“โยนีปีศาจ” ต้นไม้ชื่อแปลกหายาก ผลแก่ดูคล้ายอวัยวะเwศหญิง มีเฉพาะในประเทศไทยด้วยนะเนี่ย
ชื่อของต้นไม้บางชนิดทำให้คนหยุดอ่านได้ตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้าตาจริง และ “โยนีปีศาจ” ก็เป็นหนึ่งในนั้น ชื่อนี้อาจฟังแรงและชวนสงสัย แต่ในทางพฤกษศาสตร์ ต้นไม้ชนิดนี้รู้จักกันในชื่อ มะกอกโคก หรือ มะกอกดอน เป็นไม้ยืนต้นที่พบได้ในบางพื้นที่ของไทย รวมถึงพื้นที่ภูเขาไฟเก่าของจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งทำให้มันถูกเล่าต่อทั้งในฐานะพืชหายากและส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าท้องถิ่น
มะกอกโคกมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Schrebera swietenioides Roxb. อยู่ในวงศ์ Oleaceae ฐานข้อมูลพรรณไม้ของไทยระบุว่ามีชื่อพื้นบ้านหลายชื่อ เช่น มะกอกดอน มะกักป่า มะกอกเผือก ...ผี และโยนีปีศาจ บางพื้นที่ในอีสานใต้ยังมีชื่อเรียกในภาษาถิ่นเขมรที่ต่างออกไป ชื่อเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ต้นไม้ชนิดเดียวกันอาจถูกจดจำไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับภาษา ความเชื่อ และประสบการณ์ของคนในพื้นที่
ลักษณะทั่วไปของมะกอกโคกเป็นไม้ผลัดใบ ลำต้นสูงได้ราว 10–15 เมตร เปลือกค่อนข้างแข็ง ใบเป็นใบประกอบ และให้ผลทรงคล้ายมะกอก ขนาดไม่ใหญ่นัก จุดที่ทำให้ต้นไม้ชนิดนี้ถูกพูดถึงมากคือช่วงที่ผลแก่จัดและแตกออกเป็นสองซีก รูปร่างของผลและรอยที่เกิดขึ้นเมื่อสัมผัสดินหรือทราย ถูกคนท้องถิ่นบางกลุ่มมองว่าคล้ายอวัยวะเพศหญิง จึงกลายเป็นที่มาของชื่อพื้นบ้านที่ฟังสะดุดหูอย่าง “โยนีปีศาจ”
ที่หลายคนเข้าใจผิดคือ มะกอกโคกไม่ได้เป็นพืชที่พบเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ข้อมูลพรรณไม้ระบุว่าชนิดนี้มีการกระจายในหลายพื้นที่ของเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงแถบอินโดจีน แต่ในไทยมักถูกพูดถึงมากเป็นพิเศษเมื่อโยงกับพื้นที่อย่างเขากระโดงและเขาอังคาร จังหวัดบุรีรัมย์ เพราะพื้นที่เหล่านี้มีภูมิประเทศแบบภูเขาไฟเก่า และมีเรื่องเล่าพื้นถิ่นที่ทำให้ต้นไม้ธรรมดาต้นหนึ่งมีความหมายมากกว่าแค่ชื่อทางวิทยาศาสตร์
ความพิเศษของโยนีปีศาจจึงไม่ได้อยู่ที่รูปร่างของผลเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ตรงที่มันถูกผูกเข้ากับตำนานรักพื้นบ้านเรื่องท้าวปาจิตกับอรพิม เรื่องเล่ากล่าวถึงหญิงสาวที่ต้องพลัดพรากจากคนรักและเผชิญชะตากรรมระหว่างการเดินทาง บางสำนวนเล่าว่าอรพิมได้อธิษฐานให้ตนแปลงกายเป็นชาย และฝากส่วนที่แสดงความเป็นหญิงไว้กับต้นมะกอกโคก ตำนานนี้ควรมองในฐานะเรื่องเล่าท้องถิ่น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ แต่ก็ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมต้นไม้ชนิดนี้ถึงมีชื่อและภาพจำที่แรงกว่าพืชป่าทั่วไป
เอาจริง ๆ แล้ว เสน่ห์ของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ชื่อแปลกอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเห็นธรรมชาติผ่านสายตาของผู้คนในแต่ละพื้นที่ ต้นไม้หนึ่งต้นอาจเป็นเพียงพืชป่าตามข้อมูลวิชาการ แต่เมื่อมันเข้าไปอยู่ในตำนาน ภาษา และความเชื่อของชุมชน มันก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำร่วมที่คนยังเล่าต่อกันมา
ถ้าจะเขียนถึงโยนีปีศาจให้ถูกต้อง จึงควรพูดให้ครบทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งคือมะกอกโคกเป็นพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์และข้อมูลพรรณไม้ตรวจสอบได้ อีกด้านหนึ่งคือชื่อ “โยนีปีศาจ” เป็นชื่อพื้นบ้านที่เกิดจากการสังเกตรูปร่างผลและเรื่องเล่าของคนท้องถิ่น เมื่อวางสองส่วนนี้ไว้ด้วยกัน เรื่องของต้นไม้ชื่อแปลกต้นนี้ก็ไม่ใช่แค่ความแปลกชวนคลิก แต่เป็นอีกหน้าหนึ่งของ
วัฒนธรรมท้องถิ่นที่ทำให้ธรรมชาติมีเรื่องให้ค้นหาต่อเสมอ
แหล่งที่มา: ฐานข้อมูลพรรณไม้ มหาวิทยาลัยมหิดล / กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
อ้างอิง: https://plantscience.sc.mahidol.ac.th/?page_id=4339 , https://botany.dnp.go.th/eflora/floraspecies.html?tdcode=02446
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
อยากเปิดร้านในเซ็นทรัลเวิลด์ ค่าเช่าเดือนละเท่าไร และมีค่าอะไรอีกบ้าง?
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/8/69
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
ทำไมไข่ถึงระเบิดในไมโครเวฟ? ทั้งที่ปอกเปลือกแล้วก็ยังเสี่ยง
มดเข้าหู มันจะไปถึงสมองได้ไหม
ประเทศไทยเคยช่วยกัมพูชาอย่างไรบ้าง ในแต่ละช่วงประวัติศาสตร์
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ล็อตเตอรี่ใบแรกของไทย
น้ำตกหวงกั่วซู่ ม่านวารีอันยิ่งใหญ่แห่งกุ้ยโจว
Why cats scratch during play—and how to keep hands safe
นอนหลับดี ๆ แต่ต้องสะดุ้งตื่นเพราะ "ตะคริวกินขา" เกิดจากอะไร? หลายคนเป็นบ่อยโดยไม่รู้สาเหตุ
น้ำตกหวงกั่วซู่ ม่านวารีอันยิ่งใหญ่แห่งกุ้ยโจว


