไรเลื่อนดูไหม ถ้าคำตอบคือใช่หลายข้อ แปลว่าอาจถึงเวลาลด “เสียงรบกวนดิจิทัล” ในชีวิตประจำวัน

ดิจิทัลดีท็อกซ์ไม่ได้แปลว่าต้องปิดมือถือทั้งวัน ไม่ต้องลบทุกแอป และไม่จำเป็นต้องหายไปจากโลกออนไลน์ สิ่งสำคัญกว่าคือการเลือกช่วงเวลาที่เราไม่ให้หน้าจอเป็นคนกำหนดอารมณ์ สมาธิ และเวลาพักของเรา

ทำไมการไถฟีดถึงทำให้ล้าได้

เวลาเราเปิดมือถือ สมองไม่ได้รับแค่ความบันเทิง แต่ยังเจอข้อความแจ้งเตือน ข่าวร้าย ดราม่า งานที่ค้างอยู่ โฆษณา และคลิปสั้นที่เปลี่ยนอารมณ์เร็วมาก ภายนอกดูเหมือนเรานั่งเฉย ๆ แต่สมองต้องสลับความสนใจตลอดเวลา

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มือถืออย่างเดียว แต่อยู่ที่การใช้แบบไม่มีจังหวะหยุด โดยเฉพาะการหยิบมือถือทุกครั้งที่เบื่อ เครียด หรือรออะไรสักอย่าง จนร่างกายแทบไม่มีช่วงเงียบ ๆ ให้คิด พัก หรืออยู่กับสิ่งตรงหน้า

อีกจุดที่หลายคนมองข้ามคือช่วงก่อนนอน CDC แนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงประดิษฐ์ โดยเฉพาะช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเข้านอน และถ้าต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน ควรใช้ตัวกรองแสงสีฟ้า เพราะแสงมีผลต่อวงจรการนอนและการตื่นของร่างกาย

เริ่มจากกฎเล็ก ๆ ไม่ต้องหักดิบ

ถ้าจะเริ่มดิจิทัลดีท็อกซ์ อย่าเริ่มจากคำว่า “ห้ามใช้มือถือทั้งวัน” เพราะส่วนใหญ่จะทำได้ไม่นาน ลองเริ่มจาก 3 ระดับนี้แทน

ระดับแรก 15 นาทีหลังตื่น
อย่าเพิ่งแตะมือถือทันทีหลังลืมตา ใช้เวลาล้างหน้า ดื่มน้ำ เปิดหน้าต่าง หรือจัดเตียงก่อน ค่อยหยิบมือถือหลังจากร่างกายเริ่มตื่นจริง ๆ

ระดับที่สอง 30 นาทีก่อนนอน
วางมือถือให้ห่างตัว แล้วเปลี่ยนเป็นกิจกรรมที่ไม่กระตุ้นมาก เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบา ๆ จดสิ่งที่ต้องทำพรุ่งนี้ หรือเตรียมของสำหรับวันถัดไป

ระดับที่สาม 1 มื้อไม่มีมือถือ
เลือกมื้อใดมื้อหนึ่งของวันให้เป็นเวลาปลอดหน้าจอ จะกินคนเดียวหรือกินกับครอบครัวก็ได้ จุดสำคัญคือให้สมองได้กลับมาอยู่กับรสชาติ อาหาร และบรรยากาศตรงหน้า

ทำพื้นที่ปลอดมือถือในบ้าน

วิธีที่ได้ผลกว่าการบังคับใจตัวเอง คือจัดสภาพแวดล้อมให้หยิบมือถือยากขึ้น เช่น

โต๊ะกินข้าว: ไม่วางมือถือข้างจาน
เตียงนอน: ไม่ชาร์จมือถือไว้ข้างหมอน
ห้องน้ำ: ไม่พกมือถือเข้าไปถ้าไม่จำเป็น
มุมทำงาน: ปิดแจ้งเตือนแอปที่ไม่เกี่ยวกับงาน

การแยกพื้นที่แบบนี้ช่วยให้สมองจำได้ว่า แต่ละมุมในบ้านมีหน้าที่ของมัน โต๊ะกินข้าวคือที่กินข้าว เตียงคือที่นอน ไม่ใช่ที่ประชุมข่าวดราม่า ดูคลิปสั้น และตอบแชตไปพร้อมกัน

ปิดแจ้งเตือนบางอย่าง ชีวิตจะเงียบขึ้นทันที

American Psychological Association เคยแนะนำเรื่องการใช้เทคโนโลยีอย่างสมดุล โดยชี้ว่าการแจ้งเตือนตลอดเวลาอาจรบกวนสมาธิและเพิ่มความเครียดได้ วิธีง่ายที่สุดคือเริ่มจากปิดแจ้งเตือนแอปที่ไม่จำเป็น เช่น โซเชียล เกม ช้อปปิ้ง หรือแอปที่ไม่ได้ต้องตอบทันที

ไม่ต้องปิดทุกอย่าง ให้เหลือเฉพาะสายโทรเข้า คนสำคัญ แอปธนาคาร หรือแอปที่จำเป็นจริง ๆ ส่วนที่เหลือค่อยเปิดดูเป็นรอบ เช่น เช้า กลางวัน เย็น แทนการให้มือถือเรียกเราทุก 5 นาที

Digital Detox แบบคนเมืองควรทำอย่างไร

ถ้าต้องทำงานกับมือถือหรือคอมพิวเตอร์ทั้งวัน การดีท็อกซ์แบบสุดโต่งอาจไม่เหมาะ ลองใช้วิธีที่เข้ากับชีวิตจริงมากกว่า

พักหน้าจอ 5 นาทีทุก 1 ชั่วโมง
วางมือถือไกลมือเวลาทำงานที่ต้องใช้สมาธิ
ตั้งเวลาเช็กโซเชียลเป็นรอบ
ลบแอปที่เปิดแล้วเสียเวลาบ่อยออกจากหน้าแรก
ใช้โหมดห้ามรบกวนตอนนอน
นัดเจอเพื่อนหรือครอบครัวโดยไม่วางมือถือบนโต๊ะ

Mayo Clinic Health System ระบุว่าการลดเวลาหน้าจอช่วยเปิดพื้นที่ให้เราเชื่อมต่อกับคนรอบตัวมากขึ้น และความสัมพันธ์กับผู้อื่นมีส่วนช่วยลดความรู้สึกเครียด ซึมเศร้า และวิตกกังวลได้

สัญญาณว่าคุณควรพักหน้าจอบ้าง

ถ้าคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้บ่อย ๆ อาจไม่จำเป็นต้องโทษตัวเอง แต่อาจถึงเวลาจัดระเบียบการใช้มือถือใหม่

นอนดึกเพราะตั้งใจดู “อีกคลิปเดียว”
ตื่นมาแล้วรู้สึกเหนื่อยทั้งที่นอนหลายชั่วโมง
หงุดหงิดเมื่อไม่มีอะไรให้ไถ
เสียสมาธิง่ายเวลาทำงาน
กินข้าวโดยไม่รู้รสเพราะดูจอไปด้วย
รู้สึกว่าชีวิตคนอื่นน่าสนใจกว่าชีวิตตัวเองหลังเล่นโซเชียล

ถ้ามีอาการเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับต่อเนื่อง หรือกระทบชีวิตประจำวันมาก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ไม่ควรใช้การดิจิทัลดีท็อกซ์แทนการดูแลรักษาทางการแพทย์

สรุปคือ ดิจิทัลดีท็อกซ์ไม่ใช่การต่อต้านเทคโนโลยี แต่คือการเอาเวลาบางส่วนกลับมาเป็นของตัวเอง เริ่มจากช่วงสั้น ๆ ก่อน เช่น 15 นาทีหลังตื่น 30 นาทีก่อนนอน หรือ 1 มื้อที่ไม่มีมือถือ ถ้าทำได้ต่อเนื่อง คุณอาจพบว่าวันหนึ่งมีพื้นที่เงียบ ๆ ให้หายใจมากกว่าที่คิด

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
แสงแห่งโชคชะตา's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย แสงแห่งโชคชะตา
นักวิเคราะห์ดวงและเลขดัง เชี่ยวชาญการจับ “กระแสเลขมาแรง” จากโซเชียลและสายมูแบบเรียลไทม์ พร้อมสรุปให้เข้าใจง่าย ใช้ต่อได้ทันที
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 ความเชื่อดูแลรถและจักรยาน ที่ทำบ่อยแต่เสี่ยงพังเร็วกว่าเดิมเปิดรายชื่อ 5 ผลไม้โปรตีนสูง ที่สามารถพบได้ในธรรมชาติทำไมเราถึงใจดีกับคนนอกบ้าน แต่เอาอารมณ์ร้ายไปลงกับคนในครอบครัวรีวิวหนังดัง WUTHERING HEIGHTS วัทเตอริ่ง ไฮต์สจ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิวจงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด3 คณะที่เรียนยากที่สุดในระดับมหาวิทยาลัยนอนหลับยากทุกคืน ลองเช็ก 9 สิ่งที่ควรทำก่อนเข้านอน5 ปลาทะเลคุณค่าทางโภชนาการสูง กินแล้วดีต่อสมอง ดวงตา และระบบหัวใจ3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทย7 กฎลี้ลับของการอยู่เวรทำงานดึก ในออฟฟิศยุคเก่า (รู้ไว้ก่อนจะเจอดี)จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มีเพียง 3 ประเทศในโลก ที่ลงแข่งในกีฬาโอลิมปิกครบทั้ง 53 ครั้ง5 ปลาทะเลคุณค่าทางโภชนาการสูง กินแล้วดีต่อสมอง ดวงตา และระบบหัวใจประวัติความเป็นมาของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ริมโขงหนองคาย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
อายุ 30 แล้วควรลดอาหารแบบไหน ถ้าไม่อยากบวมง่ายและน้ำหนักขึ้นเร็วเหนื่อยจนเหมือนหมดไฟ อาจไม่ใช่แค่งาน แต่ต้องเช็กร่างกายด้วยหยุดกินจุกจิกช่วงบ่ายยังไง ให้คุมน้ำหนักง่ายขึ้นจริงไมเกรน ปวดหัวแบบนี้ไม่ใช่ปวดหัวธรรมดา
ตั้งกระทู้ใหม่