ปูผัดผงกะหรี่ สูตรซอสไข่นุ่ม หอมขึ้นฉ่าย ทำกินเองได้

ปูผัดผงกะหรี่ที่อร่อยจริง มักไม่ได้ชนะกันแค่ปูตัวใหญ่หรือเนื้อแน่นอย่างเดียว แต่อยู่ที่ซอสสีเหลืองนวล ๆ นั่นแหละ
ซอสต้องเคลือบเนื้อปูพอดี ไม่ใสจนไหลลงก้นจาน และไม่จับตัวเป็นก้อนไข่แข็ง ๆ จนเสียรส เมนูนี้เลยดูเหมือนยากตอนเห็นอยู่บนโต๊ะร้านอาหารทะเล ทั้งที่ถ้าจับจังหวะไฟถูก ผสมซอสไว้ก่อน และไม่ใจร้อนเกินไป ก็ทำในครัวบ้านได้ไม่วุ่นวายอย่างที่คิด
สูตรปูผัดผงกะหรี่หลายแบบจะมีจุดร่วมคล้ายกัน คือใช้ผงกะหรี่ ไข่ นมข้นจืดหรือส่วนผสมนม หอมใหญ่ ต้นหอม และขึ้นฉ่าย กลิ่นของขึ้นฉ่ายนี่แหละที่ช่วยตัดความมันของไข่กับนม ทำให้จานนี้ไม่เลี่ยนเกินไป เวลาตักกินกับข้าวสวยร้อน ๆ จะได้ทั้งความหอม เครื่องเทศ และความหวานจากเนื้อปูในคำเดียว
จานนี้ต้องใจเย็นนิดหนึ่ง
วัตถุดิบสำหรับประมาณ 3–4 ที่
ปูม้าหรือปูทะเลสับชิ้น 700 กรัม
หอมใหญ่ 1 หัว หั่นเสี้ยว
ต้นหอม 2 ต้น หั่นท่อน
ขึ้นฉ่าย 2 ต้น หั่นท่อน
พริกชี้ฟ้าแดง 2 เม็ด หั่นเฉียง
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
ส่วนซอสผงกะหรี่ใช้ผงกะหรี่ 2 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 3 ฟอง นมข้นจืด 120 มิลลิลิตร ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนชา และน้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ถ้าชอบสีเข้มกับกลิ่นหอมแบบร้านอาหาร จะเติมน้ำพริกเผาเล็กน้อยก็ได้ แต่ไม่ใส่ก็ยังเป็นปูผัดผงกะหรี่ที่รสสะอาดกว่า
เริ่มจากล้างปูให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ ถ้าใช้ปูสดทั้งตัวให้ทุบก้ามเบา ๆ พอแตก ไม่ต้องทุบจนเละ เพราะตอนผัดซอสจะซึมเข้าเนื้อได้ดีขึ้น และกินง่ายขึ้นด้วย
จากนั้นผสมซอสไว้ก่อนในชาม ใส่ผงกะหรี่ ไข่ นมข้นจืด ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และน้ำตาล ตีให้เข้ากันจนไม่เห็นผงกะหรี่เป็นเม็ด ๆ ขั้นตอนนี้ช่วยลดปัญหาผงกะหรี่จับเป็นก้อนตอนลงกระทะ ซึ่งเป็นจุดที่หลายบ้านพลาดกันบ่อย
ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันแล้วตามด้วยกระเทียม ผัดแค่ให้หอม อย่ารอจนกระเทียมเข้มจัด เพราะกลิ่นไหม้จะมาก่อนกลิ่นปู ใส่ปูลงไปผัดประมาณ 2–3 นาที พอเปลือกเริ่มเปลี่ยนสีและเนื้อเริ่มสุก ค่อยใส่หอมใหญ่ลงไปผัดให้พอใส
คราวนี้ลดไฟลงเล็กน้อย แล้วเทซอสที่ผสมไว้ลงกระทะ
ใช้ตะหลิวคนเบา ๆ ให้ซอสกระจายทั่วปู ช่วงนี้อย่าขยี้แรงและอย่าปล่อยไฟแรงเกินไป ไข่จะจับตัวเร็วเกินจนกลายเป็นไข่ผัดมากกว่าซอสผงกะหรี่ที่เนียนนุ่ม พอซอสเริ่มข้นและเคลือบเนื้อปูได้ดี ใส่ต้นหอม ขึ้นฉ่าย และพริกชี้ฟ้าแดงลงไป คลุกอีกไม่กี่ทีแล้วปิดไฟได้เลย
กลิ่นขึ้นฉ่ายจะขึ้นมาตอนท้ายพอดี
ถ้าซอสข้นไป เติมน้ำหรือนมข้นจืดทีละนิดแล้วคลุกให้เข้ากัน ถ้าเหลวไป ให้เปิดไฟกลางต่ออีกครู่ แต่ต้องคอยคนตลอด เพราะไข่ในซอสจะสุกต่อเร็วมาก แค่เผลอคุยโทรศัพท์สั้น ๆ ก็เปลี่ยนจากซอสนุ่มเป็นก้อนแข็งได้แล้ว
เคล็ดลับอีกอย่างคืออย่าปรุงเค็มตั้งแต่แรกมากเกินไป ปูแต่ละชนิดมีความหวานและความเค็มตามธรรมชาติไม่เท่ากัน ปูทะเลบางตัวรสชัดกว่าปูม้า ส่วนปูม้ามักให้ความหวานเบากว่าแต่กินง่ายกว่า ถ้าไม่แน่ใจ ให้ชิมซอสหลังปูเริ่มสุก แล้วค่อยปรับซีอิ๊วขาวหรือน้ำปลาเพิ่มทีหลัง
เวลาเสิร์ฟ จานนี้ไม่ต้องแต่งเยอะ ตักใส่จานทั้งซอสให้พอมีความฉ่ำ โรยพริกชี้ฟ้าให้เห็นสีแดงนิดหน่อยก็พอ ข้าวสวยร้อน ๆ หนึ่งจานจะทำหน้าที่ที่เหลือเอง
แหล่งที่มา: FN Thai Dairies / Hot Thai Kitchen / Rachel Cooks Thai
อ้างอิง: https://www.fnthaidairies.com/recipe/fried-crab-in-yellow-curry , https://hot-thai-kitchen.com/curry-crab/ , https://rachelcooksthai.com/crab-curry-stir-fry/
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
10 นามสกุลที่มีผู้ใช้มากที่สุดในประเทศไทย
Winamp โปรแกรมฟังเพลงในตำนานมีอะไรให้นึกถึง
5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากมากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา?
4 โรงงานใหญ่ในไทย ที่มีพนักงานหลักพันคน
แนวทางเลขมงคล "หมอปลาย พรายกระซิบ" งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569
ใบกำกับภาษีคืออะไรและใช้ทำอะไรได้บ้าง
ตั้งแอร์ 25 กับ 27 องศา ประหยัดไฟต่างกันแค่ไหน
ย้อนความทรงจำ MSN Messenger โปรแกรมแชตที่หลายคนเคยใช้
เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่
หลั่งนอกมีโอกาสท้องหรือไม่
มหาวิทยาลัยไหนมีบัณฑิตตกงานน้อยที่สุดในไทย
ย้อนความทรงจำเกม Ragnarok Online ที่หลายคนเคยนั่งเล่นด้วยกัน
ยอดเขาที่สูงที่สุดในไทย ที่ไม่ได้อยู่ในเขตจังหวัดภาคเหนือ



