หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เสน่ห์ที่ตายแล้วของบิตคอยน์, อสังหาฯ เท่านั้นที่ยืนยง

เขียนโดย doctorsopon

  

 

          เสน่ห์ที่ตายแล้วของบิตคอยน์: เมื่อกฎ Diminishing Returns ทำงาน ท่านทราบหรือไม่แม้แต่ Michael Saylor (อาชญากรบิตคอยน์ตัวยง) ยัง ‘ชวดเงินล้านล้าน’ สู้ทำมาหากินสุจริต ยึดอสังหาริมทรัพย์ดีกว่า

            ยอมรับความจริงกันเถอะครับว่า คนส่วนใหญ่ที่วิ่งเข้าใส่บิตคอยน์ ไม่ได้เข้ามาเพราะหลงใหลในเทคโนโลยีบล็อกเชน... แต่ลึกๆ แล้วทุกคนเข้ามาเพราะ "ความโลภ" เราได้ยินเรื่องราวของคนที่ซื้อบิตคอยน์เมื่อ 15-16 ปีก่อนแล้วรวยเป็นพัน เป็นหมื่นล้าน แล้วก็วาดฝันว่าตัวเองจะเป็นรายต่อไป แต่ผมต้องขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะปาร์ตี้นั้นจบไปนานแล้วด้วยกฎเหล็กทางเศรษฐศาสตร์ที่ชื่อว่า "Law of Diminishing Returns" (กฎแห่งผลตอบแทนลดน้อยถอยลง)

            1. กราฟแห่งความสิ้นหวัง (The Curve of Stagnation)

            สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ราคาที่ผันผวน แต่คือ "อัตราการเติบโตที่ดิ่งลงเหว" ข้อมูลสถิติจากประวัติศาสตร์ 14 ปี ชี้ชัดว่า "เสน่ห์" ของบิตคอยน์กำลังมอดลงเรื่อยๆ ในทุกรอบวัฏจักร (Bull Cycle) ราวกับคนแก่ที่หมดแรงวิ่ง:

                ●   รอบปี 2556: ยุคตื่นทอง พุ่งทะยาน 22,700% (ใครซื้อตอนนั้น รวยเปลี่ยนชีวิต)

                ●   รอบปี 2560: ความแรงเริ่มตก เหลือการเติบโต 9,879%

                ●   รอบปี 2564: แรงส่งหายไปมหาศาล เหลือเพียง 1,614%

                ●   รอบปัจจุบัน (2567-2569): การเติบโตจากจุดต่ำสุดทำได้เพียงประมาณ 571%

            แนวโน้มในอนาคตคืออะไร? กราฟนี้กำลังบอกเราว่า ใน Cycle หน้า หรือ Cycle ถัดๆ ไป ผลตอบแทนอาจจะเหลือแค่ 200%... 100%... หรือ 50% หรืออาจจะเหลือแค่หลักหน่วยเลยด้วยซ้ำ สุดท้ายแล้ว บิตคอยน์จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ "ซื้อแล้วไม่ได้อะไร" (Stagnation) ไม่ต่างจากการถือพันธบัตรที่ความเสี่ยงสูงเสียดฟ้า คนที่เข้ามาทีหลังจะพบว่าตัวเองกำลัง "ไล่เก็บเหรียญบาทตัดหน้าสิบล้อ" เพราะยุคของการทำกำไรพันเท่าล้านเท่า มันจบไปอย่างถาวรแล้ว(มันจบไปต้องแต่ Bullrun ที่แล้วด้วยซ้ำ)

 

            2. แฉความจริง Michael Saylor: ชวดกำไร "ล้านล้านบาทจากทองคำ" เพราะหลงผิด

            หลายคนที่เล่นบิตคอยน์มักนับถือ Michael Saylor ว่าเป็นศาสดา แต่เมื่อกางตัวเลขของ Microstrategy ปี 2026 ดูจริงๆ (อ้างอิงราคาตลาดปัจจุบันที่ $88,000) คุณจะพบความจริงที่น่าตกใจว่าเขา กำลังหืดจับ:

            1. เสพติดของแพง (Buying the Top): ล่าสุดบริษัทเพิ่งกู้เงินมาซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีกมูลค่า 264 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ยสูงลิ่วถึง $90,061 ต่อเหรียญ ในขณะที่ราคาตลาดต่ำกว่านั้น เท่ากับว่า "ซื้อปุ๊บ ขาดทุนปั๊บ"

            2. ต้นทุนบวมเป่ง (Cost Basis Risk): การไล่ซื้อราคาแพงทำให้ต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ $76,037 ต่อเหรียญ

            3. กำไรบางเฉียบ: ความเสี่ยงระดับแสนล้าน แลกกับกำไรส่วนต่าง (Margin) แค่ประมาณ 15%?

            ค่าโง่ระดับ "ล้านล้านบาท": ลองคิดดูว่า หากวันนั้น Michael Saylor ไม่หน้ามืดตามัวกู้เงินมาซื้อบิตคอยน์ แต่เอาเงินทุนมหาศาล (ตีกลมๆ ว่า 6-7 แสนล้านบาท) ไปซื้อ "ทองคำ" ตั้งแต่ตอนราคา $1,800-$2,000 (ซึ่งตอนนี้พุ่งทะลุ $5,400 หรือ 80,000 บาท)

                ●  ป่านนี้เขาจะฟันกำไรไปแล้วกว่า 1.2 - 1.4 ล้านล้านบาท (Trillions) แต่กลับกันเขามาซื้อบิตคอยน์ตอนนี้แทบจะไม่ได้อะไรเลย แลกกับความเสี่ยงที่สูงลิ่ว

                ●  แต่สิ่งที่เขาทำคือการเอาเงินมา "ละลายแม่น้ำ" กับสินทรัพย์ดิจิทัลที่อัตราการเติบโตลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ แถมยังต้องแบกภาระดอกเบี้ยหุ้นกู้หน้ามืดทุกปี

 

            3. เลิกตลกกับคำว่า "ออมวันละ 108 บาท": เอาเงินไปขายหมูปิ้งยังรวยกว่า!

ในไทยมีเทรนด์ตลกๆ คือการชวนคนมา "ซื้อบิตคอยน์วันละ 108 บาท" เพื่อหวังรวย ลองกดเครื่องคิดเลขดูนะครับ:

                ● วันละ 108 บาท x 365 วัน = เงินต้นประมาณ 39,420 บาท ต่อปี

                ● ต่อให้บิตคอยน์ฟลุ๊คขึ้น 2-3 เท่า (ซึ่งยากมากในยุค Diminishing Returns) ต่อให้กำไรที่คุณได้ก็แค่ หลักพันหรือหมื่นบาท แต่ถ้าซื้อตั้งแต่ปีที่แล้วนี่ขาดทุน 20-30% เป็นอย่างต่ำ

                ● ถามใจตัวเองดู: เงินหลักหมื่น เปลี่ยนสถานะคุณให้เป็น "คนรวย" ได้ไหม?

            เงิน 39,420 บาทนี้ ถ้าคุณเอาไปลงทุน "ทำธุรกิจส่วนตัว" เช่น ซื้อแฟรนไชส์ลูกชิ้นปิ้ง หรือขายของออนไลน์ คุณสามารถสร้างผลตอบแทนได้ 10-20% "ต่อเดือน" (หรือปีละ 100-200%) ได้อย่างไม่ยากเย็นในโลก Real Sector แต่การเอาเงินก้อนนี้ไปจมในบิตคอยน์ เพื่อรอลุ้นกำไรอันน้อยนิดที่ลดลงเรื่อยๆ มันคือการเสียโอกาสทางธุรกิจที่มหาศาล และเป็นการแก้ปัญหาที่ผิดจุดสำหรับคนสร้างตัว

