หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คีธ มาร์ติน ชายหนัก 444 กิโลกรัม กับวันที่ร่างกายเริ่มรับภาระไม่ไหว

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

น้ำหนัก 444 กิโลกรัม ไม่ได้หมายถึงแค่ตัวใหญ่ขึ้นหลายเท่า


คีธ มาร์ติน ชาวอังกฤษ เคยมีน้ำหนักสูงสุดราว 444 กิโลกรัม จนการลุกจากเตียง อาบน้ำ หรือเข้าห้องน้ำกลายเป็นเรื่องที่ต้องพึ่งคนอื่น ช่วงหนึ่งแทบไม่ได้ออกจากบ้านเป็นเวลาหลายปี ชีวิตประจำวันซึ่งดูธรรมดาสำหรับคนทั่วไปจึงกลายเป็นงานหนักระดับที่หัวใจ ปอด ข้อต่อ ผิวหนัง และระบบไหลเวียนเลือดต้องรับภาระตลอด 24 ชั่วโมง

ตรงนี้มีเรื่องหนึ่งที่ควรแก้ความเข้าใจก่อน คำว่าอ้วนจนตัวแตกที่มักใช้เล่ากรณีคนมีน้ำหนักมากมาก ไม่ได้หมายความว่าร่างกายระเบิดหรือผิวหนังฉีกออกเพราะไขมันดันจากข้างในแบบตรงตัว สิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงคือผิวหนังถูกยืดและกดทับอย่างต่อเนื่อง มีความชื้นสะสมตามรอยพับ เลือดมาเลี้ยงบางบริเวณลดลง เกิดแผลกดทับ แผลถลอก แผลเรื้อรัง หรือการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนที่ขยับตัวเองไม่ได้

ปัญหาหนักจริงอยู่ข้างใน


ลองนึกถึงการนอนโดยมีน้ำหนักมหาศาลกดบริเวณหน้าอกและช่องท้องตลอดเวลา กระบังลมขยับได้ยากขึ้น ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่ การหายใจขณะนอนจึงมีโอกาสผิดปกติ คนที่มีโรคอ้วนรุนแรงยังมีความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ปัญหาการหายใจ และโรคหัวใจมากขึ้น เมื่อขยับตัวน้อย เลือดดำจากขาก็ไหลกลับหัวใจลำบากกว่าเดิม ความเสี่ยงลิ่มเลือดและภาวะแทรกซ้อนจากการนอนติดเตียงจึงเป็นอีกเรื่องที่ทีมรักษาต้องระวัง

คีธเคยเล่าว่าน้ำหนักเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างหนักหลังสูญเสียแม่ในช่วงวัยรุ่น และใช้การกินเป็นส่วนหนึ่งของการรับมือกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น เรื่องนี้สะท้อนประเด็นสำคัญมาก เพราะโรคอ้วนไม่ได้อธิบายด้วยประโยคสั้นๆ ว่ากินเยอะแล้วไม่ออกกำลังกายเท่านั้น พฤติกรรมการกิน สุขภาพจิต การนอน สภาพแวดล้อม พันธุกรรม ฮอร์โมน ยาบางชนิด และความสามารถในการเข้าถึงการรักษา ล้วนเข้ามาเกี่ยวข้องได้

พอเดินไม่ได้ วงจรยิ่งย้อนกลับมาซ้ำ


น้ำหนักมากทำให้เข่า สะโพก และหลังรับแรงสูงขึ้น การเคลื่อนไหวจึงเจ็บและเหนื่อยง่าย พอเดินน้อย กล้ามเนื้อก็อ่อนแรง พลังงานที่ใช้ต่อวันลดลง จากนั้นการลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวยิ่งยากกว่าเดิม นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการบอกให้คนที่มีโรคอ้วนขั้นรุนแรงแค่ลุกไปวิ่งจึงไม่ใช่คำแนะนำที่ใช้ได้กับทุกกรณี บางคนต้องเริ่มจากกายภาพบำบัด การฝึกขยับบนเตียง การควบคุมอาหารภายใต้ทีมแพทย์ และรักษาโรคร่วมก่อนด้วยซ้ำ

หัวใจ ต้องสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อปริมาณมากขึ้น

ปอด อาจขยายตัวได้ลดลงเมื่อไขมันบริเวณทรวงอกและช่องท้องมาก

ข้อ ต้องรับแรงกดซ้ำทุกครั้งที่ขยับ

ผิวหนัง มีปัญหาความชื้น การเสียดสี แผลกดทับ และการติดเชื้อได้

ระบบเผาผลาญ มีความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันสูง และไขมันพอกตับเพิ่มขึ้น


