เรียนอะไรดีให้ไม่หลุดตลาด เปิด 5 สายที่นายจ้างไทยยังต้องการคนจริง
เลือกสายเรียนผิด ชีวิตไม่ได้พังทันทีหรอกครับ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “สายที่เลือก” มีผลกับโอกาสหลังเรียนจบพอสมควร โดยเฉพาะช่วงปี 2025–2026 ที่ตลาดแรงงานไทยเริ่มเปลี่ยนชัดขึ้นจากเทคโนโลยี AI เศรษฐกิจดิจิทัล สังคมผู้สูงอายุ และการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ
ข้อมูลจาก TDRI ระบุว่า ไตรมาส 1 ปี 2025 ตลาดงานออนไลน์ของไทยมีประกาศรับสมัครงานมากกว่า 2.2 แสนตำแหน่ง ขณะที่งานเกี่ยวกับ AI ในรอบ 1 ปีมีประมาณ 2 หมื่นตำแหน่ง ตัวเลขนี้บอกอะไรได้เยอะมาก เพราะมันสะท้อนว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่ได้ควรเลือกเรียนจากชื่อคณะที่ฟังดูเท่อย่างเดียว แต่ต้องดูด้วยว่าสายงานนั้นยังมีคนจ้างจริงไหม
สายแรกที่ยังแรงชัดเจนคือ เทคโนโลยี IT, AI และโปรแกรมเมอร์ ไม่ว่าจะเป็น Software Developer, Data Analyst, Cybersecurity, Cloud, AI Engineer หรือคนทำระบบหลังบ้านให้ธุรกิจออนไลน์ กลุ่มนี้ยังเป็นที่ต้องการสูง เพราะแทบทุกธุรกิจต้องพึ่งเทคโนโลยีมากกว่าเดิม ตั้งแต่ธนาคาร โรงงาน โรงพยาบาล ไปจนถึงร้านค้าออนไลน์
ผมว่าเด็กที่สนใจสายนี้ได้เปรียบตรงที่โอกาสไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทไทย ถ้ามีทักษะภาษาอังกฤษดี มีพอร์ตงานจริง และอัปเดตเครื่องมือใหม่ ๆ อยู่เสมอ ก็สามารถต่อยอดไปทำงานรีโมต งานฟรีแลนซ์ หรืองานต่างประเทศได้ แต่ก็ต้องพูดกันตรง ๆ ว่าแค่เรียนจบ IT ไม่พอแล้ว ตลาดต้องการคนที่ “ทำได้จริง” มากกว่าคนที่มีวุฒิอย่างเดียว
สายที่สองคือ วิศวกรรม โดยเฉพาะไฟฟ้า เครื่องกล อุตสาหการ ระบบอัตโนมัติ ยานยนต์ไฟฟ้า และเซมิคอนดักเตอร์ ประเทศไทยยังเป็นฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาค และพื้นที่อย่าง EEC ก็ยังต้องการคนที่เข้าใจเครื่องจักร ระบบการผลิต พลังงาน และเทคโนโลยีโรงงาน
Reuters รายงานว่าไทยตั้งเป้าพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมไฮเทค 280,000 คนภายใน 5 ปี แบ่งเป็นเซมิคอนดักเตอร์ 80,000 คน ยานยนต์ไฟฟ้า 150,000 คน และ AI 50,000 คน ตัวเลขนี้ทำให้เห็นชัดว่า วิศวะไม่ใช่แค่สายเรียนเก่าแก่ แต่ยังเป็นฐานสำคัญของงานอนาคต ถ้าเรียนแล้วเสริมทักษะดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ หรือภาษาอังกฤษเข้าไป โอกาสยิ่งเปิดกว้างขึ้น
สายที่สามคือ สุขภาพ แพทย์ พยาบาล สาธารณสุข และงานดูแลผู้สูงอายุ ไทยเดินเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัวมาหลายปีแล้ว ความต้องการบุคลากรด้านสุขภาพจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่โรงพยาบาลใหญ่ แต่รวมถึงคลินิก ศูนย์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด ผู้ช่วยพยาบาล และผู้ดูแลผู้สูงอายุ
เอาจริง ๆ นะ สายสุขภาพเป็นสายที่มั่นคงกว่าหลายอาชีพ แต่ไม่ควรพูดว่า “ไม่มีวันตกงาน” เพราะทุกอาชีพมีเงื่อนไขของมัน ทั้งใบประกอบวิชาชีพ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เวลาทำงาน และความพร้อมทางใจ งานดูแลคนป่วยหรืองานบริการสุขภาพไม่ใช่แค่มีความรู้ก็พอ แต่ต้องมีความอดทนและรับผิดชอบสูงมากด้วย
สายที่สี่คือ ธุรกิจ การตลาด และงานขาย หลายคนมักมองว่างานขายเป็นงานที่ใครก็ทำได้ แต่ความจริงตลาดต้องการคนขายที่เข้าใจลูกค้า ใช้ข้อมูลเป็น อ่านพฤติกรรมผู้บริโภคออก และทำงานกับแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็น Digital Marketing, E-commerce, Performance Marketing, Account Executive หรือ Sales B2B
