หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มหัศจรรย์สายตา 2% บนโลก เจาะลึกความลับ "ดวงตาสีเขียว" ที่ไร้เม็ดสีเขียว

เขียนโดย davin

        ดวงตาเปรียบเสมือนหน้าต่างของหัวใจ และสำหรับผู้ที่มี "ตาสีเขียว" หน้าต่างบานนี้ถือเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่หาพบได้ยากที่สุดในโลก เพราะมีประชากรมนุษย์เพียงแค่ 2% เท่านั้นที่ครอบครองเฉดสีอันทรงเสน่ห์นี้ ทว่าความจริงที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าในเชิงวิทยาศาสตร์ก็คือ ภายใต้ดวงตาสีเขียวคู่งามที่สะท้อนแสงระยิบระยับนั้น กลับไม่มีเม็ดสี "สีเขียว" อยู่เลยแม้แต่น้อย แต่เป็นผลลัพธ์ของสวิตช์พันธุกรรมและปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

จุดเริ่มต้นจากสีน้ำตาล และสวิตช์หรี่ไฟทางพันธุกรรม

        หากย้อนเวลากลับไปเมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อน มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ต่างเกิดมาพร้อมกับดวงตาสีน้ำตาลทั้งหมด เนื่องจากร่างกายต้องการเม็ดสีเข้มที่เรียกว่า "เมลานิน" (Melanin) มาทำหน้าที่เป็นแว่นกันแดดตามธรรมชาติ เพื่อปกป้องเนื้อเยื่อดวงตาจากรังสีอัลตราไวโอเลตอันร้อนแรง

        จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อบรรพบุรุษมนุษย์เริ่มอพยพขึ้นสู่ทิศเหนือไปยังแถบยุโรป ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแสงแดดน้อยลง ความจำเป็นในการใช้เม็ดสีเข้มเพื่อกันแดดจึงลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้ร่างกายเกิดการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม (Genetic mutation) เพื่อปรับลดการสร้างเมลานิน

        ต่อมาในปี 2008 ทีมนักวิทยาศาสตร์นำโดย ฮันส์ ไอเบิร์ก (Hans Eiberg) ได้ค้นพบกลไกการทำงานร่วมกันของยีนที่ลงตัวแบบสุดๆ จนทำให้เกิดตาสีอ่อน ซึ่งประกอบด้วยยีน 2 ตัวหลัก คือ

  1. ยีน OCA2: ยีนหลักที่ทำหน้าที่ควบคุมและผลิตเม็ดสีเมลานินในดวงตา

  2. ยีน HERC2: ยีนที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือน "สวิตช์หรี่ไฟ" โดยสวิตช์ตัวนี้จะเข้าไปสั่งการให้ยีน OCA2 ลดกำลังการผลิตเม็ดสีเมลานินลงให้เหลือน้อยที่สุด

ปรากฏการณ์ฟิสิกส์หลอกตา: เม็ดสีเหลือง ผสม แสงสีฟ้า

        เมื่อยีน HERC2 ทำหน้าที่หรี่ไฟจนเม็ดสีเมลานินสีน้ำตาลในม่านตา (Iris) ลดน้อยลงอย่างมาก ม่านตาจะเหลือเพียงเม็ดสีไขมันสีเหลืองที่เรียกว่า "ไลโปโครม" (Lipochrome) ซ่อนอยู่ภายใน

        เมื่อแสงแดดหรือแสงสว่างจากภายนอกเดินทางส่องกระทบเข้ามาในดวงตา แสงจะไปปฏิสัมพันธ์กับโครงสร้างม่านตาจนเกิดปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า "การกระเจิงของแสง" (Light scattering) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์แบบเดียวกับที่ทำให้เรามองเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้า

        กระบวนการนี้จะทำให้แสงเฉดสีฟ้าสะท้อนย้อนกลับออกมาจากดวงตา และเมื่อ "แสงสีฟ้า" ที่สะท้อนออกมา เดินทางมาผสมผสานเข้ากับเม็ดสีไขมัน "สีเหลือง" ที่มีอยู่เดิมในม่านตา ระบบประสาทและสมองของเราจึงประมวลผลลัพธ์หักมุมออกมากลายเป็นเฉดสีออปติคอลที่เห็นเป็น "ตาสีเขียว" ในที่สุด

คนเอเชียกับโอกาสครอบครองดวงตาสีเขียว

        สำหรับคำถามที่ว่า คนไทยหรือคนในแถบเอเชียมีโอกาสที่จะครอบครองดวงตาสีเขียวตามธรรมชาติได้บ้างไหม? คำตอบคือ "มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่ยากมากๆ" เนื่องจากยีนที่ควบคุมตาสีอ่อนนั้นไม่ใช่ยีนเด่นในกลุ่มประชากรเอเชียตะวันออก

