หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

10 สัตว์หายาก พบได้แห่งเดียวในโลกที่ประเทศไทย


เขียนโดย Mind Matter

ประเทศไทยเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้มีสัตว์หลายชนิดที่พบได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น สัตว์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ขนาดเล็กที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมเฉพาะที่ บางชนิดยังคงกระจายตัวในป่าธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ บางชนิดเหลือเพียงในเขตอนุรักษ์ที่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด  มาดูกันทีละชนิดว่ามีอะไรบ้างและสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร

 

  1. ปลาตะพัด หรือ อะโรวาน่าเอเชีย (Asian Arowana / Scleropages formosus)

ปลาตะพัดเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำที่มีเสน่ห์และมีมูลค่าสูงที่สุดในโลก สายพันธุ์ที่พบในไทยโดยเฉพาะคือกลุ่มที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำนิ่งและแม่น้ำสายใหญ่แถบภาคใต้และภาคตะวันตก เช่น ลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำกระบุรี รวมถึงบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ปลาชนิดนี้จัดเป็นปลาน้ำจืดขนาดกลางถึงใหญ่ ลำตัวยาวได้ถึง 90 เซนติเมตร เกล็ดมีประกายวาวเหมือนทอง บางสายพันธุ์มีสีแดงหรือทอง ซึ่งเป็นที่หมายปองของนักสะสมปลาสวยงามทั่วโลก

สิ่งที่น่าทึ่งเกี่ยวกับปลาตะพัดคือพฤติกรรมการดูแลลูกของพ่อปลา ซึ่งจะอมลูกปลาไว้ในปากจนกว่าลูกจะเติบโตพอที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งต่างจากปลาส่วนใหญ่ที่ปล่อยให้ลูกเผชิญโลกตามลำพัง ปลาตะพัดถูกจัดอยู่ในบัญชีสัตว์คุ้มครองตาม CITES ภาคผนวก I ซึ่งหมายความว่าห้ามซื้อขายในธรรมชาติโดยเด็ดขาด ปัจจุบันในธรรมชาติพบได้น้อยมากจนเกือบสูญหาย สาเหตุหลักคือการจับเพื่อการค้าและการทำลายแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่พบในปัจจุบันส่วนใหญ่มาจากฟาร์มเพาะเลี้ยงที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

 

  1. นกกระเรียนพันธุ์ไทย (Sarus Crane / Grus antigone sharpii)

แม้ว่านกกระเรียนจะมีหลายชนิดกระจายอยู่ในเอเชีย แต่สายพันธุ์ย่อยที่เคยอาศัยอยู่ในประเทศไทยนั้นมีถิ่นอาศัยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในไทยเคยพบมากในที่ราบภาคกลาง โดยเฉพาะบริเวณทุ่งรังสิต จังหวัดปทุมธานี และพื้นที่ชุ่มน้ำแถบจังหวัดบึงกาฬ นครพนม และสกลนคร ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นกกระเรียนเป็นนกที่สูงที่สุดในบรรดานกที่บินได้ในโลก สูงได้ถึงเกือบ 2 เมตร ลำตัวสีเทา หัวและคอสีแดงสด เวลาเต้นรำเกี้ยวพาราสีกันนั้นถือเป็นภาพที่งดงามที่สุดในวงการนกของเอเชีย

นกกระเรียนในไทยสูญพันธุ์จากธรรมชาติไปตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 เนื่องจากการบุกรุกพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อการเกษตรและการล่า โครงการนำนกกระเรียนกลับสู่ธรรมชาติดำเนินการโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับองค์กรเอกชน โดยเริ่มปล่อยนกที่เพาะเลี้ยงในกรงคืนสู่ธรรมชาติบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่น่ายินดี เพราะปัจจุบันมีรายงานการพบนกกระเรียนในธรรมชาติอยู่บ้างแล้ว แม้จำนวนยังน้อยมาก

 

  1. กูปรี (Kouprey / Bos sauveli)

กูปรีอาจเป็นสัตว์ที่น่าเศร้าที่สุดในรายชื่อนี้ เพราะเป็นวัวป่าชนิดเดียวที่ถูกค้นพบในศตวรรษที่ 20 และอาจสูญพันธุ์ไปในศตวรรษเดียวกันนั้น ในไทยเคยพบกูปรีในป่าดิบแล้งและทุ่งหญ้าของภาคตะวันออก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสระแก้วและบุรีรัมย์ ที่ติดชายแดนกัมพูชา กูปรีเป็นวัวป่าขนาดใหญ่ ตัวผู้มีเขาโค้งงอนขึ้นแล้วบิดออกด้านข้างอย่างงดงาม ขนสีเทาเข้มถึงดำ บริเวณขาส่วนล่างมีแถบสีขาวคล้ายถุงเท้า

