มีปัจจัยใดบ้างที่ผู้หญิงควรนำมาวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจแต่งงานกับใครสักคน
ปัจจัยแรกที่ไม่ควรนำมาเป็นเงื่อนไขในการตัดสินใจแต่งงานคืออายุ ในยุคสมัยหนึ่งผู้หญิงจะกลัวตัวเลข “30” มาก คือถ้าอายุ 30 ปียังไม่มีคู่ครอง ก็มักจะเครียดกับคำพูดของคนรอบข้างจนไม่เป็นอันทำการงานที่เดียว ทำให้รีบตัดสินใจแต่งงาน แล้วก็ผิดพลาด
ผู้หญิงไม่อาจผ่านพ้นวิถีชีวิตเช่นนี้ไปได้ง่ายนัก ในเมื่อความยึดถือ การวางสมมติไว้ในสังคมมักจะ “สนับสนุน ส่งเสริม” ให้แต่งงานมากกว่าให้อยู่เป็นโสด ซึ่งก็สอดคล้องกับค่านิยม จึงทำให้ผู้หญิงที่แม้คิดจะอยู่เป็นโสด เพราะชีวิตโสดก็มีความสุขดีอยู่แล้ว แต่ก็ต้องลังเล สุดท้ายต้องตกกระไดพลอยโจนไปกับค่านิยมนี้
หลังแต่งงานมีความสุขจริงหรือ มีการสำรวจคู่แต่งงานในกรุงเทพมหานคร พบว่า ทุก 10 คู่ที่จดทะเบียนสมรสจะกลับมาจดทะเบียนหย่า 3-4 คู่ เพราะชีวิตคู่ถึงจุดระเบิด และนักจิตวิทยาพบว่า มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของคู่แต่งงานจะทนอยู่ด้วยกันโดยไม่มีความสุข แต่ไม่ยอมหย่าร้าง ดังนั้นสรุปได้ว่า จากคู่แต่งงาน 10 คู่ จะมีเพียง 3-4 คู่เท่านั้นที่ชีวิตสมรสสมบูรณ์ มีความสุขมากกว่าการอยู่เป็นโสด แสดงว่ามีโอกาสที่จะล้มเหลวมากกว่าครึ่ง แล้วจะป้องกันได้อย่างไร
มีหนังสือมากมายที่เขียนเกี่ยวกับการเลือกคู่ชีวิต อ่านกันไม่หวาดไม่ไหว บางเล่มอ่านแล้วมีแต่น้ำไม่มีเนื้อ บางเล่มอ่านแล้วปฏิบัติจริงไม่ได้ บางเล่มเป็นของต่างประเทศที่แปลมาแล้วไม่เข้ากับสังคมไทย อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงควรจะใส่ใจเรื่องการเลือกคู่ไว้บ้าง ผู้ชายแต่งงานกี่ครั้งๆ ก็ไม่เสียหายอะไร แต่ผู้หญิงจะเจ็บปวดและเจ็บลึกมากกว่า และโอกาสเริ่มต้นใหม่จะน้อยลงเรื่อยๆ ผมพยายามรวบรวมเรื่องการเลือกคู่ที่ได้อ่านมา และนี่คือคำเตือน 8 ข้อที่สรุปมาให้อ่านสำหรับผู้หญิงที่คิดจะแต่งงาน
- อย่าแต่งงานเพราะกลัวว่าจะไม่ได้แต่ง คู่ที่หามาได้จากการไม่พิจารณาให้รอบคอบนั้นจะมีผลร้ายกับชีวิต ทำให้ทุกข์ทรมานไปจนตาย อย่าไปสนใจคนรอบข้าง มีงานวิจัยมากมายที่แสดงว่าการอยู่เป็นโสดมีความสุขมากกว่า ถ้าจะไม่มีความสุขก็เพราะพวกปากหอยปากปูรอบข้างนี่แหละ
- อย่าแต่งงานเพราะคุณอยากจะออกจากบ้าน จากครอบครัวเดิมของคุณ เพราะแม้ที่บ้านเราจะมีปัญหามากมาย แต่คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าครอบครัวอื่นไม่มีปัญหา การที่แต่งงานแล้วไปอยู่กับครอบครัวอื่นซึ่งคุณเป็นคนนอก จะมีปัญหาที่คุณคาดไม่ถึงมากมาย
- อย่าแต่งงานเมื่อคุณกำลังอกหักหรือเมื่อต้องการประชดแฟนเก่า ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หมอกควันเข้าปกคลุมชีวิต รอให้ทุกอย่างแจ่มใสเสียก่อน คุณจะเห็นภาพชัดขึ้น
- อย่าแต่งงานเพราะคุณสงสารเขา ผู้ชายที่น่าสงสารมักมีจุดอ่อน มีปมด้อย และพฤติกรรมเปลี่ยนไปมากมายภายหลังการแต่งงาน ความสงสารไม่จีรังยั่งยืนเท่ากับความรัก
- อย่าแต่งงานเพราะหลงใหลในรูปสมบัติของเขาเพียงอย่างเดียว รูปร่าง หน้าตา ทรัพย์สิน เป็นเรื่องภายนอก เป็นเปลือกที่คุณอาจไม่รู้ว่ามีเนื้อแท้ที่เน่าอยู่ภายใน
- อย่าแต่งงานเพราะอยากหนีตนเอง เพราะการแต่งงานไม่ได้ช่วยให้คุณหนีตัวเองได้ แม้ว่าจะแต่งกี่ครั้งก็ตาม
