หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

6 กลุ่มอาชีพในไทยที่เสี่ยงถูก AI ลดบทบาท ปีนี้เริ่มเห็นชัดขึ้น


เขียนโดย kitasan

 

ปี 2026 คำว่า AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของตลาดแรงงานไทยอีกแล้ว จากเดิมที่หลายคนมองว่าเป็นแค่เครื่องมือช่วยทำงาน ตอนนี้มันเริ่มกลายเป็นตัวแปรที่เข้าไปเปลี่ยนวิธีจ้างงาน วิธีทำงาน และวิธีประเมินคนในหลายองค์กรแบบเห็นได้จริง

ผมว่าเรื่องนี้น่ากังวลไม่ใช่เพราะ AI จะทำให้ทุกคนตกงานพร้อมกัน แต่เพราะมันค่อย ๆ กินพื้นที่ของงานบางประเภทแบบเงียบ ๆ งานไหนที่ทำซ้ำ ใช้ขั้นตอนเดิมทุกวัน ตรวจสอบได้ด้วยระบบ และไม่ต้องใช้การตัดสินใจซับซ้อน งานกลุ่มนั้นมักถูกหยิบขึ้นมาปรับก่อนเสมอ

รายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO ปี 2025 ระบุว่า งานกลุ่มสำนักงานและธุรการเป็นกลุ่มที่มีระดับการเปิดรับผลกระทบจาก Generative AI สูงเป็นพิเศษ ขณะที่ World Economic Forum รายงานใน Future of Jobs Report 2025 ว่า นายจ้างทั่วโลกคาดว่า 39% ของทักษะหลักในตลาดแรงงานจะเปลี่ยนไปภายในปี 2030 ส่วนในไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยก็พูดถึงแรงงานไทยที่เริ่มใช้ AI ในงานมากขึ้น โดยอ้างผลสำรวจ PwC Thailand Hopes and Fears Survey 2025 ว่าแรงงานไทย 72% ใช้ AI ในการทำงาน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 54%

เอาจริง ๆ นะ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้แปลว่า AI จะมาไล่คนออกทั้งหมด แต่มันบอกชัดว่าตลาดงานกำลังเปลี่ยน และคนที่อยู่ในงานเดิมแบบไม่เพิ่มทักษะ อาจเป็นกลุ่มแรกที่รู้สึกถึงแรงกระแทก

กลุ่มแรกที่เสี่ยงมากคือ งานคีย์ข้อมูลและงานเอกสารทั่วไป งานประเภทบันทึกข้อมูล จัดเก็บเอกสาร ป้อนข้อมูลเข้าระบบ ตรวจความถูกต้องเบื้องต้น หรือจัดแฟ้มข้อมูลซ้ำ ๆ เป็นงานที่ระบบอัตโนมัติทำแทนได้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะองค์กรที่เริ่มใช้ OCR, RPA และซอฟต์แวร์จัดการเอกสารร่วมกับ AI

งานกลุ่มนี้ไม่ได้หายไปในวันเดียว แต่ตำแหน่งใหม่จะเปิดน้อยลง และงานเดิมจะถูกบีบให้คนหนึ่งคนดูแลได้มากกว่าเดิม ที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่า “ยังมีเอกสารก็ยังมีงาน” ทั้งที่ความจริง องค์กรไม่ได้ต้องการคนจัดการเอกสารเท่าเดิม ถ้าระบบสามารถอ่าน แยกหมวด และส่งต่อข้อมูลได้เอง

กลุ่มต่อมาคือ พนักงาน Call Center และงานบริการลูกค้าพื้นฐาน เรื่องนี้เริ่มเห็นชัดมากขึ้น เพราะหลายธุรกิจใช้แชทบอท ระบบตอบกลับอัตโนมัติ และ AI ช่วยคัดกรองคำถามก่อนถึงพนักงานจริง คำถามจำพวกเช็กสถานะสินค้า เปลี่ยนรหัสผ่าน แจ้งยอดค้างชำระ หรือสอบถามข้อมูลพื้นฐาน ระบบตอบได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องรอคิว

งานบริการลูกค้ายังจำเป็นอยู่ แต่คนที่จะอยู่รอดต้องขยับไปทำงานที่ระบบยังรับมือยาก เช่น เคสซับซ้อน ลูกค้าโกรธมาก งานเจรจา หรือการแก้ปัญหาที่ต้องอ่านอารมณ์คน ผมว่าจุดนี้ชัดมาก เพราะ AI ตอบคำถามได้ดีขึ้น แต่ยังไม่ได้เข้าใจ “ความรู้สึกของลูกค้า” แบบมนุษย์จริง ๆ

อีกกลุ่มที่ถูกพูดถึงมานานคือ แรงงานในภาคการผลิตและโรงงาน โดยเฉพาะงานที่อยู่กับขั้นตอนเดิมซ้ำ ๆ เช่น ประกอบชิ้นส่วน ตรวจสินค้าเบื้องต้น ควบคุมเครื่องจักรบางประเภท หรือคัดแยกชิ้นงาน ในหลายโรงงาน ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และการตรวจสอบด้วยภาพจากคอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามาช่วยลดการพึ่งพาแรงงานคน

ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของอาเซียน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอาหารแปรรูป การเปลี่ยนผ่านไปสู่โรงงานอัจฉริยะจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพียงแต่ผลกระทบจะไม่เท่ากันทุกคน คนที่ทำงานหน้าไลน์แบบใช้แรงอย่างเดียวอาจเสี่ยงกว่า ส่วนคนที่ดูแลเครื่องจักร วิเคราะห์ปัญหา หรือซ่อมบำรุงระบบอัตโนมัติกลับมีโอกาสมากขึ้น

กลุ่มที่สี่คือ พนักงานขายหน้าร้านและแคชเชียร์ จุดนี้ต้องพูดให้แฟร์ เพราะไม่ได้ถูกกระทบจาก AI อย่างเดียว แต่โดนทั้งอีคอมเมิร์ซ ระบบจ่ายเงินอัตโนมัติ ตู้สั่งสินค้า แอปสะสมแต้ม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ซื้อของออนไลน์มากขึ้น ธุรกิจค้าปลีกยังอยู่ แต่รูปแบบการใช้คนเปลี่ยนไปชัดเจน

ร้านค้าหลายแห่งไม่ได้ต้องการพนักงานที่ยืนรอคิดเงินเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว แต่ต้องการคนที่แนะนำสินค้า ปิดการขาย ดูแลประสบการณ์ลูกค้า และใช้ข้อมูลจากระบบช่วยขายได้จริง คนขายที่พูดคุยเก่ง เข้าใจลูกค้า และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ยังมีที่ยืน แต่ถ้างานเหลือแค่สแกนสินค้าแล้วรับเงิน ความเสี่ยงจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ

กลุ่มที่ห้าคือ งานแปลภาษาและคอนเทนต์พื้นฐาน ต้องยอมรับว่า AI เข้ามาแรงมากในสายนี้ การแปลข้อความทั่วไป การเขียนคำบรรยายสินค้า การสรุปข่าวสั้น ๆ หรือการทำคอนเทนต์สูตรสำเร็จ เริ่มถูกลดต้นทุนด้วยเครื่องมือ AI ที่ทำงานได้เร็วกว่าเดิมมาก

แต่ผมไม่คิดว่านักเขียนหรือนักแปลจะหมดอนาคต ตรงกันข้าม คนที่เข้าใจบริบท ตรวจข้อเท็จจริงได้ เขียนให้มีน้ำเสียง มีมุมมอง และรู้ว่าอะไรควรพูดหรือไม่ควรพูด จะยิ่งมีค่า งานที่เสี่ยงคือคอนเทนต์ที่ไม่มีความคิดของคนเขียนอยู่ในนั้น อ่านแล้วเหมือนข้อความกลาง ๆ ที่ใครก็ทำแทนได้

กลุ่มสุดท้ายคือ งานบัญชีและการเงินระดับต้น เช่น การบันทึกข้อมูลรายรับรายจ่าย จัดทำเอกสารเบื้องต้น ตรวจตัวเลขซ้ำ ๆ หรือออกแบบรายงานมาตรฐาน งานเหล่านี้ถูกซอฟต์แวร์บัญชีและระบบการเงินเข้ามาช่วยมาหลายปีแล้ว พอมี AI เข้ามาเพิ่ม ความเร็วในการตรวจจับความผิดปกติและจัดข้อมูลก็ยิ่งสูงขึ้น

ธนาคารและสถาบันการเงินในไทยเองก็เริ่มใช้ AI มากขึ้น ทั้งงานวิเคราะห์ความเสี่ยง ตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ และช่วยตัดสินใจในบางกระบวนการ ตัวอย่างเช่น Reuters รายงานเมื่อปี 2025 ว่า ธนาคารกสิกรไทยหันมาใช้ AI มากขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตและช่วยดูแลกระบวนการอนุมัติสินเชื่อบางส่วน งานการเงินระดับต้นจึงต้องปรับจากการทำเอกสาร ไปสู่การอ่านข้อมูลและอธิบายตัวเลขให้ธุรกิจใช้ตัดสินใจได้

ภาพรวมของอาชีพที่เสี่ยงมีจุดร่วมคล้ายกัน คือเป็นงานที่มีขั้นตอนชัด ทำซ้ำได้ วัดผลได้ และแปลงเป็นระบบได้ง่าย เมื่อเทคโนโลยีทำงานพวกนี้ได้เร็วขึ้น องค์กรก็ย่อมถามทันทีว่า ยังจำเป็นต้องใช้คนเท่าเดิมหรือไม่

จริง ๆ แล้ว AI ไม่ได้เป็นศัตรูของแรงงานทุกคน แต่มันเป็นเหมือนตัวเร่งให้ตลาดงานแยกคนออกเป็นสองกลุ่มชัดขึ้น กลุ่มหนึ่งใช้ AI เป็นเครื่องมือเพื่อทำงานให้ดีขึ้น ส่วนอีกกลุ่มถูก AI ใช้แทนในงานที่เคยทำซ้ำ ๆ มานานหลายปี

ทางรอดไม่ได้อยู่ที่การหนี AI แต่อยู่ที่การเพิ่มทักษะให้พ้นจากงานที่ระบบทำแทนได้ง่าย คนทำเอกสารต้องอ่านข้อมูลเป็น คนขายต้องเข้าใจลูกค้ามากกว่าแค่รับเงิน คนเขียนต้องมีมุมมองมากกว่าการเรียบเรียงประโยค และคนโรงงานต้องรู้จักเครื่องจักรมากกว่าการยืนประจำจุดเดิม

คำถามที่น่าคิดกว่าคือ วันนี้งานที่เราทำอยู่ เป็นงานที่ AI ช่วยให้เราเก่งขึ้น หรือเป็นงานที่ AI กำลังเรียนรู้เพื่อทำแทนเราในวัน

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
kitasan's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 44 ครั้ง
เขียนโดย kitasan
นักเขียนสาย Insight ชีวิตไทย เน้นเล่าเรื่องใกล้ตัวแบบเข้าใจง่าย เชี่ยวชาญคอนเทนต์ “รู้ไหม?” การจัดอันดับจังหวัด และไลฟ์สไตล์คนไทย ถนัดการเปรียบเทียบข้อมูลให้เห็นภาพชัด เอาไปใช้ได้จริง สไตล์การเขียนเป็นกันเอง อ่านลื่น แต่ยึดข้อมูลจริงเป็นหลัก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดที่นักลงทุนต่างชาติจับตาในปี 2569 โอกาสใหม่ของงาน และอสังหาฯ ไทย5 สายเรียนที่มีโอกาสตกงานต่ำในไทย (อิงตลาดแรงงานจริง)8 อาหารไทยรสจัด ที่“คนรุ่นใหม่บางกลุ่มเริ่มกินน้อยลง”จังหวัดไหนมีประชากรมากที่สุดในไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพฯถ้ำที่คนพื้นที่ก็ไม่อยากไปเงินเดือนของพนักงานเก็บค่าผ่านทางทางด่วน5 อันดับสัตว์ที่มีสมองฉลาดที่สุดในโลกประเทศที่“อากาศร้อนที่สุดในโลก”อุณหภูมิสูงกว่า 50°Cเจาะที่มา 5 สีกางเกงขาสั้นมัธยมชายไทยประเทศที่ “ไม่มีรถไฟเลย” แม้แต่สายเดียวพบงูเหลือมลายตาข่ายซ้ำในเกาสง ผู้เชี่ยวชาญกังวลอาจเริ่มตั้งประชากรในธรรมชาติใหญ่กว่าอนาคอนดา 2 เท่า! เผยโฉม "ไจแอนโทฟิส" อสรพิษยักษ์ครองโลกเมื่อ 40 ล้านปีที่แล้ว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นักวิทยาศาสตร์ พบสัญญาณชั้นเพชรขนาดใหญ่บนดาวพุธจังหวัดอันดับหนึ่งของประเทศไทย ที่ปลูกและส่งออกลิ้นจี่มากที่สุด5 อันดับตลาดนัด ยอดฮิตของคนไทยไขปริศนา “ไข่ทองคำ” ใต้ทะเลลึก! วัตถุลึกลับที่นักวิทยาศาสตร์ใช้เวลาเกือบ 3 ปีตามหาคำตอบประเทศที่ “ไม่มีสนามบิน”10 งานสายเทคในไทยที่เงินเดือนพุ่งแรง บริษัทแย่งตัวหนัก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดโพยของกิน ขายดีที่สุด ในตลาดนัดไทย ของที่คุณก็คิดไม่ถึงนักวิทยาศาสตร์ พบสัญญาณชั้นเพชรขนาดใหญ่บนดาวพุธล้อหิน 700 ปีแห่งอินเดีย ทำไมคนโบราณถึงสลักไว้รอบวิหารสุริยเทพ?”ไขปริศนา “ไข่ทองคำ” ใต้ทะเลลึก! วัตถุลึกลับที่นักวิทยาศาสตร์ใช้เวลาเกือบ 3 ปีตามหาคำตอบ
ตั้งกระทู้ใหม่