กูปรีถูกประกาศให้เป็นสัตว์แห่งชาติของกัมพูชา แต่ความขัดแย้งทางการทหารในภูมิภาคช่วงสงครามเวียดนามและช่วงเขมรแดง ทำให้ทั้งถิ่นอาศัยถูกทำลายและสัตว์ถูกล่าเพื่อเป็นอาหาร ปัจจุบันยังไม่มีการพบกูปรีที่มีการบันทึกอย่างเป็นทางการมานานหลายสิบปีแล้ว IUCN จัดให้อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง และหลายนักชีววิทยาเชื่อว่าอาจสูญพันธุ์ไปแล้ว การสำรวจล่าสุดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา-ลาวยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจน

 

4.เต่าปูลู หรือ Big-headed Turtle

เต่าน้ำจืดหัวโตผิดสัดส่วน พบตามลำธารภูเขาภาคเหนือและตะวันตก เป็นสัตว์หายากและโบราณมาก ในไทยยังพบตามธรรมชาติแต่ยากมาก ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเขตอนุรักษ์ การค้าสัตว์ป่าทำให้จำนวนลดลงมาก

 

5.นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร (White-Eyed River Martin) 

นกขนาดเล็กสีดำท้องขาว เป็นนกเฉพาะถิ่นของประเทศไทยที่เคยพบเพียงแห่งเดียวที่บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ ในปี พ.ศ. 2511 โดยนักวิทยาศาสตร์ไทยชื่อ กิตติ ทองลงยา ที่บึงบอระเพ็ด ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ในภาคเหนือตอนล่างของไทย สถานะปัจจุบันถูกจัดว่า อาจสูญพันธุ์แล้ว (Possibly Extinct) ตามการประเมินของ IUCN เนื่องจากไม่มีการพบเห็นอีกเลยเป็นเวลาหลายสิบปี และแหล่งอาศัยที่เคยมีนกชนิดนี้ก็ลดลงอย่างมากจากการสร้างเขื่อน การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชุ่มน้ำ และการดักจับนกในอดีต

 

6.ค้างคาวกิตติ (Bumblebee bat)

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในกลุ่มค้างคาวที่มีใบหูใหญ่ผิดจากค้างคาวทั่วไป มีขนาดตัวยาวประมาณ 2.9–3.3 เซนติเมตร และน้ำหนักเพียง 1.5–3 กรัม (เทียบเท่ากับเหรียญบาทหรือเหรียญห้าสิบสตางค์เพียงไม่กี่เหรียญ) ถูกค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2516 โดย คุณกิตติ ทองลงยา นักสัตววิทยาชาวไทย ซึ่งต่อมาได้มีการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบนั่นเอง อาศัยตามถ้ำและป่าดิบชื้นทางภาคใต้ เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราชและตรัง ปัจจุบันยังพบในธรรมชาติได้บ้าง แต่จำนวนน้อยมากและถูกคุ้มครองในเขตอุทยานแห่งชาติเพื่อป้องกันการรบกวนจากมนุษย์

 

7.กิ้งกือมังกรสีชมพู (Shocking pink millipede)

เป็นกิ้งกือมังกรที่พบในประเทศไทยเพียงแห่งเดียวในโลก ค้นพบโดยนักสำรวจสมัครเล่น กลุ่ม siamensis.org ซึ่งต่อมาได้แจ้งให้ ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา และคณะทราบ เมื่อเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2550 บริเวณป่าเขาหินปูนแถบภาคกลางตอนบนต่อกับภาคเหนือตอนล่าง เป็นสัตว์ที่มีลำตัวยาวเรียว สีชมพูสดใสผิดตา พบเฉพาะในดินชื้นใต้ใบไม้ในป่าดิบเขา ทางภาคเหนือ สถานการณ์ยังพอมีในป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แต่เสี่ยงต่อการสูญหายจากกิจกรรมของผู้บุกรุกป่า

 

8.สมัน (Schomburgk’s Deer) 

