หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Pisonia ต้นไม้ดักนกจริงไหม เมล็ดเหนียวของมันทำงานอย่างไร

เขียนโดย dukedick

 

ต้นไม้บางชนิดไม่ได้แพร่พันธุ์ด้วยผลไม้หวานหรือเมล็ดปลิวตามลม แต่ใช้ความเหนียวเป็นตัวพาเมล็ดเดินทาง นี่คือเหตุผลที่ Pisonia หรือ Ceodes umbellifera ถูกเรียกว่า Bird Catcher Tree

ชื่อ Pisonia umbellifera เป็นชื่อที่หลายคนคุ้นจากบทความไม้แปลกและไม้ประดับ แต่ในงานพฤกษศาสตร์ปัจจุบันมีการใช้ชื่อ Ceodes umbellifera กับชนิดนี้ด้วย หลังมีการแยกกลุ่ม birdcatcher trees ออกจากกันใหม่ ส่วน Pisonia grandis ยังเป็นอีกชนิดที่ถูกพูดถึงบ่อยในชื่อ bird-catcher tree หรือ birdlime tree

เสน่ห์ของพืชกลุ่มนี้อยู่ตรงที่ภายนอกไม่ได้ดูน่ากลัวเลย บางชนิดมีใบเขียวสวย บางพันธุ์มีใบด่างจนถูกปลูกเป็นไม้ประดับ แต่เมื่อถึงช่วงมีผลหรือเมล็ด เรื่องน่าสนใจจึงเริ่มขึ้น

ผลของพืชกลุ่มนี้มีผิวเหนียว และบางชนิดมีโครงสร้างเล็ก ๆ คล้ายหนามหรือส่วนยึดเกาะ เมื่อมีนกมาเกาะกิ่ง บินผ่าน หรือทำรังใกล้ต้น ผลเหนียวเหล่านี้อาจติดเข้ากับขนได้ง่าย ถ้าติดเพียงไม่กี่ชิ้น นกยังบินต่อได้ และกลายเป็นพาหะพาเมล็ดไปตกยังพื้นที่ใหม่

 

นี่คือกลไกกระจายพันธุ์แบบหนึ่งของพืช ไม่ต่างจากพืชที่ใช้ลม น้ำ หรือสัตว์ช่วยพาเมล็ดเดินทาง เพียงแต่ Pisonia ใช้วิธีที่ดูรุนแรงกว่า เพราะมันไม่ได้ให้ผลหวานเป็นรางวัล แต่ใช้ความเหนียวให้เมล็ดเกาะติดตัวสัตว์

เรื่องที่ทำให้ต้นไม้กลุ่มนี้มีชื่อเสียงด้านมืด คือกรณีที่เมล็ดหรือผลเหนียวติดขนนกมากเกินไป โดยเฉพาะนกตัวเล็ก เมื่อน้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือขนปีกถูกรั้ง นกอาจบินไม่ได้ หลุดจากกิ่งไม้ไม่ได้ หรือร่วงลงพื้นจนเสี่ยงอดอาหาร ถูกผู้ล่าโจมตี หรือเสียชีวิต

แต่คำว่า “ต้นไม้ดักนก” ต้องเข้าใจให้ถูก มันไม่ใช่พืชกินนก และไม่ได้ล่านกแบบพืชกินแมลง พืชไม่ได้มีปาก ไม่ได้ย่อยเหยื่อ และไม่ได้ใช้ซากนกเป็นอาหารโดยตรงแบบสัตว์นักล่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือผลข้างเคียงจากเมล็ดที่เหนียวและเกาะติดได้ดีมากเกินไป

จุดที่หลายคนมักเข้าใจผิดคือคิดว่านกตายใต้ต้นแล้วต้นไม้จงใจใช้ซากเป็นปุ๋ย กลไกหลักที่อธิบายได้ชัดกว่าคือการกระจายเมล็ด เพราะเมล็ดที่ติดไปกับนกมีโอกาสเดินทางไกล โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะที่การย้ายเมล็ดจากเกาะหนึ่งไปอีกเกาะหนึ่งมีความสำคัญต่อการอยู่รอดของพืช

พืชกลุ่มนี้จึงมีสองภาพในเวลาเดียวกัน ด้านหนึ่งคือภาพนกที่อาจติดเมล็ดจนบินไม่ได้ อีกด้านหนึ่งคือบทบาทในระบบนิเวศเกาะ หลายชนิดขึ้นในพื้นที่ชายฝั่ง เกาะ หรือดินทรายที่สภาพแวดล้อมค่อนข้างโหด ต้นไม้เหล่านี้ให้กิ่งก้านเป็นที่พักและที่ทำรังของนกทะเล ใบไม้ร่วงช่วยเติมอินทรียวัตถุให้ดิน และดอกยังเป็นแหล่งอาหารของแมลงบางชนิด