- อย่าแต่งงานเพราะคิดว่าจะเปลี่ยนนิสัยเขาได้ ในทางจิตวิทยาแล้ว นิสัยส่วนลึกของคนเราเปลี่ยนไม่ได้ จะเป็นเช่นนั้นไปตลอดชีวิต ดังนั้นการตัดสินใจแต่งงานโดยคิดว่าเขาคงเปลี่ยนไปหลังแต่งเป็นการคิดที่ผิดมหันต์
- อย่าแต่งงานเพราะความเหงา ความเหงาเป็นเครื่องมือของกรรมอย่างหนึ่ง ถ้าเราไม่รู้วิธีจัดการ ชีวิตจะถูกกฎแห่งกรรมชักจูงไป บางคนไปติดยาเสพติด บางคนไปติดการพนัน ติดสุรา บางคนใช้ชีวิตเสเพลกับเพื่อนฝูง และแน่นอน การตัดสินใจแต่งงานเพราะกลัวเหงาเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด
อย่างไรก็ตาม ถ้าปฏิบัติตามกฎ 8 ข้อนี้อย่างเคร่งครัด คุณอาจจะกลายเป็นคนขี้ระแวงไป เรื่องความรักบางครั้งก็ไม่มีเหตุผล ถ้าคุณเจอใครสักคนที่คุณคิดว่าใช่เลย เป็นความรักที่แท้จริง ไม่ใช่ความหลง ไม่ใช่ความโรแมนติก และแน่นอนที่สุด เขาต้องรักคุณอย่างแท้จริงด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้นตัดสินใจแต่งได้เลย เพราะพลังแห่งรักสามารถเอาชนะทุกสรรพสิ่ง
ปัจจัยสำคัญที่คุณต้องตระหนักไว้เสมอก่อนจะตัดสินใจแต่งงาน ก็คือ ค้นหาบุคลิกภาพอันเป็นตัวตนที่แท้ของผู้ชายคนนั้นให้ได้ ผู้ชายดูไม่ยาก และมีลักษณะอยู่ไม่กี่อย่าง ซึ่งคุณต้องทนไปตลอดชีวิตคู่ เพราะนิสัยส่วนลึกของผู้ชายแก้ไม่ได้ นิสัยส่วนลึกเหล่านั้นก็คือ ขี้หลี (ราคจริตสูง) ขี้โมโห (โทสจริตสูง) ขี้เกียจ (โมหจริตสูง) ขี้กังวล (วิตกจริตสูง) และขี้สงสาร (ศรัทธาจริตสูง)
ข้อเสียของผู้ชายเห็นได้ชัด ถ้าความรักไม่ทำให้คุณตาบอด คุณต้องเห็น เพราะผู้ชายซ่อนความรู้สึกไม่เก่ง และถ้าเห็นแล้วยังตัดสินใจแต่ง คุณก็ต้องพร้อมที่รับจริตอันเป็นบุคลิกภาพของเขาไปตลอดชีวิต อย่าคิดจะไปเปลี่ยนเขา ไม่มีทาง
คืนคริสต์มาส 1914 ศัตรูหยุดยิงและมีฟุตบอลเกิดขึ้นจริงหรือไม่
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
Mata Hari เป็นสายลับสองหน้าจริงหรือ หลักฐานในคดีปี 1917 บอกอะไร
Fanta ถือกำเนิดอย่างไรเมื่อ Coca-Cola ในเยอรมนีขาดหัวเชื้อช่วงสงคราม
ต้นไม้เหล็กของฝรั่งเศสถูกใช้สอดแนมในสงครามโลกครั้งที่ 1 อย่างไร
แผนผสมฮอร์โมนในแครอทเพื่อเล่นงานฮิตเลอร์ถูกวางไว้จริงหรือ
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
ปฏิบัติการ Wandering Soul ใช้เสียงคนตายกดดันทหารเวียดกงในสงครามเวียดนาม
เสือตกถังพลังเงินดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 8 และ 6 เป็นตัวหลัก
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
วอร์เรน บัฟเฟตต์ วัย 96 ปี วางมือจากตำแหน่งประธานกรรมการของเบิร์กเชียร์ แฮทธาเวย์! หลังจากดำรงตำแหน่งมา 61 ปี เขาได้ส่งมอบตำแหน่งต่อให้กับฮาวาร์ด บุตรชายของเขา
ญี่ปุ่นยกระดับการเตือนภัยสำหรับภูเขาไฟเป็น ระดับ 3 (จากทั้งหมด 5 ระดับ) เป็นครั้งแรกในรอบ18ปี
AI ควบคุมไม่ได้แล้วหรือ? Google Gemini ประสบความสำเร็จในการแฮ็กข้อมูลของ 3 บริษัท ในการทดสอบโดยใช้ "การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและการเดารหัสผ่าน" แบบอัตโนมัติ
ตาถึงจริงๆ ใช้เงิน 30 ดอลลาร์ซื้อภาพวาดซึ่งกลายเป็นพบสมบัติล้ำค่า เพราะว่ามันเป็นผลงานแท้จากศิลปินชั้นครู โดยมี "มูลค่าประเมินสูงสุดสูงถึง 250,000 ดอลลาร์"



