ธรรมเนียมนางร้องไห้ในอดีต ถูกยกเลิกยุครัชกาลที่ 6 เพราะอะไร
ในหน้าประวัติศาสตร์ราชสำนักไทย มีธรรมเนียมหนึ่งที่สืบทอดมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยอยุธยา นั่นคือการจัดกลุ่มสตรีมาคร่ำครวญโหยหวนในงานพระบรมศพที่เรียกว่า "นางร้องไห้" แม้จะเป็นประเพณีที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่และโศกเศร้าตามคติโบราณ แต่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ธรรมเนียมนี้กลับถูกสั่งยกเลิกอย่างเด็ดขาดด้วยเหตุผลที่สะท้อนถึงมุมมองอันทันสมัยและการเน้นย้ำถึง "ความจริงใจ" มากกว่าการเสแสร้งตามบทบาท
ทำความรู้จัก "นางร้องไห้" มรดกทางพิธีกรรมจากกรุงเก่า
"นางร้องไห้" คือกลุ่มสตรีในราชสำนักที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ร้องไห้คร่ำครวญประกอบพระราชพิธีพระบรมศพและพระศพของเจ้านายชั้นสูง โดยจะร้องเป็นบทเพลงที่มีทำนองเฉพาะในช่วงเวลาประโคมย่ำยาม เช่น ย่ำรุ่ง เที่ยง ย่ำค่ำ และยามต่างๆ
ครั้งสุดท้ายที่มีการปรากฏของนางร้องไห้ตามราชประเพณี คือในงานพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยมีเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ เป็นต้นเสียงร้องนำ ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามจารีตที่สืบทอดกันมา
เหตุผลที่รัชกาลที่ 6 ทรงสั่งยกเลิก: "รกหูเสียจริง"
เมื่อเข้าสู่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงมีพระราชดำริที่ต่างออกไป และทรงระบุเหตุผลผ่านพระราชหัตถเลขาถึงสาเหตุที่ไม่โปรดธรรมเนียมนี้ไว้ดังนี้:
-
ขาดความจริงใจ: ทรงวินิจฉัยว่าการร้องไห้ลักษณะนี้เป็นการเสแสร้งเหมือนการเล่นละคร ไม่ได้มาจากความเศร้าโศกที่แท้จริง ทรงใช้คำว่า "รู้สึกรกหูเสียจริงๆ" เพราะเป็นการร้องซ้ำไปซ้ำมาตามบทบาท
-
รบกวนพิธีกรรม: เสียงร้องที่ดังต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อความสงบในพระราชพิธี โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญที่พระสงฆ์กำลังถวายพระธรรมเทศนา
-
กิริยาที่ไม่เหมาะสม: ทรงสังเกตว่าทั้งผู้ร้องและผู้ฟังบางส่วนใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสในการพบปะพูดคุยสโมสรกัน ขาดความเคารพต่อสถานที่และกาละเทศะที่ควรจะเป็น
พระราชพินัยกรรมที่ยุติธรรมเนียมถาวร
ความเด็ดขาดในการยกเลิกธรรมเนียมนี้ปรากฏอยู่ในพระราชพินัยกรรมของรัชกาลที่ 6 ที่สั่งห้ามมิให้มีนางร้องไห้ในงานพระบรมศพของพระองค์ โดยทรงกำชับไว้ใจความสำคัญว่า "ถ้าผู้ใดรักใคร่ข้าพเจ้า ปรารถนาจะร้องไห้ ก็ร้องไห้จริง ๆ เถิด อย่าร้องเล่นอย่างละครเลย" ประโยคนี้ถือเป็นการปิดฉากธรรมเนียมนางร้องไห้ในราชสำนักไทยอย่างถาวร
สรุปการเปลี่ยนแปลงสู่ความสงบและสมพระเกียรติ
การยกเลิกธรรมเนียม "นางร้องไห้" ถือเป็นการปฏิรูปราชประเพณีครั้งสำคัญที่เปลี่ยนจากการยึดถือรูปแบบภายนอกมาเป็นการเน้นคุณค่าทางจิตใจ รัชกาลที่ 6 ทรงต้องการให้งานพระบรมศพเป็นไปด้วยความสงบ สง่างาม และสมพระเกียรติ โดยปล่อยให้ความโศกเศร้าเป็นเรื่องของความรู้สึกที่แท้จริงจากพสกนิกรและผู้ที่รักใคร่พระองค์อย่างแท้จริง มากกว่าการจัดตั้งตามธรรมเนียมโบราณที่สืบทอดกันมา
เขียนโดย kyogisa
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
หนุ่ม 26 ขี่ จยย.กลับบ้านกลางดึก เสียหลักชนเกาะกลาง ร่างกระเด็นถูกรถกระบะชนดับ
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
ไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เอง
อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชค
หนีอลม่าน! เหตุดอกไม้ไฟวันชาติเม็กซิโก พุ่งเข้าใส่ฝูงชน
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
5 เทรนด์ธุรกิจสุขภาพปี 2026 ที่น่าจับตา
เสือตกถังพลังเงินดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 8 และ 6 เป็นตัวหลัก
ผู้จัดเอเชียนเกมส์พลาด "เปิดเพลงชาติเกาหลีเหนือ แทนเพลงชาติเกาหลีใต้"
4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบัน
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
มหาวิทยาลัยพระสงฆ์แห่งแรกของไทย
ทำไมตี่จู้เอี๊ยะต้องตั้งติดพื้นในบ้าน..และเเตกต่างกับศาลตายายของไทยอย่างไร?
ทำไมลูกกอล์ฟต้องมีรอยบุ๋ม?
เกาะชิโลเอ ดินแดนแห่งม่านหมอก บ้านไม้บนน้ำ และตำนานเรือผีแห่งมหาสมุทรแปซิฟิก
"คานาต" มหัศจรรย์สายน้ำใต้ผืนทราย ภูมิปัญญาหล่อเลี้ยงอารยธรรมเปอร์เซีย