สำหรับคนที่เห็น Pisonia หรือ Ceodes umbellifera ในฐานะไม้ใบสวย เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าต้องกลัวหรือเลิกปลูกทันที แต่ควรรู้ธรรมชาติของมันให้ครบ โดยเฉพาะถ้าปลูกในสวนเปิด ใกล้แหล่งนก หรือพื้นที่ที่มีนกตัวเล็กเข้ามาเกาะบ่อย

 

สิ่งที่ควรจำง่าย ๆ คือ

ความน่าทึ่งของ Pisonia จึงไม่ได้อยู่ที่ความโหดอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้เราเห็นว่าธรรมชาติไม่ได้เรียบร้อยแบบที่ตาเห็นเสมอไป เมล็ดเล็ก ๆ ที่ดูธรรมดาอาจเป็นทั้งตั๋วเดินทางของพืช เป็นภาระหนักของนกบางตัว และเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าชีวิตในระบบนิเวศเชื่อมโยงกันละเอียดกว่าที่คิด

 

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตจ้า 

เนื้อหาโดย: dukedick
แหล่งที่มา: Smithsonian National Museum of Natural History / Missouri Botanical Garden
อ้างอิง: https://naturalhistory.si.edu/research/botany/news/plant-press/researchers-split-birdcatcher-trees-genus-pisonia-three, https://www.missouribotanicalgarden.org/PlantFinder/PlantFinderDetails.aspx?kempercode=f409
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 146 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จัดอันดับ 10 วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้านที่ลดรายจ่ายได้เห็นผลจริง4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้ฟลาวเวอร์ฮอร์น อัญมณีมีชีวิตแห่งโลกปลาสวยงามเจาะสูตรเลขท้าย 2 ตัว "กำลังวันพฤหัสบดี" สถิติย้อนหลัง 10 ปีเด่นเลขอะไร?10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทยสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/7/69รู้หรือไม่ โลกของเรามี "เกราะกำบังลึกลับ" ที่มองไม่เห็นซ่อนตัวอยู่! ถ้าไม่มีมันโลกเราก็จะกร่อนสลายได้เหมือนกับดาวอังคารเลยล่ะ !!!นักวิจัยญี่ปุ่นใช้ CRISPR-Cas9 กำจัดโครโมโซม 21 ส่วนเกินในเซลล์ สำเร็จขั้นทดลองทรัมป์ยกเลิกแผนเก็บ 20% ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แลกข้อตกลงลงทุนจากชาติอ่าวเปอร์เซียวิเคราะห์เลขเบิ้ลย้อนหลัง 20 ปี เลขซ้ำคู่ไหนเคยออกแล้ว และคู่ไหนยังไร้สถิติสเปนชนะฝรั่งเศส 2-0 ผ่านเข้าชิงฟุตบอลโลกอีกครั้งในรอบ 16 ปี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ปริศนาสะพานโอเวอร์ทูน ทำไมสุนัขหลายตัวจึงกระโดดจากจุดเดิม?รู้หรือไม่ โลกของเรามี "เกราะกำบังลึกลับ" ที่มองไม่เห็นซ่อนตัวอยู่! ถ้าไม่มีมันโลกเราก็จะกร่อนสลายได้เหมือนกับดาวอังคารเลยล่ะ !!!😃 ชวนลองเข้ามาดูคนที่มองเห็นสิ่งผิดปกติจนหน้าพิศวงบ่อยเท่ากับที่พวกเขาเห็นภาพตัวเองในกระจก 😁จัดอันดับ 10 วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้านที่ลดรายจ่ายได้เห็นผลจริงลองเจ้าเล่ห์สักหน่อยก็ดี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เคล็ดลับวางตัวให้ดูแพง เพิ่มพลังความน่าเกรงใจด้วยจิตวิทยาพัฒนาตนเอง"ทำไมเราต้องรับคุณเข้าทำงาน?" คำถามยอดฮิตจาก HR สรุปแล้ว HR ต้องการคำตอบแบบไหน?รู้หรือไม่ โลกของเรามี "เกราะกำบังลึกลับ" ที่มองไม่เห็นซ่อนตัวอยู่! ถ้าไม่มีมันโลกเราก็จะกร่อนสลายได้เหมือนกับดาวอังคารเลยล่ะ !!!15 กรกฎาคม ในอดีต: วันที่โลกเปลี่ยนผ่านจากสงคราม สู่การค้นพบ และการสำรวจ
ตั้งกระทู้ใหม่