            โดยสรุปแล้ว ปี 2569 พิสูจน์แล้วว่า บิตคอยน์กลายเป็นสนามเด็กเล่นของคนรวยที่กำลังหาทางลงจากดอย ส่วนคนธรรมดาที่ฝันจะรวยด้วยเงินหลักหมื่น... ตื่นเถอะครับ กฎ Diminishing Returns ทำงานของมันอย่างเที่ยงตรง เสน่ห์ของผลตอบแทนมหาศาลได้ตายไปแล้ว อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงในเกมที่คุณไม่มีวันชนะ เอาเงิน 39,420 บาทไปลงทุนทำมาหากินในโลกความจริง หรือซื้อทองคำ อสังหาที่พิสูจน์แล้วว่าชนะเงินเฟ้อได้จริง ดีกว่ามานั่งเฝ้าดอยบิตคอยน์ที่เป็นเพียงความฝันของเมื่อวานซืน

            ข้อเสนอแนะก็คือ ถ้าจะออมเงินวันละ 108 บาท ณ อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี จะได้เงินรวม 436,372 บาท จากเงินต้น 394,200 บาท ซึ่งเรายังเอาไปดาวน์หรือซื้อทรัพย์สิน เช่น อสังหาริมทรัพย์ได้โดยง่าย นี่เองเขาถึงเรียกอสังหาริมทรัพย์ว่า Real Estate (ทรัพย์ที่แท้)

เนื้อหาโดย: doctorsopon
https://www.area.co.th/t/9953
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
doctorsopon's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 141 ครั้ง
เขียนโดย doctorsopon
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
74 VOTES (4.6/5 จาก 16 คน)
VOTED: sky555, Sarasin Satayasuk, settharat, th0mphu, kunphaiza, วินวินเครนะ, BBeee, pxper, man1978, nuudaw, TreeMontra, นิรุต, ya0806359795, nattakan24, nj009, njgulf0408
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
30 ต้นไม้มงคลปลูกหน้าบ้าน เสริมเฮง ทนแดด เลือกให้ปังทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?สอบเข้า ม.1 ปี 2569 โรงเรียนไหนดี? เช็กเกณฑ์โรงเรียนดัง 7 วิธีเตรียมสอบ และแผนสำหรับรอบถัดไปทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยหวยซองห้าหมื่น งวด 16 ตุลาคม 2569จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวประวัติศาสตร์หมากฝรั่ง จากยางไม้โบราณ สู่พลาสติกสังเคราะห์ที่ครองโลกเปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมนอนกี่ชั่วโมงถึงพอ เปิดเวลานอนแต่ละวัย เตือนสายติดกาแฟสำเนียงสยามสมัยอโยธยา เรียกฝรั่งแต่ละชาติว่าอย่างไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตื่นมาอย่าเพิ่งลุก 5 ท่าบริหารหน้าท้องบนเตียง ช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้ แม้มีเวลาน้อยสอบเข้า ม.1 ปี 2569 โรงเรียนไหนดี? เช็กเกณฑ์โรงเรียนดัง 7 วิธีเตรียมสอบ และแผนสำหรับรอบถัดไปข้าวเหนียวไทยไปไกลแค่ไหน? เปิดตลาดต่างประเทศที่นิยมข้าวเหนียวจากประเทศไทยหวยซองห้าหมื่น งวด 16 ตุลาคม 2569สำเนียงสยามสมัยอโยธยา เรียกฝรั่งแต่ละชาติว่าอย่างไรประวัติศาสตร์หมากฝรั่ง จากยางไม้โบราณ สู่พลาสติกสังเคราะห์ที่ครองโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน
สถานการณ์ที่อยู่อาศัยเปิดใหม่เดือนสิงหาคม 2569คำว่ามืดแปดด้านใช้ได้กับการครอบครองที่ดินตาบอดเคทีซีชี้ "อุปสรรคของ Solar Rooftop อาจไม่ใช่ราคาไฟ แต่คือเงินก้อนหลักแสน" เห็นด้วยไหม?ค่าไฟเดือนนี้ทำสะดุ้ง! เคทีซีชวนสำรวจรายจ่ายประจำที่หลายคนจ่ายอยู่ทุกเดือนแบบไม่รู้ตัว
ตั้งกระทู้ใหม่