กวางชนิดหนึ่งที่เคยพบเฉพาะในภาคกลางของไทย เป็นกวางขนาดกลาง ขนตามลำตัวสีน้ำตาลเข้ม ท้องมีสีอ่อนกว่า ริมฝีปากล่างและด้านล่างของหางเป็นสีขาว มีลักษณะเด่นคือ ตัวผู้จะมีเขาแตกแขนงออกไปมากมายเหมือนกิ่งไม้ ดูสวยงาม จึงได้ชื่อว่าเป็นกวางที่มีเขาสวยที่สุดในโลก มีกิ่งรับหมาหรือกิ่งเขาที่ยื่นออกไปข้างหน้ายาวกว่ากิ่งรับหมาของกวางชนิดอื่น ๆ ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้วทั้งในธรรมชาติและทั่วโลก เหลือเพียงตัวอย่างซากในพิพิธภัณฑ์

 

9.ปลาถ้ำตาบอดดอยเชียงดาว Chiang Dao Cave Fish

เป็นปลาที่วิวัฒนาการอยู่ในถ้ำจนสูญเสียดวงตา ผิวซีดไร้เม็ดสี อาศัยในระบบน้ำใต้ดินบริเวณถ้ำเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นสัตว์เฉพาะถิ่นระดับจุดเดียวของโลก คือแทบอยู่เฉพาะบริเวณนั้น ปัจจุบันยังพบในธรรมชาติ แต่ธรรมชาติของชนิดนี้ก็คืออยู่ในเขตจำกัดมาก จึงเปราะบางสูงมาก หากคุณภาพน้ำเปลี่ยนหรือถ้ำถูกรบกวน ประชากรอาจได้รับผลทันที ถือเป็นสัตว์ที่มีอยู่ในธรรมชาติ ไม่ได้อยู่เฉพาะศูนย์เพาะเลี้ยง แต่ธรรมชาติของสัตว์ชนิดนี้แทบเท่ากับอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์เฉพาะจุด

 

10.เก้งหม้อ (Fea’s Muntjac) 

กวางขนาดเล็กสีน้ำตาลแดง เป็นเก้งที่หายากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก ครั้งหนึ่งเคยเชื่อว่าเหลือเพียงตัวเดียวในโลก ที่สวนสัตว์ดุสิต แต่ปัจจุบันยังพอหาได้ตามป่าธรรมชาติแต่หายากมาก พบเฉพาะป่าภาคตะวันตก เช่น เขาใหญ่และทุ่งใหญ่นเรศวร

เนื้อหาโดย: Mind Matter
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 38 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 อันดับแบรนด์กาแฟโลก แบรนด์ไทยก็ติดกับเขาด้วยจังหวัดในไทย ที่ยังไม่มี "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" ตั้งในพื้นที่จังหวัดที่ปลูกขิงมากที่สุดในประเทศไทยพบงูเหลือมลายตาข่ายซ้ำในเกาสง ผู้เชี่ยวชาญกังวลอาจเริ่มตั้งประชากรในธรรมชาติจังหวัดไหนมีประชากรมากที่สุดในไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพฯ5 อันดับสัตว์ที่มีสมองฉลาดที่สุดในโลกเงินเดือนของพนักงานเก็บค่าผ่านทางทางด่วนประเทศที่"ทั้งประเทศอยู่บนภูเขา"เจาะที่มา 5 สีกางเกงขาสั้นมัธยมชายไทย6 มหาวิทยาลัยเอกชนที่ POP ที่สุดในประเทศไทยประเทศที่คน “ใช้ชีวิตอยู่กับงูเห่าได้แบบปกติ”อย่าเพิ่งทุบรังดินเล็ก ๆ รู้จัก “หมาร่า” แมลงนักล่าแมงมุมใกล้ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เคล็ดลับ วิธีต้มไข่ ให้ออกมาน่ารับประทานหนุ่มจีนฉุน! พังข้าวของโรงแรมดังย่านสุขุมวิท หลังจองห้องผ่านเอเจนซี่ แต่ไม่มีข้อมูลการจองชายหาดในประเทศไทย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดดราม่า "ข้าวผัดห่อหนังสือพิมพ์" กระแสตีกลับ นี่แหละความคลาสสิคความคิดถึงไม่เคยโกหก! 5 ระดับที่กำลังบอกว่า “ใจคุณเป็นอะไรอยู่”"เปาบราซิเลีย" ไม้สีเลือดล้ำค่า ที่นำมาทำไวโอลีน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ความคิดถึงไม่เคยโกหก! 5 ระดับที่กำลังบอกว่า “ใจคุณเป็นอะไรอยู่”สัตว์ที่เหมือนหมีแต่ไม่ใช่หมี"เกาะคาปรี" เกาะที่สวย หรู ดูแพงที่สุดในโลกสตรอว์เบอร์รีในประเทศไทย เพาะปลูกที่จังหวัดไหนมากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่