แปรงฟันแล้ว สะอาดพอม๊ัย ทำไมต้องมีน้ำยาบ้วนปากด้วย?
การทำความสะอาดภายในช่องปาก ด้วยการแปรงฟัน อาจจะมีใครหลาย คน รู้สึกเอ๊ะ!! ขึ้นมา ฉันควรบ้วนปากด้วย น่าจะดีมั๊ย??
จริงหรือ ที่การแปรงฟันแล้ว ควรใช้น้ำยาบ้วนปากร่วมด้วย!! น้ำยาบ้วนปาก เป็นเพียงตัวช่วยในการดูแลสุขอนามัยในช่องปากเพิ่มขึ้น
น้ำยาบ้วนปากในปัจจุบัน ผลิตออกมาเป็นแบบน้ำ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสุขอนามัยในช่องปาก มีผลิตออกมาหลายสูตร ทั้งแบบน้ำยาฆ่าเชื้อ แบบมีแอลกอฮอล์ และแบบผสมฟลูออไรด์
ในน้ำยาบ้วนปาก ถูกออกแบบมา เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพในช่องปากเฉพาะด้าน เช่น อม เพื่อลดคราบพลัค ป้องกันโรคเหงือกอักเสบ และเพื่อลมหายใจที่สดชื่นอีกด้วย
เมื่อเรากลั้วปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก น้ำยา จะสามารถเข้าถึงบริเวณที่แปรงสีฟันและ ไหมขัดฟันไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบ้วนปากให้ทั่วจะทำให้เศษอาหารหลุดออกไป ลดการสะสมของคราบพลัค และฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ภายในช่องปากได้
แต่การใช้น้ำยาบ้วนปากนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสียเช่นกันนะคะ
สำหรับข้อดีก็คือ
1. เมื่ออมน้ำยาบ้วนปากแล้ว จะช่วยลดแบคทีเรียและคราบจุลินทรีย์ในช่องปาก
โดยส่วนใหญ่ ในน้ำยาบ้วนปากจะมีส่วนผสมที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคเหงือกอักเสบและฟันผุ โดยสามารถซอกซอนไปในจุดที่แปรงสีฟันหรือไหมขัดฟันเข้าถึงได้ยาก
2. น้ำยาบ้วนปาก สามารถป้องกันฟันผุได้ด้วย โดยควรเลือกที่มีส่วนผสมของ ฟลูออไรด์ ซึ่งจะช่วยเคลือบฟันให้แข็งแรงขึ้น และช่วยซ่อมแซมผิวเคลือบฟันในระยะเริ่มต้นที่มีการสูญเสียแร่ธาตุ ทำให้ฟันมีความทนทานต่อกรดจากแบคทีเรียมากขึ้น
3. ช่วยระงับกลิ่นปากได้ดี เนื่องจาก
เมื่ออมน้ำยาบ้วนปาก แบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นจะถูกกำจัดทันที และให้ความรู้สึกสดชื่นทันทีหลังใช้ เช่นกัน
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หากมีกลิ่นปากเรื้อรัง น้ำยาบ้วนปากอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ควรหาสาเหตุที่แท้จริงด้วย เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ ควรมีการพบทันตแพทย์ร่วมด้วย
4. นอกจากนี้ น้ำยาบ้วนปาก ยังช่วยลดการสะสมของหินปูน ซึ่งต้องดูสูตรที่มีส่วนประกอบที่ช่วยชะลอการแข็งตัวของคราบจุลินทรีย์ไม่ให้กลายเป็นหินปูน ซึ่งถ้าปล่อยไว้จะต้องให้ทันตแพทย์ขูดหินปูนออกเท่านั้น
ข้อเสียและข้อควรระวังในการใช้น้ำยาบ้วนปากนั้น เนื่องจาก
ไม่ใช่การทดแทนการแปรงฟัน น้ำยาบ้วนปากเป็นเพียง ตัวช่วยเสริมเท่านั้น การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เราควรเลือกสูตรที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เช่นสำหรับคนที่มีอาการปากแห้งหรือแพ้ง่าย เพราะแอลกอฮอล์อาจทำให้ระคายเคืองเนื้อเยื่อภายในปากได้
การใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์สูง ไม่ควรบ้วนปากทันทีหลังแปรงฟัน เพราะน้ำยาบ้วนปากอาจไปชะล้างฟลูออไรด์จากยาสีฟันออกไป ควรเว้นระยะห่างประมาณ 15-30 นาที
โดยปกติแล้ว ระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการอมน้ำยาบ้วนปาก อยู่ที่ 30 ถึง 60 วินาที เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ควรคำนึงถึงคือ
1.ไม่จำเป็นต้องอมนานหลายนาที เพราะน้ำยาบ้วนปากบางสูตรที่มีแอลกอฮอล์หรือสารทางเคมีเข้มข้น อาจทำให้เนื้อเยื่อในช่องปากระคายเคือง หรือทำให้แสบปากได้
2.อย่ารีบบ้วนทิ้ง หากอมไว้น้อยกว่า 30 วินาที ตัวยาหรือสารสำคัญ (เช่น ฟลูออไรด์ หรือสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) อาจจะยังไม่ออกฤทธิ์ได้เต็มที่
3.พยายามกลั้วให้ทั่ว ในช่วงที่อม ให้พยายามกลั้วให้น้ำยาซอกซอนไปตามซอกฟันและ บริเวณโคนลิ้น เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด
หลังจากบ้วนน้ำยาบ้วนปากทิ้งแล้ว ไม่ควรบ้วนน้ำเปล่าตามทันที และควรงดดื่มน้ำหรือทานอาหารประมาณ 30 นาที เพื่อให้สารเคลือบฟันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงมากที่สุด
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
รู้ไหม ทำไมสัญลักษณ์ร้านตัดผม ต้องเป็นไฟหมุนติดหน้าร้าน?
ช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตา
ถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
ไข่ปลาริวกิวในแกงส้ม แท้จริงมาจากปลาอะไร ทำไมชื่อคล้ายญี่ปุ่น
พริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทย
สิ้นเดือนนี้กินอะไรดี? 10 เมนูสุดครีเอทีฟสำหรับคนรอเงินเดือนออก
สิ่งที่คนไทยทำเป็นเรื่องปกติแต่ต่างชาติแปลกใจ
นักฟุตบอลสัญชาติไทย ที่ทำสถิติค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ




