วิธีลดน้ำหนักแบบไม่ต้องอดอาหารก็เห็นผล ไม่ทำร้ายสุขภาพ
เขียนโดย sompeansomped
1.ห้ามอดอาหารเด็ดขาดควรกินอาหารให้ครบทุกมื้อเหมือนเดิม เพียงเลือกกินให้ถูก น้ำหนักที่ขึ้น หลัก ๆ เกิดมาจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม เช่น การอดอาหารแล้วมากินมื้อถัดไปปริมาณมาก ๆ ควรเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพที่ผ่านการต้ม การนึ่ง และ กินผักผลไม้ทุกวัน
2.เลือกกินอาหาร ร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ และ หลากหลาย เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานตามปกติ
- เมนูอาหารที่แนะนำ เช่น น้ำพริกกับผักต้ม เมนูปลานึ่ง แกงเห็ด แกงจืดเต้าหู้
- คาร์โบไฮเดรตแบบไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ธัญพืช ขนมปังโฮลวีท
- อาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต
- เน้นกินโปรตีน ปริมาณที่ควรได้รับในแต่ละวันจะขึ้นอยู่กับเพศ อายุ น้ำหนักตัว และ การทำกิจกรรมต่าง ๆ
- ผู้ใหญ่ ชาย-หญิง : 8-1.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว
- ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก 1 เดือน ชาย-หญิง : 1.2-1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว
- ผู้ที่ออกกำลังกายหนัก ชาย-หญิง : 1.5-2.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว
3.กินอาหารเช้าให้เต็มที่ – กินอาหารเย็นให้เร็วขึ้น นอกจากจะเลือกกินให้ถูก ช่วงเวลาในการกินอาหารนั้นจะต้องเหมาะสม ให้เน้นกินอาหารเช้าให้เต็มที่ห้ามอด แล้วกินอาหารเย็นในปริมาณที่น้อยลง โดยกินให้ไวขึ้น ไม่ควรกินอาหารมื้อเย็นเกิน 18.00 น. เพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญพลังงานหมดก่อนถึงเวลาเข้านอน จะช่วยลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น
4.ลด ละ เลิก ดื่มน้ำหวาน เช่น น้ำอัดลม ชานมไข่มุก กาแฟ โกโก้เย็น เพราะเป็นการเติมแคลอรีเข้าสู่ร่างกายอย่างน้อยเฉลี่ย 100 กิโลแคลอรีต่อครั้ง และ ไม่ได้ช่วยให้ร่างกายรู้สึกอิ่มขึ้น ให้ลองเลือกดื่มเครื่องดื่ม เช่น กาแฟดำ น้ำมะพร้าว น้ำเปล่า หากยังอยากกินอะไรหวาน ๆ ให้ร่างกายสดชื่นให้กินผลไม้แทน
5.ขี้เกียจแค่ไหน ก็ต้องออกกำลังกาย ใน 1 สัปดาห์ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์ อย่างน้อยวันละ 20-30 นาที หรือ เริ่มต้นครั้งละ 10 นาที สะสมให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ สามารถเลือกวิธีออกกำลังกายที่ชื่นชอบตามความเหมาะสมได้ เช่น คาร์ดิโอ (Cardio) : การออกกำลังกายโดยเน้นทำให้อัตราหัวใจเต้นเร็ว เวทเทรนนิ่ง (Weight Training) : การออกกำลังกายแบบใช้แรงต้านจากอุปกรณ์หรือน้ำหนักตัว HIIT (High-Intensity Interval Training) : การออกกำลังกายหนักสลับกับออกกำลังกายเบา ๆ
6.ทำจิตใจให้สดใส ลดความเครียด เมื่อรู้สึกเครียดร่างกายจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ต้นเหตุที่ทำให้รู้สึกอยากอาหาร กระตุ้นปริมาณน้ำตาลในเลือด ทำให้ไขมันไปสะสมช่วงท้องมากขึ้น ดังนั้นหากระหว่างลดน้ำหนัก แล้วรู้สึกเครียดให้หากิจกรรมอื่นทำเพื่อผ่อนคลายความเครียด เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูหนัง
7.ห้ามนอนดึก ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การอดนอน สาเหตุหนึ่งที่ทำให้กินมากขึ้นระหว่างวัน ระบบเผาผลาญต่าง ๆ ก็ทำงานได้ไม่ดี ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7 – 8 ชั่วโมง เป็นวิธีลดความอ้วนที่ได้ผลดี เพราะร่างกายมีสารควบคุมน้ำหนักที่ชื่อ ฮอร์โมนแลปติน (Leptin) ที่จะช่วยส่งสัญญาณไปยังสมอง ให้ระงับความอยากอาหาร พร้อมกระตุ้นการเผาผลาญขณะที่นอนหลับ
ประเทศหรือเขตปกครองที่ครองแชมป์ "เดินเยอะที่สุด"
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
3 นายก ที่มีอิทธิพลที่สุดในไทย
ห้างของคนไทยในประเทศจีน ที่มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่มากที่สุด
“ภาพเดียวสะเทือนโซเชียล” แอนเจลีนา โจลี ลงพื้นที่กัมพูชา ชาวเน็ตตั้งคำถาม โครงการช่วยเหลือไปถึงไหนแล้ว?
เปิดหน้าต่างผิดเวลา ห้องยิ่งร้อนขึ้น วิธีทำให้เย็นแบบไม่ใช้แอร์ที่หลายคนพลาด
ไม่ใช่กรุงเทพ? เปิดชื่อ “จังหวัดค่าครองชีพสูงสุดในไทย” ที่หลายคนคาดไม่ถึง
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
ประเทศที่ชอบเล่นหวยมากเป็นที่ 1
เลขเด็ด 16 เม.ย. 2569 รวมเลขดังหลายสำนักล่าสุด
5 ประเทศที่มี Soft Power ดึงดูดใจคนทั่วโลก ไทยถูกจัดอยู่ลำดับที่เท่าไหร่
เปิดโผ 5 "หุ้นลับ" ที่มักดีดตัวสวนกระแสหลังสงคราม (ใครจะคิดว่าตัวนี้จะมา!?)
ทริกการจัดการเมนูข้าวกล่อง: อร่อย ประหยัด ในงบจำกัด
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
โซเชียลจีนรุมวิจารณ์ เจ้าหญิงกัมพูชาโปรโมตสงกรานต์ ชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตคล้ายไทยจนเกิดดราม่า
รีวิวหนังดัง HEAT คนระห่ำคน
เปิดโผ 5 "หุ้นลับ" ที่มักดีดตัวสวนกระแสหลังสงคราม (ใครจะคิดว่าตัวนี้จะมา!?)
AC-130 จอมทำลายล้างจากฟากฟ้า!!!








