หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เรื่องลับในหน้าประวัติศาสตร์! เปิด “พระนามภาษาจีน” ของกษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 1–4 และพระปิ่นเกล้า หลายคนเพิ่งเคยรู้

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

เมื่อครู่นี้ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจไม่น้อย อ่านไปก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน นั่นก็คือ ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์มี “พระนามในภาษาจีน” ใช้ควบคู่กันอยู่ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับจีนได้อย่างชัดเจน

หากมองย้อนกลับไปในอดีต จีนถือเป็นหนึ่งในอารยธรรมสำคัญของโลก และเป็นมหาอำนาจใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และวัฒนธรรม ความรุ่งเรืองของจีนทำให้ผู้คนจำนวนมากเดินทางออกจากแผ่นดินจีนไปค้าขายและตั้งถิ่นฐานในดินแดนต่าง ๆ รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสยามก็เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการอพยพนั้น

เมื่อเวลาผ่านไป ชาวจีนจำนวนไม่น้อยได้ตั้งรกรากอยู่ในสยาม บางคนเป็นพ่อค้า บางคนเป็นแรงงาน บางคนแต่งงานสร้างครอบครัวกับคนท้องถิ่น จนค่อย ๆ กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยอย่างแนบแน่น และอิทธิพลของชาวจีนก็แทรกซึมอยู่ในหลายด้านของชีวิตผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการค้า วัฒนธรรม หรือวิถีชีวิตประจำวัน

ความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับจีนไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในระดับประชาชนเท่านั้น แต่ยังมีความเกี่ยวพันในระดับราชสำนักด้วย หากย้อนกลับไปในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ทรงมีเชื้อสายจีน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองแผ่นดินมีความใกล้ชิดไม่น้อย และเมื่อก้าวเข้าสู่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สายสัมพันธ์ดังกล่าวก็ยังคงสืบต่อมา

ด้วยเหตุนี้ ในการติดต่อกับราชสำนักจีนในอดีต พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีช่วงแรกจึงมีการใช้พระนามในภาษาจีนควบคู่กันด้วย โดยพระนามเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อบอกเชื้อสายเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการติดต่อทางการทูตและการค้าระหว่างสยามกับจีนในยุคนั้น

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ พระนามภาษาจีนของพระมหากษัตริย์ไทยในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์มักใช้แซ่เดียวกัน คือแซ่ “เจิ้ง” ซึ่งในสำเนียงจีนแต้จิ๋วอ่านว่า “แต้” แซ่นี้สะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ทางเชื้อสายจีนที่เกี่ยวโยงกับราชสำนักในยุคสมัยนั้น

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือรัชกาลที่ 1 ผู้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ มีพระนามในภาษาจีนว่า “เจิ้งหัว” เขียนเป็นอักษรจีนว่า 郑华 ซึ่งในสำเนียงแต้จิ๋วอ่านว่า “แต้ฮั้ว”

ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระปรีชาด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างยิ่ง พระองค์มีพระนามจีนว่า “เจิ้งฝอ” เขียนว่า 郑佛 ซึ่งในสำเนียงแต้จิ๋วอ่านว่า “แต้ฮุด”

ส่วนพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระมหากษัตริย์ที่มีบทบาทสำคัญด้านการค้ากับจีนอย่างมาก พระองค์มีพระนามภาษาจีนว่า “เจิ้งฝู” เขียนว่า 郑福 อ่านแบบแต้จิ๋วว่า “แต้ฮก”

เมื่อถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ผู้ทรงเปิดประตูสยามเข้าสู่โลกสมัยใหม่ พระองค์มีพระนามจีนว่า “เจิ้งหมิง” เขียนว่า 郑明 ซึ่งอ่านในสำเนียงแต้จิ๋วว่า “แต้เม้ง”

ขณะเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราชในสมัยรัชกาลที่ 4 และมีบทบาทสำคัญในการบริหารราชการในยุคนั้น ก็มีพระนามภาษาจีนเช่นกัน คือ “เจิ้งเจิ้ง” เขียนว่า 郑正 อ่านแบบแต้จิ๋วว่า “แต้เจี่ย”

พระนามภาษาจีนเหล่านี้จึงถือเป็นหลักฐานชิ้นหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสยามกับจีน ทั้งในด้านการทูต การค้า และวัฒนธรรม ซึ่งมีบทบาทไม่น้อยต่อพัฒนาการของสังคมไทยในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์

บางครั้งเรื่องราวเล็ก ๆ ในประวัติศาสตร์ที่เราไม่ค่อยได้พูดถึง กลับเป็นสิ่งที่ทำให้เราเห็นภาพอดีตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และยิ่งค้นลึกลงไปเท่าไร ก็ยิ่งพบว่าแผ่นดินไทยของเรามีเรื่องราวน่าสนใจซ่อนอยู่อีกมากมายไม่น้อยเลยทีเดียว.

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 163 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ช็อกคอทลิกเอกวาดอร์: ไม้กางเขนแท่นบูชาหล่นทับบาทหลวงเสียชีวิตคาไลฟ์มิสซาเปิด 5 มหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีนักศึกษามากที่สุดในปี 2569 อันดับเปลี่ยนจากปีก่อนหรือไม่?เปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาทเลข AI งวด 1 พ.ย. 69 คัดเลขเด่น 79-97 จับคู่ 48 มีชุดไหนน่าสนใจบ้างYasal คอสเพลย์สาวจูบแฟนคลับกลางงาน เจ้าตัวแจงอีกฝ่ายเป็นคนขอเลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่โต๊ะ" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..ส่องเลย เลขไหนให้โชค!เจาะลึกแนวทางเลขมงคลจากปฏิทินจีน 2 ฉบับคัดพิเศษ งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569ไขปมคดีสะเทือนขวัญระดับโลก: “Black Dahlia” ปริศนาฆาตกรรมอำมหิตที่ยังไร้คำตอบจังหวัดเดียวของประเทศไทย ที่ไม่มี พื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเลยเปิดพิกัดเซเว่น 2 ชั้น ธาราพัทยา ใหญ่อลังการจนตะลึงทำไมคนไทยเรียกชาวตะวันตกว่า “ฝรั่ง”? เปิดที่มาคำเดียวที่หมายถึงทั้งคนและผลไม้ตรวจหวย 16 ตุลาคม 2569 ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 คือ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"เสือไว้ลาย"นอนพักผ่อนในยามบ่ายเหมือนกับเจ้าแมวน้อยที่บ้านเรา (ซาปารีเวิลด์)เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่โต๊ะ" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..ส่องเลย เลขไหนให้โชค!ช็อกคอทลิกเอกวาดอร์: ไม้กางเขนแท่นบูชาหล่นทับบาทหลวงเสียชีวิตคาไลฟ์มิสซาดอกแพนซี่ หรือดอกหน้าแมว ไม้ดอกเมืองหนาวจากเทือกเขาพิเรนีส
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
หอพัก ห้องเช่าทักษะที่ค้นพบช่วงสัมภาษณ์งานทำไมผู้หญิงในอดีตจึงนิยมใส่กระโปรงยาว และเสื้อผ้าหลายชั้น ? เปิดที่มาของแฟชั่นต่างยุคกรณีศึกษา: ผลกระทบของวัฒนธรรมการสื่อสารที่ไม่เหมาะสมและมาตรการการจัดการความรุนแรงในองค์กร
ตั้งกระทู้ใหม่