เมื่อคีธเข้าสู่การรักษาจริงจัง การลดอาหารและการดูแลทางการแพทย์ช่วยให้น้ำหนักลดลง ก่อนเข้ารับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะแบบสลีฟ ซึ่งเป็นการตัดกระเพาะออกส่วนใหญ่เพื่อให้กระเพาะมีขนาดเล็กลง แต่การผ่าตัดไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงทั้งหมดหายไปทันที คนที่มีน้ำหนักสูงมากยังต้องเผชิญความเสี่ยงด้านการดมยาสลบ การหายใจ ลิ่มเลือด การติดเชื้อ และภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดสูงกว่าคนทั่วไป

สิ่งที่น่าเสียดายคือร่างกายของคีธสะสมความเสียหายมานานหลายปีแล้ว แม้การลดน้ำหนักจะเริ่มเห็นผลและมีแนวโน้มไปในทางดีขึ้น แต่เขาเสียชีวิตเมื่ออายุ 44 ปีจากโรคปอดบวมหลังการผ่าตัดหลายเดือน

กรณีนี้เลยไม่ควรถูกจำแค่ตัวเลข 444 กิโลกรัม หรือภาพร่างกายขนาดใหญ่ เพราะจุดสำคัญกว่าคือโรคอ้วนรุนแรงสามารถค่อยๆ ลดความสามารถในการใช้ชีวิตทีละอย่าง จากเดินได้เป็นเดินลำบาก จากเดินลำบากเป็นติดเตียง แล้วพอร่างกายเคลื่อนไหวน้อย ภาวะแทรกซ้อนอื่นก็ตามมาเป็นทอดๆ

การรักษาจึงต้องเริ่มก่อนถึงจุดที่การลุกจากเตียงกลายเป็นเรื่องใหญ่


ปัจจุบันแนวทางรักษาโรคอ้วนมีตั้งแต่การปรับอาหารและพฤติกรรม การดูแลสุขภาพจิต โปรแกรมควบคุมน้ำหนัก ยารักษาโรคอ้วน ไปจนถึงการผ่าตัดลดน้ำหนักในผู้ที่เหมาะสม ไม่มีวิธีเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน และยิ่งเป็นโรคอ้วนระดับรุนแรง การดูแลร่วมกันของแพทย์ นักกำหนดอาหาร ทีมกายภาพ และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตยิ่งมีความสำคัญ เพราะสิ่งที่ต้องรักษาไม่ใช่แค่ตัวเลขบนตาชั่ง แต่คือความสามารถของร่างกายทั้งระบบที่กำลังถูกน้ำหนักและโรคร่วมบีบพื้นที่การใช้ชีวิตลงเรื่อยๆ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 64 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6วอนร้านอาหารหยุดเสิร์ฟ “Chia Seed ดิบ” อันตรายกว่าที่คิด! เมล็ดเล็ก ๆ ที่อาจพองตัวจนติดหลอดอาหาร5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้วันนี้ที่รอคอย! วอลเลย์บอลหญิงไทยโค่นจีนคาบ้าน..ซิวตั๋วโอลิมปิก 2028อะโวคาโดกินกับอะไรอร่อย? รวมเมนูคู่เด็ด ทั้งหวานทั้งคาว กินง่ายจนหยุดไม่ได้5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทหญิงดวงดี เจอทองคำก้อน ตกอยู๋กลางถนนส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 2569เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIส่องเลขเด็ด AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ก.ย. 2569 คัดตัวเต็งที่น่าซื้อที่สุดมาให้แล้ว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว10 ขุมนรกตามคติพุทธ ที่คนไทยอาจไม่เคยรู้จักTH-AI Passport ดียังไง? เปิด 7 สิทธิประโยชน์ที่คนไทยควรรู้ ก่อนเริ่มใช้ AIวันนี้ที่รอคอย! วอลเลย์บอลหญิงไทยโค่นจีนคาบ้าน..ซิวตั๋วโอลิมปิก 2028
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ฟังเพลงบรรเลง…ช่วยอะไรเราได้บ้าง? บางทีการพักใจ ก็ไม่ต้องทำอะไรเลย10 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ควรรู้จักเล่นมือถือในรถกลางแดดเสี่ยงร้อนเกินไปท่านอนตะแคงและนอนหงายมีความเสี่ยงต่างกัน
ตั้งกระทู้ใหม่