ทำไมออฟฟิศซินโดรมถึงกลายเป็นอาการยอดฮิตของคนทำงาน
ปวดบ่า ร้าวลงสะบัก ตึงไปถึงขมับ นั่งนานก็เมื่อย ยืนก็ไม่ค่อยสบายตัว… สารภาพมาซะดี ๆ ว่านี่คืออาการประจำวันของคุณใช่ไหมครับ?
วันที่ชีวิตของหลายคนย้ายไปอยู่บนเก้าอี้ทำงานวันละหลายชั่วโมง ออฟฟิศซินโดรมก็ไม่ได้เป็นแค่อาการเมื่อยล้าธรรมดาอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัญหาที่รบกวนคุณภาพชีวิตของคนทำงานจำนวนมาก ทั้งปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง หรือบางคนปวดจนลามไปถึงศีรษะ
แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้อาการนี้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวขนาดนั้น?
ท่าทางสยองขวัญ นั่งหน้ายื่น ห่อไหล่ หลังค่อม
ร่างกายคนเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้นั่งนิ่ง ๆ อยู่กับที่นานเป็นวัน ๆ ครับ แต่ท่าทางคลาสสิกของคนทำงานจำนวนมากคือ ยื่นหัวไปข้างหน้าเพื่อมองจอคอมพิวเตอร์ ห่อไหล่โดยไม่รู้ตัว แล้วปล่อยให้หลังค่อมอยู่แบบนั้นต่อเนื่องหลายชั่วโมง
พอศีรษะยื่นออกจากแนวลำตัวมากขึ้น กล้ามเนื้อคอ บ่า และไหล่ก็ต้องทำงานหนักขึ้นตามไปด้วย ยิ่งทำซ้ำทุกวัน กล้ามเนื้อบางมัดจะล้า ตึง และไวต่อการปวดง่ายขึ้น
เท่านั้นยังไม่พอ อาการไหล่ห่อและหลังค่อมยังทำให้กล้ามเนื้อหน้าอกตึง ส่วนกล้ามเนื้อหลังช่วงบนถูกดึงค้างอยู่นาน ๆ จนเกิดอาการล้า บางคนคลำแล้วเจอก้อนแข็ง ๆ หรือจุดกดเจ็บบริเวณบ่าและสะบัก ซึ่งมักเป็นจุดที่ทำให้ปวดร้าวได้ง่าย

เก้าอี้และโต๊ะที่ไม่เป็นมิตร
ลองมองโต๊ะทำงานของคุณตอนนี้ครับ จอคอมพิวเตอร์ต่ำจนต้องก้มมองหรือเปล่า? แป้นพิมพ์สูงเกินไปจนต้องยกไหล่พิมพ์ไหม? หรือเก้าอี้ไม่มีส่วนรองรับหลังล่าง ทำให้นั่งไปสักพักแล้วต้องงอตัวเข้าหาจอ?
สิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เข้ากับสรีระ บังคับให้ร่างกายต้องเกร็งกล้ามเนื้อบางส่วนอยู่ตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว พอเกร็งนาน เลือดไหลเวียนบริเวณกล้ามเนื้อได้ไม่ดีเท่าที่ควร อาการตึง ปวด เมื่อย และล้าจึงค่อย ๆ สะสมขึ้น
หลายคนจึงไม่ได้ปวดเพราะทำอะไรหนักครั้งเดียว แต่ปวดเพราะร่างกายถูกบังคับให้อยู่ในท่าเล็ก ๆ ที่ผิดซ้ำ ๆ ทุกวัน
ความเครียด ตัวเร่งอาการปวด
ออฟฟิศซินโดรมไม่ได้เกิดจากท่านั่งอย่างเดียวครับ “ความเครียด” ก็มีส่วนไม่น้อย
เวลางานเร่ง เดดไลน์จ่อ หรือมีเรื่องกดดันในหัว ร่างกายมักตอบสนองด้วยการเกร็งโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า ไหล่ และกราม บางคนเครียดแล้วไหล่ยกตลอดวัน พอเลิกงานถึงเพิ่งรู้ว่าปวดจนต้องหายานวดหรือหาที่นวดทันที
ยิ่งเครียด ยิ่งเกร็ง ยิ่งเกร็ง ยิ่งปวด และพอปวดมากขึ้นก็ยิ่งทำให้หงุดหงิด นอนหลับไม่ดี หรือทำงานไม่เต็มที่ กลายเป็นวงจรที่วนซ้ำได้ง่ายมาก
การไปนวดแผนโบราณหรือนวดน้ำมันทุกวันเสาร์อาจช่วยให้สบายขึ้นชั่วคราว แต่ถ้าต้นเหตุยังเป็นโต๊ะเดิม ท่านั่งเดิม ความเครียดเดิม และการนั่งยาวแบบไม่ลุกขยับ อาการก็มีโอกาสกลับมาได้อีก
วิธีที่ยั่งยืนกว่าคือเริ่มจากปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ก่อน เช่น จัดจอให้อยู่ใกล้ระดับสายตา ปรับเก้าอี้ให้หลังมีที่พิง วางเท้าให้มั่นคง ลุกขึ้นยืดเส้นหรือเดินสั้น ๆ ระหว่างวัน และออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อหลัง คอ บ่า และแกนกลางลำตัวอย่างสม่ำเสมอ
ถ้ามีอาการปวดรุนแรง ปวดร้าวลงแขน ชา อ่อนแรง หรือปวดต่อเนื่องไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อตรวจให้ชัดเจน เพราะอาการปวดคอบ่าไหล่บางครั้งอาจไม่ได้เกิดจากออฟฟิศซินโดรมอย่างเดียว
ใครกำลังปวดตรงไหนอยู่บ้าง คอ บ่า ไหล่ สะบัก หรือหลังล่าง ลองเช็กตัวเองดูครับ บางทีร่างกายอาจกำลังส่งสัญญาณว่า ถึงเวลาต้องลุกจากเก้าอี้สักหน่อยแล้ว
อ้างอิง: https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/adult-health/in-depth/office-ergonomics/art-20046169
เขียนโดย แสงแห่งโชคชะตา
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
เติมน้ำมันเต็มถังดีไหม เรื่องที่ควรรู้ก่อนกดหัวจ่ายจนล้น
ยอดเขาในประเทศไทยที่มีความสูงถึงสองกิโลเมตร
วัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
บั้นปลายชีวิตไม่ยึดติด ขอใช้ชีวิตในบ้านสวน
ทำไม อายุ 60 ปี ต้องเกษียนอายุราชการ
เจาะรหัสเลขท้ายเรือนแสน: ถอดสูตรคณิตศาสตร์ 'เลขกำลังวัน' ประจำวันพุธ งวด 1 กรกฎาคม 2569
ทำไมคนไทยเชื่อเรื่องผี รากความเชื่อที่อยู่คู่สังคมมานาน
น้ำมันขึ้น 1 บาทต่อลิตร ทั้งปีต้องจ่ายเพิ่มเท่าไร
เครื่องบินโดยสารในตำนานที่เหาะได้เร็วยิ่งกว่าใคร
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติ
ตำนานการร่ำสุราของมนุษย์เริ่มขึ้นเมื่อไร และเหล้าอาจเก่าแก่กว่าที่เราคิดมาก
สุดยอดค่ายมวยในไทย ที่ชาวต่างชาตินิยมมาเรียนมวยไทยมากที่สุด
"เป้ย-เมย์" ไขข้อสงสัย! ดาราไปงานแต่งใส่ซองกันเท่าไหร่
ช่องเล็ก ๆ บนไม้เสียบลูกชิ้นมีไว้ทำอะไร รายละเอียดเล็กที่หลายคนเพิ่งสังเกต
มารัง: ราชาแห่งผลไม้กลิ่นหอมจากบอร์เนียว
ดวงชะตาเกี่ยวข้องกับดวงดาวและราศีอย่างไร ทำไมมนุษย์จึงเชื่อว่าฟ้าบนหัวอาจเชื่อมโยงกับชีวิตเรา



