“ฟันผุ” ภัยเงียบใกล้ตัว อย่าคิดว่าเรื่องเล็ก! หมอเตือนปล่อยไว้นานเสี่ยงลุกลามติดเชื้อถึงชีวิต
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับเรื่อง “โรคฟันผุ” ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงปัญหาเล็ก ๆ ในช่องปาก ปวดฟันบ้าง เสียวฟันบ้าง เดี๋ยวค่อยไปหาหมอฟันวันหลังก็ได้ แต่พอได้อ่านข้อมูลอย่างจริงจังแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างที่หลายคนคิดเลย
เพราะในความเป็นจริงแล้ว ฟันผุไม่ได้จบแค่การปวดฟันหรือเคี้ยวอาหารลำบากเท่านั้น หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่รักษา เชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในฟันผุสามารถลุกลามลึกลงไปถึงรากฟัน และกระจายไปยังเนื้อเยื่อรอบ ๆ จนเกิดการติดเชื้อรุนแรงได้
หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวผ่านหูมาบ้างว่า มีผู้ป่วยบางรายเสียชีวิตจากการติดเชื้อที่เริ่มต้นจากฟันผุ ฟังดูแล้วอาจเหมือนเรื่องไกลตัว แต่ในทางการแพทย์ถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง หากเชื้อแบคทีเรียจากฟันที่ผุทะลุเข้าสู่กระแสเลือด แล้วลุกลามไปยังอวัยวะสำคัญของร่างกาย เช่น หัวใจ สมอง หรือระบบทางเดินหายใจ
ยิ่งในกรณีที่ฟันผุจนเกิด “ฝีหนองที่รากฟัน” ผู้ป่วยบางคนจะมีอาการปวดบวมบริเวณเหงือก แก้ม หรือกราม บางรายบวมจนเห็นได้ชัด พอการติดเชื้อเริ่มรุนแรงก็อาจมีไข้ อ่อนเพลีย และเจ็บปวดมากขึ้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง เชื้อโรคอาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกายอย่างรวดเร็ว
ปัญหาคือหลายคนมักทนกับอาการปวดฟันไปเรื่อย ๆ คิดว่าแค่กินยาแก้ปวดก็พอ หรือบางคนก็ปล่อยให้หายเอง ซึ่งแท้จริงแล้วการกินยาแก้ปวดเพียงอย่างเดียว ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะเชื้อแบคทีเรียยังคงอยู่ในฟันที่ผุนั้นเหมือนเดิม
โรคฟันผุมักเริ่มต้นจากคราบอาหารและน้ำตาลที่ตกค้างอยู่ตามซอกฟัน เมื่อเราแปรงฟันไม่สะอาด แบคทีเรียในช่องปากจะเปลี่ยนน้ำตาลเหล่านั้นให้กลายเป็นกรด ซึ่งกรดนี้เองที่ค่อย ๆ ทำลายผิวเคลือบฟัน จนเกิดเป็นรูผุเล็ก ๆ และลุกลามลึกลงไปเรื่อย ๆ
ในระยะแรก ๆ ผู้ป่วยอาจรู้สึกเสียวฟันเวลาทานของหวานหรือของเย็น แต่เมื่อปล่อยไว้นาน ฟันจะเริ่มปวดมากขึ้น โดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือเวลาที่เคี้ยวอาหาร และหากถึงขั้นที่เชื้อโรคลุกลามไปถึงโพรงประสาทฟัน อาการปวดจะรุนแรงมากจนแทบทนไม่ไหว
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ แปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้ง ใช้ไหมขัดฟันช่วยทำความสะอาดซอกฟัน และลดการทานของหวานหรืออาหารที่มีน้ำตาลสูง
ที่สำคัญคือควรไปตรวจสุขภาพฟันกับทันตแพทย์เป็นประจำ อย่างน้อยปีละหนึ่งถึงสองครั้ง เพราะทันตแพทย์สามารถตรวจพบฟันผุในระยะเริ่มต้น และรักษาได้ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนรุนแรง
บางครั้งเรื่องเล็ก ๆ อย่างฟันผุ อาจถูกมองข้ามเพราะคิดว่าไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ความจริงแล้ว หากปล่อยให้เชื้อโรคสะสมและลุกลามโดยไม่รักษา ก็อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อสุขภาพทั้งร่างกายได้
สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากเรื่องใกล้ตัวเสมอ และช่องปากก็เป็นประตูสำคัญของร่างกาย หากเราใส่ใจดูแลตั้งแต่วันนี้ ปัญหาที่ดูเหมือนเล็กน้อยอย่าง “ฟันผุ” ก็จะไม่กลายเป็นภัยเงียบที่ย้อนกลับมาทำร้ายเราในวันข้างหน้า.
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
ปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกัน
ทำไมคนส่วนใหญ่ถนัดขวา มากกว่าถนัดซ้าย วิทยาศาสตร์อธิบายไว้หลายทาง
เกิดเป็นมนุษย์ยากแค่ไหน อุปมาเต่าตาบอดกับห่วงไม้ในพุทธศาสนาบอกอะไรเรา
ประเทศที่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก มาครองได้เพียงครั้งเดียว มีอยู่ 2 ประเทศ
มอเตอร์ไซค์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไมรถสองล้อเหล่านี้ถึงกลายเป็นตำนานสนามรบ
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
ทำไมอายุ 30-40 แล้วยังรู้สึกเหมือนเด็ก?
7 มหาวิทยาลัยไทยพื้นที่กว้างระดับเมืองย่อม ที่ไม่ได้มีแค่อาคารเรียน
เปิดตำนาน “ฮกลกซิ่ว” จากพรศิลาแห่งเทพเจ้า สู่หินมงคลเปลี่ยนชีวิต
สะพานน้ำแห่งเดียวในประเทศไทย
30 คำอวยพรวันเกิดแฟน ซึ้งๆ ความหมายดี สุขสันต์วันเกิดแฟน
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติ



