วิธีประเมินชีวิตที่ดี
เราประเมิน “ชีวิตที่ดี” โดยพิจารณาว่าเราทําตามความคาดหวังหรือเป้าหมายต่าง ๆ ได้ดีแค่ไหน และสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นใกล้เคียงกับสิ่งที่เราเคยคิดและมีมุมมองเกี่ยวกับมันมากเพียงใด การประเมินชีวิตที่ดีเป็นเรื่องเชิงสังคมและวัฒนธรรม อีกทั้งยังเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ในปัจจุบันสิ่งสำคัญที่เราเชื่อว่าทำให้การมีชีวิตอยู่คุ้มค่าก็คือความสำเร็จส่วนบุคคล (ในอดีตมันคือการปฏิบัติตามหลักศาสนา การให้กำเนิด หรืออื่น ๆ)
ในแง่ของการมีชีวิต เราไม่ได้เกิดมาเพื่อแค่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น อันที่จริงเราจัดว่าการทำเช่นนั้นเป็นความผิดปกติทางจิตด้วยซ้ำ ทุกสิ่งแม้แต่กิจวัตรประจำวันที่จำเจที่สุดจะทำให้เราสบายใจก็ต่อเมื่อมันก่อให้เกิดบางสิ่งในตอนท้าย ทว่าเราก็พยายามที่จะทำให้ตัวเองเกิดความพึงพอใจสูงสุดอยู่ดี แต่แล้วในระหว่างที่เราพยายามสร้างความยิ่งใหญ่ให้ตัวเองแทนที่จะเป็นชุมชนและองค์รวม เราก็พบว่าความหลงใหลไม่ได้ทำให้ชีวิตของเราน่าตื่นเต้น เรากลับรู้สึกว่างเปล่า เครียด เหนื่อยล้า และติดอยู่ในวังวนความคิดเชิงลบ โดยพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมสิ่งต่าง ๆ ถึงไม่ทำให้เรารู้สึกอย่างที่ควรจะเป็นไม่มีอะไรเป็นเหมือนที่เราคิด ไม่มีใครทบทวนชีวิตของตัวเองและสรุปว่า “ใช่เลย ฉันคิดว่ามันต้องเป็นแบบนี้แหละ” ประเด็นสำคัญคือ อย่าพยายามบิดเบือนความเป็นจริงให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราคิด หรือควบคุมสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของเราเพื่อให้ตัวเองรู้สึกมีอำนาจ
ทว่าเครื่องมือที่เราใช้ในการประเมินชีวิตที่ดีทำให้เราเป็นเช่นนั้น เพราะมันยังฝังรากลึกอยู่ในระบบปฏิบัติการขั้นพื้นฐานที่สุดของเราอย่างสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ซึ่งทำให้เราต้องการเซ็กซ์ ความพึงพอใจ ชื่อเสียง การยอมรับและความสนใจที่ช่วยส่งเสริมความทะนงตน เรารีบคว้าสิ่งที่ต้องการ อยากได้
อยากมีอยู่ตลอด ยอมทำทุกอย่างเพื่อบรรลุเป้าหมาย และฉกฉวยอย่างไร้ความปรานี เราสามารถปรุงแต่งการกระทำเหล่านี้ให้ดูมีอารยะได้เมื่อแสดงมันออกมาในที่ทํางาน ร้านขายของ และแอพพลิเคชั่นทินเดอร์ เป็น ในขณะที่สัตว์ไม่ได้ตระหนักว่าการที่พวกมันล่าเหยื่อได้หรือไม่ได้นั้นหมายความว่าอย่างไร และไม่ได้สนใจความหมายโดยนัยเชิงจิตวิทยาของการที่คู่ของพวกมันเดินจากไป พวกมันไม่พยายามเข้าใจเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในชีวิตให้ดีขึ้นหรือออกไปไขว่คว้า “ให้มากขึ้น” การมีชีวิตอยู่ตามสัญชาตญาณของสัตว์นั้นเป็นเรื่องที่เข้าท่า เพราะพวกมันไม่ได้ปรารถนาที่จะทำอะไรนอกเหนือไปจากการกระทําตามธรรมชาติ สัตว์ไม่จําเป็นต้องประเมินว่าพวกมันมี “ชีวิตที่ดี” หรือไม่ พวกมันจึงไม่พยายามเป็นให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งต่างจากเราลิบลับ
ทว่าเมื่อเราประเมินว่าตัวเองทำได้ “ดี” แค่ไหนโดยอิงจากภาพลักษณ์ ความคิด และเรื่องราวอันไร้ที่ติ ก็เท่ากับเราพลาดประเด็นสำคัญไปอย่างน่าเจ็บปวดและต้องผิดหวังอยู่เสมอ
เราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ความปรารถนาถึงสิ่งที่มากกว่าจึงไม่ใช่เรื่องของการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ แต่เป็นเรื่องของการเป็นมนุษย์อย่างสบายใจ นักปราชญ์สอนว่าเราถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับความยุ่งเหยิงและความเรียบง่ายของชีวิตประจำวัน ส่วนความปรารถนาของนอกกาย “ให้มากขึ้น” เป็นการทำงานของความทะนงตน มันไม่ใช่การก้าวข้ามขีดจํากัด แต่เป็นการหลีกหนี
