Donald Trump อาจเป็น “นักเดินทางข้ามเวลา?”
ยิ่งเล่ายิ่งเหมือนบทหนังไซไฟที่คนเขียนบทอาจนั่งกินกาแฟเข้ม ๆ ตอนตีสามแล้วคิดว่า “เอ้า ลองใส่ทุกอย่างลงไปเลยดีกว่า” เพราะหลังจากคำว่า “TRUMP” และเลข “47” ไปโผล่อยู่บนภาพยานบินประหลาดของ Charles Dellschau แล้ว นักทฤษฎีสายมโนขั้นสุดก็ไม่รอช้า รีบหยิบแว่นขยายทางจินตนาการขึ้นมาส่องทันที พร้อมประกาศว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือร่องรอยจากเส้นเวลา!”
ความพีคของเรื่องไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาพวาดเก่า ๆ เท่านั้น แต่ยังลามไปถึงวรรณกรรมโบราณที่ถูกขุดกลับมาอ่านใหม่แบบชนิดที่ผู้เขียนดั้งเดิมอาจต้องลุกขึ้นมาถามว่า “เดี๋ยวก่อนนะ ฉันเขียนแบบนั้นจริงเหรอ?” หนึ่งในงานที่ถูกพูดถึงบ่อยคือหนังสือแนวผจญภัยจากปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีตัวละครนามสกุล “Trump” ปรากฏอยู่ แถมในบางเล่มยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กหนุ่มผู้เดินทางไปยังโลกแปลกประหลาด ผ่านประตูหรือมิติพิศวง ฟังแล้วก็ต้องบอกว่า ถ้าจะจับทุกอย่างมาโยงกันขนาดนี้ ต่อไปเจอป้ายรถเมล์เลข 47 ก็คงต้องร้องโอ้โหไว้ก่อนหนึ่งที
แน่นอนว่าในโลกของทฤษฎีสมคบคิดนั้น คำว่า “พอดี” ไม่มีอยู่จริง ทุกอย่างต้อง “มีนัยยะ” เสมอ ต่อให้เป็นตัวเลข เป็นชื่อ หรือเป็นเส้นขยุกขยิกในภาพ ก็พร้อมถูกตีความได้หมดราวกับจักรวาลกำลังส่งสัญญาณลับผ่านงานศิลปะโบราณ บางคนเชื่อว่า Dellschau อาจไม่ได้เป็นแค่ศิลปินผู้มีจินตนาการล้ำยุค แต่เป็นคนที่ somehow แอบเห็นอนาคต หรือไม่ก็ได้รับข้อมูลบางอย่างจากแหล่งลึกลับชนิดที่ฟังแล้ว FBI ยังต้องขอพักก่อน
แล้วพอชื่อ Trump ไปชนกับเลข 45 และ 47 ซึ่งดันเกี่ยวกับลำดับการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของ Donald Trump พอดี เรื่องก็ยิ่งถูกปั่นให้ดูเหนือจริงขึ้นไปอีกระดับ ราวกับจักรวาลตั้งใจเขียนอีสเตอร์เอ็กไว้ล่วงหน้าหลายสิบปี ทั้งที่ในอีกมุมหนึ่ง คนปกติก็อาจมองแล้วบอกสั้น ๆ ว่า “มันก็อาจเป็นแค่นามสกุลนะพี่ ใจเย็นก่อน”
ถึงอย่างนั้น เสน่ห์ของทฤษฎีนี้ก็อยู่ตรงความกล้าจินตนาการแบบไม่เบรกนี่เอง มันทำให้ภาพวาดเก่าและหนังสือโบราณที่แทบไม่มีใครหยิบขึ้นมาพูดถึง กลับกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีของเรื่องเล่าชวนอึ้งปนขำ ผู้คนเริ่มมองศิลปะเก่าด้วยสายตาใหม่ จากเดิมที่ดูเป็นเพียงผลงานพิสดารของคนยุคก่อน ก็กลายเป็นเหมือนแผนที่ลับจากอนาคตที่รอคนมาถอดรหัส
สุดท้ายแล้ว Donald Trump จะเป็นนักเดินทางข้ามเวลาจริงไหม ก็คงยังไม่มีใครตอบได้ นอกจากเครื่องย้อนเวลาที่ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่สิ่งที่ตอบได้แน่ ๆ คือมนุษย์เรานั้นมีพรสวรรค์พิเศษในการเอาจุดเล็กจุดน้อยมาปะติดปะต่อจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับจักรวาลได้เสมอ และบางครั้ง ความสนุกของเรื่องก็อาจไม่ได้อยู่ที่คำตอบ แต่อยู่ตรงระหว่างทางที่เรานั่งอ่านไป หัวเราะไป แล้วแอบคิดในใจว่า “หรือ…จะจริง?”
เขียนโดย dukedicknarak
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
6 มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างยุคโบราณ ที่ราคาขายต่อพุ่ง แรงจนน่าประหลาดใจ
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
ถนนหลวงเส้นไหนยาวที่สุดในไทย และต้องผ่านกี่จังหวัด
เลขเด็ด อ.น๊อตตี้ งวด 16 ก.ย. 69
9 ถุงกระดาษจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่ปิดตัวไปแล้ว ที่วันนี้กลายเป็นของสะสม
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
5 จังหวัดที่มีสัดส่วนเตียงผู้ป่วยต่อประชากรน้อยที่สุด
6 นิตยสารเก่าที่คนเคยเอาไปเช็ดกระจก แต่วันนี้กลายเป็นของสะสมราคาแรง
ย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้าง
สวดมนต์ก่อนนอนดีจริง หรือแค่ความเชื่อ? เปิดบทไหว้พระ–ศีล 5–แผ่เมตตา
อาชีพช่างฝีมือโบราณในไทยที่กำลังหายไป — ทำไมวันนี้แทบไร้คนสืบทอด
เปิดผลสำรวจ ! 5 วิชาที่นักเรียนไทยอยากให้ยกเลิกมากที่สุด อันดับ 1 ทิ้งห่าง 61%