        กรณีที่พบคนเอเชียมีตาสีเขียวตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากการมีบรรพบุรุษที่มีเชื้อสายยุโรปหรือตะวันออกกลางแฝงอยู่ในสายเลือด (บางครั้งอาจส่งผ่านเงียบๆ มาหลายรุ่น) จนกระทั่งยีนด้อยของตาสีอ่อนเหล่านั้นบังเอิญโคจรมาจับคู่กันอย่างถูกจังหวะและแสดงผลลัพธ์ออกมาในรุ่นลูกหลานพอดี

บทสรุปของความลับเบื้องหลังดวงตาสีเขียว จึงไม่ใช่เรื่องของยีนสร้างสีเขียวโดยตรง หากแต่เป็นภาพสะท้อนของวิวัฒนาการในการปรับตัวของมนุษย์ให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ผนวกเข้ากับความมหัศจรรย์ของกลไกพันธุกรรมที่ทำหน้าที่หรี่เม็ดสีได้อย่างพอเหมาะ และการหักเหแสงตามหลักฟิสิกส์ ดวงตาสีเขียวจึงเปรียบเสมือนผลงานศิลปะชิ้นเอกที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมาอย่างประณีตและมอบให้มนุษย์เพียงกลุ่มเล็กๆ บนโลกใบนี้เท่านั้น

[แหล่งอ้างอิง]

[1] Eiberg, H., Troelsen, J., Nielsen, M., Mikkelsen, A., Mengel-From, J., Kjaer, K. W., & Hansen, L. (2008). Blue eye color in humans may be caused by a perfectly associated founder mutation in a regulatory element located within the HERC2 gene inhibiting OCA2 expression. Human Genetics, 123(2), 177-187.

[2] Sturm, R. A., & Larsson, M. (2009). Genetics of human iris colour and patterns. Pigment Cell & Melanoma Research, 22(5), 544-562.

[3] Hale, T. (2024). Why Just 2 Percent Of Humans Have Green Eyes, The Rarest Eye Color In The World. IFLScience.

[4] Cleveland Clinic Medical Team. (2024). Eye Colors. Cleveland Clinic Health Library.

[5] Levine, H. (2025). What Is the Rarest Eye Color in the World?. AARP Your Health.

เนื้อหาโดย: davin
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
davin's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 26 ครั้ง
เขียนโดย davin
นักเขียนอิสระเน้นวิเคราะห์ความเชื่อ วัฒนธรรม คติชนวิทยา จิตวิทยา ประวัติศาสตร์ เกร็ดความรู้ และสิ่งที่สนใจส่วนตัว เน้นเข้าใจง่าย ทันต่อสถานการณ์
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: famai, goldfish13, projor007, Freya Rune, kyogisa, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, davin
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศอาชีพไหนเงินเดือนสูง แต่คนลาออกเยอะ?จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก“ตำนานกลางลาดพร้าว! โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา จากอาคารเรียนสุดล้ำ สู่ห้างใหญ่ในความทรงจำ”ส่องแนวทางเลขดัง 3 สำนัก งวด 1 มิถุนายน 2569 เลขเด่นชุดไหนถูกพูดถึงมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทยปริศนาวิวัฒนาการ 90% ทำไมมนุษย์ถนัดขวา? ความลับใต้กะโหลกศีรษะที่เชื่อมโยงกับลิงและเอปส่องเลขจากข่าวดัง...ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569ถนนสายหลักที่ชาวอีสานใช้เดินทางมากที่สุดสะพานวงกลมที่คนทั้งโลกงง… ทำไมไม่สร้างตรงๆ ให้จบ?รายได้ข้าราชการทหารของไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
วิทยาศาสตร์ของความกลัว: ทำไมเราถึงยังกลัวผีไทยในยุคดิจิทัลมหาวิทยาลัยที่มีรถไฟผ่านใกล้ที่สุดมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทยเตือนภัยปลั๊กพ่วงเถื่อนราคาหลักสิบ เสี่ยงบ้านไหม้วอดหลักล้าน พร้อมวิธีเช็ก มอก. 2432-2555 ก่อนสายเกินไปตำรวจปราบจลาจลโตเกียว 1,700 นาย เดินขบวนที่ศาลเจ้าเมจิ
ที่มาของสำนวน "แพะรับบาป""Caño Cristales" มหัศจรรย์แม่น้ำ 5 สีที่สวยที่สุดในโลก14 สายพันธุ์ไดโนเสาร์ไทยที่ค้นพบในแผ่นดินอีสาน"ตุ่นจมูกดาว" สัตว์ที่หน้าตาแปลกประหลาดที่สุดในโลก
ตั้งกระทู้ใหม่