รายงาน Talent Shortage 2025 ของ ManpowerGroup ระบุว่า กลุ่มทักษะที่นายจ้างหาคนยากมีทั้ง IT & Data, Engineering และ Sales & Marketing ตรงนี้สะท้อนว่า งานขายกับการตลาดไม่ได้หายไปเพราะ AI แต่คนที่ทำแบบเดิม ๆ อาจเหนื่อยขึ้น คนที่ไปต่อได้คือคนที่ใช้เครื่องมือดิจิทัลเป็น เข้าใจคอนเทนต์ รู้จักวิเคราะห์ข้อมูล และปิดการขายได้จริง
สายที่ห้าคือ อาชีวะและสายเทคนิค เช่น ช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม ช่างยนต์ ช่างซ่อมบำรุง ช่างเครื่องจักร CNC ช่างระบบอัตโนมัติ และเทคนิคยานยนต์ไฟฟ้า กลุ่มนี้เป็นแรงงานฝีมือที่ภาคอุตสาหกรรมไทยยังต้องการต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงงาน งานผลิต งานซ่อมบำรุง งานก่อสร้าง และธุรกิจบริการ
ที่หลายคนเข้าใจผิดคือ สายอาชีวะไม่ได้เป็นทางเลือกสำรองเสมอไป บางสายเรียนจบเร็ว ทำงานได้เร็ว เก็บประสบการณ์จริงเร็ว และถ้าฝีมือดี รายได้ก็ขยับได้ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ เช่น ระบบไฟฟ้า เครื่องจักร ระบบควบคุม หรือเทคนิค EV ซึ่งตลาดไม่ได้ต้องการแค่คนมีวุฒิ แต่ต้องการคนที่ลงมือทำงานหน้างานได้จริง
ถ้ามองภาพใหญ่ ตลาดแรงงานไทยตอนนี้ต้องการคน 3 กลุ่มเด่น ๆ คือ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มอุตสาหกรรม และกลุ่มบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ การขาย และลูกค้า แต่การเลือกเรียนให้ “ตรงตลาด” อย่างเดียวก็ยังไม่พอ ต้องตรงกับนิสัยและความถนัดของตัวเองด้วย เพราะสายที่รายได้ดี ถ้าเราไม่ชอบหรือไม่ถนัดเลย สุดท้ายก็อาจไปต่อได้ยาก
ผมว่าโจทย์ของเด็กยุคนี้ไม่ใช่แค่ถามว่า “เรียนอะไรแล้วมีงานทำ” แต่ต้องถามต่อว่า เรียนสายนี้แล้วเราจะสร้างทักษะอะไรเพิ่มได้บ้าง มีพอร์ตอะไรโชว์ได้ไหม ฝึกงานจริงหรือยัง ภาษาอังกฤษพอใช้หรือเปล่า และเข้าใจตลาดงานมากแค่ไหน เพราะวุฒิการศึกษาเปิดประตูให้เราได้ส่วนหนึ่ง แต่คนที่เดินผ่านประตูนั้นไปได้ไกล มักเป็นคนที่เตรียมตัวมากกว่าคนอื่นเสมอ
แหล่งที่มา: TDRI, Reuters, ManpowerGroup Thailand
อ้างอิง: https://tdri.or.th/2025/06/bigdata-report-labourmarket-q1-2025-summary/
อ้างอิง: https://www.reuters.com/markets/asia/thailand-targets-280000-workforce-high-tech-sectors-over-5-years-2024-06-17/
อ้างอิง: https://www.manpowerthailand.com/en/insights/blogs/2025/talent-shortage-2025-global
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
ช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตา
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
พริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทย
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
ถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
สิ้นเดือนนี้กินอะไรดี? 10 เมนูสุดครีเอทีฟสำหรับคนรอเงินเดือนออก
รีวิวหนังดัง LEGION สงครามเทวาล้างนรก
ฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาด
มอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมัน 2026 รุ่นไหนน่ามอง ถ้าอยากลดค่าน้ำมันทุกวัน
เปิดไฟในรถตอนกลางคืน ผิดกฎหมายจริงไหม? หลายคนถูกหลอกเมื่อตอนเด็ก
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
ยางพารา “หน้าตาย” ภัยเงียบที่เกษตรกรไม่อยากเจอ ทำไมต้นยางถึงหมดน้ำยาง?
ซื้อของแก้เครียดบ่อยๆ ระวัง! สัญญาณของ “Stress Spending” ที่คุณอาจมองข้าม
ทำไมคนเก่งหลายคนกลับไม่เชื่อมั่นในตัวเอง? รู้จัก “Imposter Syndrome” ก่อนที่มันจะฉุดคุณไว้
ความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่การวิ่งตามไม้บรรทัดของคนอื่น