"ยาเรตา" หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่มีอายุยืนที่สุดในโลก เป็นพืชประหลาดที่โตแค่ปีละ 1 เซนติเมตรเท่านั้น !!!
หากมองจากระยะไกล ยาเรตา หรือ ลยาเรตา (Azorella compacta) ดูคล้ายก้อนหินสีเขียวมหึมาที่นอนนิ่งอยู่ท่ามกลางภูเขาแห้งแล้งของเทือกเขาแอนดีส แต่เมื่อเข้าไปใกล้ ภูมิทัศน์ที่ดูเหมือนมอสหนานุ่มนั้นกลับเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา มันไม่ใช่หิน ไม่ใช่มอส หากเป็นไม้พุ่มเนื้อแน่นในวงศ์ผักชีที่แตกกิ่งสาขาจำนวนนับไม่ถ้วนจนเบียดอัดกันเป็นพรมมีชีวิตแข็งแน่นราวหิน สีเขียวอมเหลืองของมันจึงดูเหมือนประติมากรรมที่ธรรมชาติค่อย ๆ แกะสลักขึ้นอย่างเชื่องช้าที่สุดชิ้นหนึ่งบนโลก
ยาเรตาเป็นพืชประจำถิ่นของเขตปูนาและอัลติปลาโนในเทือกเขาแอนดีส พบได้ในเปรู โบลิเวีย ชิลี และอาร์เจนตินา โดยขึ้นอยู่ในพื้นที่สูงระดับประมาณ 3,200 เมตรขึ้นไป และมีรายงานการพบได้สูงกว่า 5,000 เมตรในบางพื้นที่ สภาพแวดล้อมเช่นนี้ทั้งหนาว แห้ง ลมแรง และมีออกซิเจนต่ำมาก จนเป็นหนึ่งในถิ่นอาศัยที่โหดร้ายที่สุดสำหรับพืชเนื้อไม้บนโลก แต่ยาเรตากลับไม่เพียงอยู่รอด มันยังสร้างรูปทรงเตี้ยแนบพื้นเป็นก้อนกลมมนเพื่อหลบลม รักษาความร้อน
ความน่าทึ่งของพืชชนิดนี้อยู่ที่โครงสร้างอันแน่นหนาราวสถาปัตยกรรมธรรมชาติ ใบเล็กจิ๋วเรียงเบียดกันจนพื้นผิวด้านบนดูเกือบต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียว ความหนาแน่นนี้ช่วยสร้างสภาพจุลภูมิอากาศภายในพุ่ม ทำให้อุณหภูมิใกล้พื้นผิวอุ่นกว่าบรรยากาศรอบข้างเล็กน้อย และช่วยเก็บทั้งความชื้นกับความร้อนไว้ท่ามกลางแดดแรงจัดในตอนกลางวันและความหนาวจัดในตอนกลางคืน จึงไม่น่าแปลกที่มันดูเหมือน “หินมีชีวิต” มากกว่าจะเหมือนไม้พุ่มทั่วไป
และยิ่งรู้ว่ามันโตช้าเพียงใด ยาเรตายิ่งดูน่าเกรงขามมากขึ้น พืชชนิดนี้เติบโตช้ามาก ระดับประมาณ 1.5 เซนติเมตรต่อปี หรืออาจช้ากว่านั้นในบางสภาพแวดล้อม ด้วยเหตุนี้พุ่มขนาดใหญ่ที่เห็นเกาะอยู่บนหินตามแนวเขาสูงอาจมีอายุหลายพันปี มีการประเมินกันว่าบางกออาจมีอายุเกิน 3,000 ปี ทำให้ยาเรตาเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่มีอายุยืนยาวมากของโลกพืช
แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเรียบแน่นเหมือนมอส แต่ยาเรตาเป็นพืชดอก มันออกดอกขนาดเล็กสีเหลืองไปจนถึงชมพูหรือลาเวนเดอร์ ขึ้นแทรกอยู่บนผิวพุ่มอย่างละเอียดอ่อน ดอกเหล่านี้เป็นดอกสมบูรณ์เพศ และอาศัยแมลงขนาดเล็ก เช่น แมลงวัน ผึ้ง หรือแมลงอื่น ๆ ช่วยผสมเกสร ขณะที่ใบเล็กหนาและมีผิวคล้ายเคลือบแว็กซ์ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการลดการคายน้ำภายใต้ความแห้งแล้งของที่สูง
ในอดีต ความแน่นของเนื้อไม้และปริมาณเรซินสูงทำให้ยาเรตาถูกตัดไปใช้เป็นเชื้อเพลิงอย่างกว้างขวาง ปัญหาคือพืชที่ใช้เวลาหลายศตวรรษหรือหลายพันปีในการเติบโตเพียงก้อนหนึ่ง บททบทวนทางวิชาการและเอกสารอนุรักษ์จึงชี้ตรงกันว่า การใช้ประโยชน์ลักษณะนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชากรของมัน และเป็นเหตุผลสำคัญที่หลายพื้นที่ต้องหันมาออกมาตรการคุ้มครองหรือควบคุมการตัดอย่างจริงจัง
ยิ่งมอง ยาเรตายิ่งทำให้เราเข้าใจว่าความแข็งแกร่งของธรรมชาติไม่ได้มาในรูปความรวดเร็วเสมอไป บางครั้งการอยู่รอดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอาจมาในรูปของการเติบโตช้า ๆ แนบพื้นดิน สะสมเวลา สะสมแสงอาทิตย์ และต้านทานลมหนาวนานนับพันปี พืชก้อนเขียวบนยอดเขาแอนดีสนี้จึงไม่ใช่เพียงสิ่งแปลกตาในภูมิประเทศกันดาร หากเป็นบทพิสูจน์ว่าชีวิตสามารถออกแบบตัวเองให้เหมาะกับโลกที่โหดร้ายได้อย่างสง่างามเพียงใด
ภาพชุดด้านบนช่วยให้เห็นทั้งลักษณะภายนอกแบบ “ก้อนหินสีเขียว” รายละเอียดพื้นผิวที่แน่นผิดธรรมชาติ และดอกเล็ก ๆ ของยาเรตาได้ชัดเจน โดยเฉพาะภาพระยะใกล้จะทำให้เห็นว่าพื้นผิวที่ดูเหมือนมอสแท้จริงแล้วประกอบด้วยใบจิ๋วจำนวนมหาศาลเบียดเรียงกันแน่นมาก
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
พัดลมทำไมต้องมี 3 ใบพัด? ไขความจริงที่หลายบ้านไม่เคยรู้
5 อันดับตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/5/69
หนึ่งชาติสองดินแดน : รู้จัก 4 ประเทศที่ตั้งอยู่บนสองทวีป
รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะ
เปิดประวัติเครื่องหมาย # จากปุ่มโทรศัพท์ สู่สัญลักษณ์เปลี่ยนโลก!
รีวิวหนัง HONEST THIEF ทรชนปล้นชั่ว