วิธีประเมินชีวิตที่ดีคือ ดูว่าคุณยังต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองมากแค่ไหน ซึ่งต้องสอดคล้องกับการที่คุณรู้ว่าชีวิตของคุณยังดีขึ้นได้อีกแค่ไหน ชีวิตที่ดียังประเมินได้จากความสามารถในการยอมรับความอึดอัดใจ ขอบเขตของคำถามที่คุณถามตัวเอง จำนวนครั้งที่คุณเปลี่ยนใจ หลักความเชื่อที่คุณรับเอามาและละทิ้งไป รวมถึงครอบครัวที่คุณเลือกเองจำนวนแก้วกาแฟที่คุณดื่มระหว่างพูดคุยเรื่องขบขัน จริงจัง ปวดร้าวและงดงาม ระดับความเห็นอกเห็นใจของคุณ จำนวนครั้งที่คุณออกไปเดินเล่นเพียงลำพัง จำนวนหน้าของสมุดบันทึกที่คุณจดสารพัดความคิดที่สะเปะสะปะ ความก้าวหน้าในการหาเหตุผลมาอธิบายการมีชีวิตอยู่ของตัวเองในเชิงปรัชญา ความพัฒนาของวิธีที่คุณมองคนอื่น
จำนวนวันที่คุณยังคงตั้งใจทำงานแม้ความหลงใหลค่อย ๆ เลือนหายไป ชีวิตที่ดีไม่ได้น่าหลงใหลแต่เปี่ยมไปด้วยเป้าหมาย ความหลงใหลคือประกายที่ก่อให้เกิดเปลวไฟ ในขณะที่เป้าหมายคือเชื้อไฟที่ทำให้เปลวไฟโชติช่วงตลอดคืน
จำนวนความสัมพันธ์ที่คุณมีความกล้าที่จะจบมัน เพราะทางออกที่ง่ายคือการอยู่ที่เดิมและความคิดที่ทำให้สบายใจคือการลงหลักปักฐาน ในขณะที่การเป็นอิสระขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่คุณออกไปไขว่คว้าให้มากขึ้นแม้จะยังไม่มีภาพในหัวว่าสิ่งนั้นคืออะไร ความรู้สึกที่ไม่มีชื่อเรียกนี้คือสิ่งที่บ่งบอกถึงชีวิต คุณยังประเมินชีวิตที่ดีได้จากเวลาที่คุณรู้สึกว่าแสงแดดยามเช้าที่พาดผ่านบนผ้าปูที่นอนนั้นชวนให้อัศจรรย์ใจ รวมถึงสิ่งที่ทำให้คุณเชื่อมั่นว่าคุณกลายเป็นคนที่ดีกว่าเดิมและอยากเป็นคนที่ดีขึ้นอีกในอนาคต จำนวนข้าวของที่คุณสูญเสียไปและเรียนรู้ที่จะไม่ยึดติดกับมันอีก จำนวนช่วงเวลาที่คุณเกือบจะถึงขีดจำกัดของตัวเองเพียงเพื่อพบว่าตัวเองยังมีศักยภาพอีกมหาศาลเมื่อพยายามทำลายขีดจำกัดนั้น
ชีวิตที่ดีไม่ได้ถูกประเมินจากสิ่งที่คุณทำ แต่ประเมินจากสิ่งที่คุณเป็น มันไม่สำคัญว่าคุณจะมอบความรักให้คนจำนวนมากเท่าไหร่ แต่สำคัญว่าคุณรักพวกเขามากเพียงใด ชีวิตที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งต่าง ๆ ลงเอยด้วยดีหรือแผนการดำเนินไปอย่างราบรื่นมากแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับความอัศจรรย์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณพบเจอโดยบังเอิญเมื่อออกนอกเส้นทาง สิ่งสำคัญไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นวิธีที่คุณได้เรียนรู้จากความล้มเหลวนั้น เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้รวมถึงการตื่นรู้และสติปัญญาช่วยให้คุณสามารถรับรู้สิ่งต่างได้อย่างลึกซึ้งกว่าที่คุณจินตนาการ ชีวิตที่ดีไม่ได้อยู่ที่ว่ามันก่อให้เกิดสิ่งใดในตอนท้าย แต่อยู่ที่ว่าคุณสั่งสมอะไรเรื่อยมาตลอดทาง
______________________
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
คำอวยพรวันเกิดญาติผู้ใหญ่แบบสุภาพและอบอุ่น
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
ทึ่งทั่วโลก : วัดทักซัง หรือ วัด “รังเสือ” วัดแห่งศรัทธาบนหน้าผาแห่งประเทศภูฏาน
5 มายากลคณิตศาสตร์ ที่คุณก็ทำได้ใน 5 นาที (พร้อมเฉลยความลับ)
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
วันออกพรรษา คือวันอะไร
แอบสงสัยไหม? ทำไมเราถึงฝันร้ายเรื่องเดิมซ้ำๆ สมองกำลังเตือนอะไรเราอยู่กันแน่
ตำรวจอ่าวนางรวบ "บอล พร้อมยาบ้า ดำเนินคดี
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ม้าสีหมอก วิ่งบน-ล่างเน้นๆ งวด 1 ส.ค. 69 สายวิ่งสายรูดจัดด่วน!
เตือนภัยคนสูบบุหรี่ในบ้านแต่ปล่อยให้ควันลอยเข้าบ้านผู้อื่นเตรียมตัวรับโทษหนัก
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุด

