ดราม่าครอบครัว! สามีเปิดกล้องเห็นภรรยาแนบชิดลูกชาย โพสต์ถาม “แบบนี้ปกติไหม?” ชาวเน็ตถกสนั่น

ดราม่าครอบครัว! สามีเปิดกล้องเห็นภรรยาแนบชิดลูกชาย โพสต์ถาม “แบบนี้ปกติไหม?” ชาวเน็ตถกสนั่นเรื่องขอบเขตความเหมาะสม
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อชายรายหนึ่งออกมาโพสต์ข้อความระบายความอัดอั้น หลังจากเปิดดูกล้องวงจรปิดภายในบ้าน แล้วพบภาพภรรยากำลังนั่งเล่นกับลูกชายในลักษณะที่เขามองว่า “ใกล้ชิดเกินไป” จนเกิดความไม่สบายใจอย่างมาก พร้อมตั้งคำถามต่อสังคมว่า “แบบนี้ถือว่าปกติไหม?”
โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว พร้อมแนบภาพบางส่วนจากกล้องวงจรปิด ซึ่งแสดงให้เห็นแม่และลูกกำลังหยอกล้อ นั่งแนบชิดกันบนโซฟาในบรรยากาศที่ดูเหมือนการเล่นกันตามประสาครอบครัว อย่างไรก็ตาม ผู้เป็นสามีระบุว่า เขารู้สึกไม่สบายใจ เพราะมองว่าท่าทางบางอย่างดูเกินความเหมาะสม และกังวลว่าหากปล่อยไว้ อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและความเข้าใจเรื่องขอบเขตของลูกในอนาคต
ข้อความบางช่วงในโพสต์สะท้อนอารมณ์โกรธและความไม่พอใจอย่างชัดเจน โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่า “มันใช่หรือแบบนี้” และแสดงความกังวลถึงความเหมาะสมในระยะยาว ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นหลากหลายมุมมอง
เสียงแตกในโลกออนไลน์
หลังโพสต์ถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน
ฝั่งหนึ่งมองว่า ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก โดยเฉพาะในวัยเด็ก การกอด หยอกล้อ หรือแนบชิด เป็นเรื่องปกติของความรักความผูกพันในครอบครัว การแสดงออกทางกายเช่นนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความอบอุ่นและความมั่นคงทางอารมณ์ให้เด็ก
อีกฝั่งกลับมองว่า แม้จะเป็นแม่ลูก แต่ก็ต้องมี “ขอบเขต” ที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อลูกเริ่มโตขึ้น การปลูกฝังเรื่องพื้นที่ส่วนตัว (personal space) และความเข้าใจเรื่องร่างกายของตนเองเป็นสิ่งสำคัญ บางคนจึงเห็นว่าหากผู้ปกครองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกไม่สบายใจ ควรมีการพูดคุยปรับความเข้าใจภายในครอบครัว มากกว่านำเรื่องมาเผยแพร่สู่สาธารณะ
ปัญหาแท้จริงอาจอยู่ที่ “การสื่อสาร”
หลายคอมเมนต์ชี้ว่า ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่เพียงภาพที่เห็นในกล้อง แต่คือความเชื่อใจและการสื่อสารระหว่างสามีภรรยา หากฝ่ายใดรู้สึกไม่สบายใจ ควรเปิดใจพูดคุยกันตรงๆ เพื่อทำความเข้าใจเจตนาและมุมมองของกันและกัน มากกว่าการตั้งคำถามผ่านสื่อสาธารณะ ซึ่งอาจทำให้เรื่องบานปลายและกระทบต่อเด็กโดยไม่จำเป็น
เด็กเองอาจกลายเป็นผู้ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เพราะภาพหรือเรื่องราวที่ถูกเผยแพร่ออกไป อาจสร้างรอยแผลทางใจในอนาคตได้
บทเรียนจากดราม่าครั้งนี้
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เส้นแบ่งระหว่าง “ความรักความผูกพัน” กับ “ความเหมาะสม” เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และขึ้นอยู่กับมุมมอง ประสบการณ์ชีวิต และค่านิยมของแต่ละครอบครัว
สิ่งที่สังคมควรตระหนักคือ
ไม่ตัดสินจากภาพเพียงมุมเดียว
ไม่ใช้ถ้อยคำรุนแรงหรือกล่าวหาโดยไม่มีข้อมูลครบถ้วน
ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพและความรู้สึกของเด็กเป็นอันดับแรก
ท้ายที่สุดแล้ว ความสัมพันธ์ในครอบครัวควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้ใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน และการสื่อสารที่เปิดเผยตรงไปตรงมา มากกว่าการปล่อยให้ความเข้าใจผิดกลายเป็นดราม่าบนโลกออนไลน์ที่อาจสร้างบาดแผลยาวนานกว่าที่คิด
5 สัตว์เลี้ยงนำโชคยอดนิยมในประเทศไทย
เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง: ปล่อยเลขเด็ด 3 ตัวเม็ดเดียว รับงวดสัญจรสุราษฎร์ธานี
ประเทศที่ใช้เงินบาทไทยได้อย่างสะดวก
ประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันมากที่สุดในเอเชีย
พลิกแฟ้มประวัติศาสตร์! ทูตทหารไทยในปารีสพบสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส หลักฐานใหม่สะเทือนปมชายแดน
เมืองที่ไม่มี "กลางวัน" นานนับเดือน
โซเชียลลาวกระหึ่ม! เรียกร้อง “แบนเขมร” หวั่นใช้เป็นทางผ่านลักลอบทำงานในไทย
รวมภาพตลก เฮฮา ขำขันประจำวันนี้ วันที่เข้าสู่ช่วงปลายเดือนกุมภาฯ แล้วจ้า สงกรานต์มาเลยได้ไหม อยากหยุดอีกแล้ว (ฮา)
ลูกๆฮ่อรถระยะทาง 800 กม.กลับบ้าน หลังเห็นพ่อนั่งกินข้าวคนเดียว ผ่านกล้องวงจรปิด
จังหวัดที่มีพื้นที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์มากที่สุดในประเทศไทย
บารมีหลวงปู่ศิลา แผ่เมตตางานบุญใหญ่ วัดพลายชุมพล : คอหวยลุ้นเลขอ่างน้ำมนต์
ปิดด่านหวังต่อรอง แต่แรงสะเทือนย้อนกลับใส่เศรษฐกิจกัมพูชา
ภาพวิวทิวทัศน์อันแสนสวยงามของ วังโปตาลา เมื่ออาบแสงอรุณ รับวันแรกของปีใหม่ทิเบต
เมืองที่ไม่มี "กลางวัน" นานนับเดือน
แยกออกไหม? อันไหนตะเเบก เสลา หรือ อินทนิล : ไม้แฝดสาม: ความต่างที่สัมผัสได้จากลำต้น
ด่วน! เม็กซิโกประกาศภาวะสงครามกลางเมือง หลัง "เอล เมนโช" เจ้าพ่อคาร์เทลเบอร์ 1 ถูกเด็ดหัว ทั่วประเทศลุกเป็นไฟ!
ใส่หูฟังนาน ๆ ส่งผลอย่างไรกับหู



