หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จังหวัดที่อากาศแย่ที่สุดในประเทศไทย


เขียนโดย เดอะ ไอคิว

"แชมป์ที่ไม่อยากเป็น: เจาะลึก 'จังหวัดที่อากาศแย่ที่สุดในไทย' และความจริงเบื้องหลังฝุ่นพิษที่เปลี่ยนเมืองสวยให้เป็นเมืองในหมอก (ควัน)"

 

เมื่อลมหนาวพัดมา แทนที่จะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ คนไทยในหลายพื้นที่กลับต้องเผชิญกับ "ฝุ่นพิษ PM 2.5" ที่รุนแรงจนติดอันดับโลก หากจะถามว่าจังหวัดไหนอากาศแย่ที่สุด คงต้องแยกดูตาม "สถิติฝุ่นสะสม" และ "ช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด" ดังนี้ครับ

1. เชียงใหม่: แชมป์โลกที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

หากวัดกันในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน ของทุกปี "เชียงใหม่" มักจะถูกจัดอันดับโดย IQAir ให้เป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุด อันดับ 1 ของโลก (ไม่ใช่แค่ในไทย) อยู่บ่อยครั้ง

ทำไมถึงแย่?: ไม่ใช่แค่เรื่องการเผาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะ "ภูมิประเทศรูปแอ่งกระทะ" ที่มีภูเขาล้อมรอบ เมื่อเกิดความกดอากาศสูง อากาศเย็นจะกดทับอากาศร้อนไว้ด้านล่าง ทำให้ฝุ่นควันถูกกักขังอยู่ในแอ่ง ไม่สามารถระบายออกไปได้

2. แม่ฮ่องสอน: เมืองในหมอก (ควัน) ที่ถูกลืม

แม้เชียงใหม่จะเป็นข่าวบ่อย แต่ถ้าดูที่ค่าความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 จริงๆ "แม่ฮ่องสอน" มักจะมีค่าฝุ่นพุ่งสูงทะลุเพดานยิ่งกว่าใครเพื่อน

วิกฤตสุดขั้ว: ในบางวันค่าฝุ่นที่นี่พุ่งสูงเกิน 500-600 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับอันตรายร้ายแรง สาเหตุหลักมาจากภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาลึกและติดกับชายแดน ซึ่งรับผลกระทบจากการเผาในที่โล่งทั้งภายในและจากประเทศเพื่อนบ้าน

3. สระบุรี: มลพิษจาก "ฝุ่นอุตสาหกรรม"

ถ้าภาคเหนือแย่เพราะ "ควันไฟ" จังหวัด "สระบุรี" (โดยเฉพาะแถวหน้าพระลาน) ก็แย่เพราะ "ฝุ่นโรงงานและเหมืองหิน"

แย่ตลอดปี: ต่างจากภาคเหนือที่แย่เป็นฤดูกาล สระบุรีมักจะติดอันดับจังหวัดที่มีค่าฝุ่น PM 10 (ฝุ่นละอองขนาดใหญ่) สูงติดอันดับต้นๆ ของประเทศเกือบตลอดทั้งปี เนื่องจากเป็นแหล่งอุตสาหกรรมเหมืองหิน โรงปูน และการขนส่งหนัก

4. กรุงเทพมหานคร: ควันพิษจากท่อไอเสียและตึกระฟ้า

เมืองหลวงของเราอาจจะไม่ติดอันดับ 1 ในแง่ความเข้มข้นของฝุ่น แต่ติดอันดับในแง่ "จำนวนประชากรที่ได้รับผลกระทบ"

ปรากฏการณ์เกาะความร้อน: ตึกสูงที่หนาแน่นช่วยกักเก็บความร้อนและขวางทางลม ประกอบกับไอเสียจากรถยนต์นับล้านคัน ทำให้คนกรุงเทพฯ ต้องสูดดมฝุ่นพิษสะสมเป็นเวลานานในแต่ละวัน

 

 

แต่เมื่อมองลึกลงไป ปัญหาฝุ่นในประเทศไทยไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว และก็ไม่ได้เกิดเฉพาะจังหวัดที่กล่าวถึงเท่านั้น หลายพื้นที่ในประเทศกำลังเผชิญกับปัญหานี้ในระดับที่ใกล้เคียงกัน เพียงแต่ช่วงเวลาที่รุนแรงจะต่างกันออกไป

ตัวอย่างเช่น จังหวัดในภาคเหนืออย่าง เชียงราย ลำปาง และน่าน มักได้รับผลกระทบจากหมอกควันไม่ต่างจากเชียงใหม่ เพราะตั้งอยู่ในแนวภูเขาเดียวกัน เมื่อเกิดการเผาป่าหรือเผาพื้นที่เกษตร ฝุ่นจำนวนมหาศาลจะถูกลมพัดเข้ามาสะสมในแอ่งภูเขา จนบางครั้งเมืองทั้งเมืองดูเหมือนถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทา

หลายคนที่เคยไปเที่ยวเชียงใหม่ช่วงฤดูหนาวอาจเคยเห็นภาพนี้ด้วยตาตัวเอง
ภูเขาที่ควรจะมองเห็นชัดเจน กลับกลายเป็นเงาราง ๆ อยู่หลังม่านควัน

ในทางวิชาการ นักวิจัยเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Temperature Inversion หรือ “การกลับตัวของอุณหภูมิ” ซึ่งทำให้อากาศเย็นกดทับอากาศร้อนด้านล่าง ส่งผลให้ฝุ่นไม่สามารถลอยขึ้นและกระจายออกไปได้ง่าย

ขณะเดียวกัน ภาคกลางของประเทศไทยก็มีปัญหาอีกแบบหนึ่ง

จังหวัดอย่าง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร ปทุมธานี และนครปฐม มักมีค่าฝุ่นเพิ่มสูงในช่วงฤดูหนาวเช่นกัน แต่ต้นเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากไฟป่า หากเกิดจาก

นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่า ฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทยจำนวนหนึ่งมีที่มาจาก หมอกควันข้ามพรมแดน โดยเฉพาะจากพื้นที่ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งรวมถึงบางพื้นที่ในประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อเกิดการเผาพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ ฝุ่นสามารถลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศและเดินทางข้ามประเทศได้หลายร้อยกิโลเมตร

จึงไม่น่าแปลกใจที่บางปี แม้ไทยจะลดการเผาภายในประเทศได้ แต่ค่าฝุ่นก็ยังพุ่งสูงอยู่ดี

คำถามที่หลายคนเริ่มตั้งคือ
ปัญหาฝุ่นในไทยจะมีวันหมดไปหรือไม่?

ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมมองว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องที่แก้ได้ภายในปีเดียว เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจ การเกษตร และพฤติกรรมของผู้คน แต่ข่าวดีคือหลายจังหวัดเริ่มมีมาตรการจริงจังมากขึ้น เช่น

แม้อาจยังไม่เห็นผลทันที แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญของการแก้ปัญหาในระยะยาว

ท้ายที่สุดแล้ว ปัญหาฝุ่นพิษไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “จังหวัดไหนอากาศแย่ที่สุด” เท่านั้น แต่เป็นคำถามที่ใหญ่กว่านั้นมาก

มันคือคำถามว่า เราจะทำอย่างไรให้เมืองที่เราอยู่ กลับมามีอากาศที่หายใจได้อย่างสบายอีกครั้ง

และคำตอบนั้น อาจไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่ใต้ท้องฟ้าเดียวกันนี้

เนื้อหาโดย: เดอะ ไอคิว
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เดอะ ไอคิว's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 51,519 ครั้ง
เขียนโดย เดอะ ไอคิว
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำเกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัววัดความจนจากอะไรได้บ้างAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569เงินใหม่ถูกสร้างแล้วหายไปไหนล็อตเตอรี่ใบแรกของไทยใครเป็นคนกำหนดเงินเยียวยาประชาชนประเทศไทยมีศาลอะไรบ้างสวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
21 กรกฎาคม 356 ปีก่อนคริสตกาล : หิวแสง!ชายผู้เผา 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เพียงเพื่อให้คนจำชื่อเขาย้อนดู "แก้วที่ไม่มีวันแตก" แต่ทำไมบริษัทถึงเจ๊ง?“เจ้าหมูสกปรก” ทำไมหมูถึงกลายเป็นคำด่า ทั้งที่ความจริงหมูอาจไม่ได้สกปรกอย่างที่คิดทำไมคนกรุงเทพฯ ชอบบอกระยะทางเป็น "เวลา" ไม่ใช่ "กิโลเมตร"?
ตั้งกระทู้ใหม่