สื่ออังกฤษแฉ “ปูติน” ลอบขนเงินสด 2.5 พันล้านดอลลาร์ 34 เที่ยวอุ้มอิหร่าน หลัง “ทรัมป์” คว่ำบาตรอย่างหนัก
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านรายงานข่าวจากสื่อใหญ่ของอังกฤษแล้วต้องยอมรับว่า เป็นข้อมูลที่หากพิสูจน์ได้ชัดเจน ย่อมสะเทือนภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างไม่อาจมองข้ามได้
รายงานของ The Daily Telegraph เปิดเผยโดยอ้างเอกสารลับและบันทึกการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า ในช่วงปี 2018 หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขณะนั้นคือ Donald Trump ลงนามคำสั่งคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน รัฐบาลรัสเซียภายใต้การนำของ Vladimir Putin ได้ดำเนินปฏิบัติการลับขนเงินสดมูลค่ารวมกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ น้ำหนักรวมเกือบ 5 ตัน ส่งตรงถึงธนาคารกลางอิหร่านจำนวน 34 เที่ยว ภายในระยะเวลาราว 4 เดือน
เงินสดแต่ละเที่ยวมีมูลค่าระหว่าง 57–115 ล้านดอลลาร์ ถูกโอนผ่านธนาคารรัสเซีย Promsvyazbank ในกรุงมอสโก มายังธนาคารกลางอิหร่านในกรุงเตหะราน เส้นทางขนส่งประกอบด้วยรถไฟจากมอสโกสู่ท่าเรือ Astrakhan ก่อนลำเลียงทางเรือข้ามทะเลแคสเปียนไปยังท่าเรือ Amirabad ของอิหร่าน และต่อด้วยรถไฟเข้าสู่เมืองหลวง
รายงานยังระบุว่า เงินสดที่ขนส่งส่วนใหญ่เป็นธนบัตร 500 ยูโร แม้เอกสารการค้าจะบันทึกมูลค่าเป็นดอลลาร์สหรัฐก็ตาม การเคลื่อนย้ายในลักษณะนี้สะท้อนถึงความพยายามเลี่ยงระบบการเงินสากลที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตก
ผู้เชี่ยวชาญด้านรัสเซียและตะวันออกกลางอย่าง Anna Borshchevskaya วิเคราะห์ว่า ปฏิบัติการลับดังกล่าวสะท้อนว่ามอสโกอาจเลือก “แทรกแซงทางการเงิน” แทนการแทรกแซงทางทหาร เพื่อพยุงรัฐบาลเตหะรานไม่ให้ล้มในช่วงที่เผชิญแรงกดดันสูงสุด
ขณะเดียวกัน Asha Castleberry-Hernandez อดีตที่ปรึกษาด้านตะวันออกกลางประจำกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่การสนับสนุนลักษณะคล้ายกันอาจเกิดขึ้นอีกในปัจจุบัน โดยเฉพาะในบริบทสงครามยูเครนที่รัสเซียถูกคว่ำบาตรอย่างหนัก และมีรายงานการจัดซื้อโดรน Shahed-136 รวมถึงมิสไซล์ Fath-360 จากอิหร่าน
หากข้อกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นจริง ย่อมสะท้อนความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมอสโกและเตหะรานที่ลึกซึ้งกว่าที่โลกตะวันตกประเมินไว้ก่อนหน้า ไม่ใช่เพียงความร่วมมือทางทหาร แต่รวมถึงการพยุงระบบการเงินและเสถียรภาพทางการเมือง
ในช่วงปี 2018–2021 ผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่านในขณะนั้นคือ Abdolnaser Hemmati ต้องรับมือกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงจากมาตรการคว่ำบาตร การไหลเข้าของเงินสดจำนวนมหาศาลในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จึงถูกตั้งคำถามว่าอาจมีบทบาทสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจอิหร่าน
ในมุมของผู้เขียน เห็นว่าประเด็นนี้มิใช่เพียงข่าวต่างประเทศทั่วไป หากแต่เป็นภาพสะท้อนของโลกยุคใหม่ที่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ กลายเป็นอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ และการโต้ตอบก็อาจเกิดขึ้นในรูปแบบที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
คำถามสำคัญคือ หากมหาอำนาจสามารถเคลื่อนย้ายเงินสดข้ามพรมแดนเพื่อเลี่ยงแรงกดดันจากระบบการเงินโลกได้จริง ระบบคว่ำบาตรจะยังมีประสิทธิภาพเพียงใด? และภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “เศรษฐกิจเงา” ที่ยากจะตรวจสอบมากขึ้นหรือไม่?
เรื่องนี้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจไม่ใช่เพียงประวัติศาสตร์ปี 2018 หากแต่อาจเชื่อมโยงถึงสมการอำนาจในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
อำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มี ‘อำเภอเมือง
5 ท่าสัมผัสละลายใจ สร้างสายใยรักให้แน่นแฟ้น
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
จังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรก
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว




