นักวิทยาศาสตร์ไขปริศนา! ทำไมผู้หญิง “อายุยืนกว่า-สมองเสื่อมช้ากว่า” ผู้ชาย
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เมื่อครู่นี้ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับงานวิจัยด้านสมองและความชรา ซึ่งให้คำตอบที่น่าสนใจอย่างยิ่งต่อคำถามที่หลายคนสงสัยมานานว่า เหตุใดผู้หญิงจึงมักมีอายุยืนกว่า และมีแนวโน้มสมองเสื่อมช้ากว่าผู้ชาย
ข้อมูลด้านสาธารณสุขทั่วโลกพบว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงมีอายุขัยยืนกว่าผู้ชายประมาณ 4–5 ปี และเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ความสามารถด้านความจำและการรับรู้ก็มักเสื่อมช้ากว่าเพศชาย ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นคำถามสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์พยายามค้นหาคำตอบมาอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances ชี้ให้เห็นว่า “โครโมโซม X ตัวที่สอง” ในผู้หญิง อาจมีบทบาทสำคัญในการช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง
โดยทั่วไป มนุษย์เพศหญิงมีโครโมโซมเพศแบบ XX ขณะที่เพศชายมีแบบ XY ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าในผู้หญิง โครโมโซม X หนึ่งตัวจะถูกปิดการทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อนของยีน
แต่การศึกษาของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก กลับพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า โครโมโซม X ที่เคยถูกปิดการทำงานนั้น อาจกลับมาเปิดการทำงานอีกครั้งเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ
จากการทดลองในหนูเพศเมียอายุประมาณ 20 เดือน ซึ่งเทียบได้กับมนุษย์ราว 65 ปี พบว่า โครโมโซม X ตัวที่สองสามารถกระตุ้นการทำงานของยีนมากกว่า 20 ยีน และยีนเหล่านี้จำนวนมากเกี่ยวข้องกับการพัฒนาและการทำงานของสมอง
สิ่งที่สำคัญคือ ยีนจำนวนมากถูกกระตุ้นในบริเวณสมองที่เรียกว่า “ฮิปโปแคมปัส” ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความจำและการเรียนรู้ และยังเป็นบริเวณที่มักเสื่อมลงตามอายุ
นักวิจัยจึงเชื่อว่า การกลับมาทำงานของโครโมโซม X ตัวที่สอง อาจมีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของสมองในวัยชรา
นักประสาทวิทยาที่ร่วมทำการวิจัยอธิบายว่า โดยทั่วไปแล้วสมองของผู้หญิงมักดู “อ่อนวัยกว่า” และมีความบกพร่องด้านการรับรู้น้อยกว่าผู้ชายเมื่ออายุมากขึ้น ผลลัพธ์จากการศึกษานี้จึงชี้ให้เห็นว่า โครโมโซม X ที่เคยถูกปิดการทำงาน อาจกลับมาทำงานอีกครั้งในช่วงปลายชีวิต และอาจช่วยปกป้องสมองจากความเสื่อมตามวัยได้
กล่าวอย่างง่าย ๆ คือ ความชราอาจทำให้โครโมโซม X ที่เคยเงียบ กลับมามีบทบาทอีกครั้ง
แม้ว่างานวิจัยนี้ยังอยู่ในระดับสัตว์ทดลอง แต่ก็ถือเป็นประตูสำคัญของวงการแพทย์ เพราะในอนาคต นักวิทยาศาสตร์อาจสามารถพัฒนาแนวทางที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของยีนที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ได้ ไม่เพียงเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ชายด้วย
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพยังย้ำว่า แม้เราจะควบคุมกลไกทางพันธุกรรมไม่ได้ทั้งหมด แต่การดูแลสมองตั้งแต่วันนี้ก็สามารถช่วยชะลอความเสื่อมได้เช่นกัน
การออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น การเดินเร็วหรือว่ายน้ำ จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมอง การเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอจะช่วยให้สมองสร้างการเชื่อมต่อใหม่ ๆ ได้ดีขึ้น ขณะที่การนอนหลับที่เพียงพอก็เป็นช่วงเวลาที่สมองจัดระเบียบข้อมูลและกำจัดของเสีย
นอกจากนี้ การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสมอง เช่น ปลา ผักใบเขียว และผลไม้ต่าง ๆ รวมถึงการลดความเครียดและรักษาความสัมพันธ์ทางสังคม ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยปกป้องสมองในระยะยาว
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้หญิงอาจไม่ได้เพียงแค่ “โชคดี” ที่อายุยืนกว่า แต่ร่างกายของพวกเธออาจมีกลไกบางอย่างซ่อนอยู่ ซึ่งช่วยปกป้องสมองให้ทนทานต่อกาลเวลา
และเมื่อวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกนี้มากขึ้น ในอนาคต ความรู้นี้อาจช่วยให้มนุษย์ทุกเพศมีโอกาสอายุยืนขึ้น พร้อมกับสมองที่ยังคงเฉียบคมและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไปจนถึงวัยชรา
อ้างอิงข้อมูลจาก : Prevention และ CDC
อำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
มาดูอันดับความหล่อในเอเชีย หนุ่มไทยอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่?
เปิดชื่อ 7 ปลาน้ำจืด ‘ราคาสูงที่สุดในไทย’ ไม่ใช่แค่ปลาน้ำเงิน
เปิดชื่อ 9 ประเทศ “น้ำดื่มถูกที่สุดในโลก”
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา
5 ท่าสัมผัสละลายใจ สร้างสายใยรักให้แน่นแฟ้น
ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน
โรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุด
12 ผักผลไม้ “สารเคมีตกค้างสูงสุด” ปี 2569
ทรัมป์ประกาศเก็บภาษียานำเข้า 100% ปรับกติกาโลหะใหม่
สหรัฐฯ เพิ่มงบกลาโหมแตะ 1.5 ล้านล้าน สูงสุดหลังสงครามโลก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มี ‘อำเภอเมือง
กิล่ามอนสเตอร์ สัตว์ทะเลทรายมีพิษ ซ่อนคุณค่าทางการแพทย์
ทรัมป์ประกาศเก็บภาษียานำเข้า 100% ปรับกติกาโลหะใหม่
เปิดราคาน้ำมันล่าสุด 3 เม.ย. 2569
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
7 ปลาทะเลลึกหน้าตาประหลาด น่ากลัวที่สุดในโลก
เปิดรายได้ เจ้าของล้งผลไม้ รายได้หลักมาจากอะไร



