เปิดแฟ้ม “เลือดเพชร” กรุ๊ปพิเศษ Jk(a-b-) หายากระดับโลก คนเอเชียพบเพียง 0.01% เตือนระบบสาธารณสุขไทยต้องพร้อมรับมือ
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านข่าวหนึ่ง และเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรถูกมองข้าม โดยเฉพาะในมุมของความปลอดภัยด้านสาธารณสุขและการแพทย์ของประเทศเรา รายงานดังกล่าวมาจากสำนักข่าว Qilu Evening News ของสาธารณรัฐประชาชนจีน
ซึ่งเปิดเผยการค้นพบผู้ที่มีหมู่เลือดหายากระดับโลกในเมืองเต๋อโจว มณฑลซานตง เมื่อวันที่ 23 มกราคม พุทธศักราช 2569 นับเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจพบหมู่เลือดชนิดนี้ในพื้นที่ดังกล่าว
หมู่เลือดที่ถูกกล่าวถึงคือ Jk(a-b-) หรือที่แวดวงการแพทย์เรียกขานกันว่า “เลือดเพชร” ด้วยเหตุที่มีความหายากยิ่งกว่าเลือด Rh Negative ซึ่งคนทั่วไปคุ้นเคยในชื่อ “เลือดแพนด้า” ความพิเศษของเลือดชนิดนี้ไม่ได้อยู่ที่สี กลิ่น หรือรูปลักษณ์ภายนอก หากแต่อยู่ที่โครงสร้างทางพันธุกรรมซึ่งทำให้เม็ดเลือดแดงขาดแอนติเจนสำคัญในระบบหมู่เลือด Kidd ไปโดยสิ้นเชิง
ข้อมูลทางวิชาการระบุว่า ระบบหมู่เลือด Kidd เป็นระบบหมู่เลือดลำดับที่ 18 ของมนุษย์ และกรุ๊ป Jk(a-b-) เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน ส่งผลให้ไม่มีแอนติเจน Jkᵃ, Jkᵇ และ Jk3 บนผิวเม็ดเลือดแดง แม้ผู้ที่มีเลือดกรุ๊ปนี้จะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ แต่ในทางการแพทย์กลับถือว่าเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอย่างยิ่ง
สาเหตุสำคัญมาจากความเสี่ยงในการรับเลือด หากผู้ที่มีเลือด Jk(a-b-) ได้รับเลือดจากผู้ที่มีหมู่เลือดทั่วไป ร่างกายอาจเกิดปฏิกิริยาการสลายตัวของเม็ดเลือดแดงในภายหลัง ซึ่งเป็นภาวะที่ตรวจพบได้ยากและอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต
นอกจากนี้ ในกรณีของการตั้งครรภ์ หากมารดามีเลือดกรุ๊ปดังกล่าว แต่ทารกได้รับแอนติเจนจากบิดา ก็อาจเกิดภาวะหมู่เลือดแม่และลูกไม่เข้ากัน จำเป็นต้องมีการติดตามระดับแอนติบอดีอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ พร้อมทั้งต้องเตรียมแผนสำรองโลหิตในกรณีฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า
ความหายากของหมู่เลือด Jk(a-b-) นั้น แตกต่างกันไปตามเชื้อชาติและภูมิภาค โดยในกลุ่มชาวคอเคเซียนพบประมาณร้อยละ 0.14 ในกลุ่มชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันพบประมาณร้อยละ 0.05 ขณะที่ในกลุ่มประชากรชาวเอเชียกลับพบได้น้อยอย่างยิ่ง มีโอกาสพบไม่ถึงร้อยละ 0.01
หรือกล่าวได้ว่า น้อยกว่า 1 ใน 10,000 คนเท่านั้น ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบการจัดหาโลหิตในภาวะฉุกเฉิน หากไม่มีการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ
สำหรับประเทศไทย ศาสตราจารย์พิเศษ พลตรีหญิง ดร.อ้อยทิพย์ ณ ถลาง ภาควิชาเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้ข้อมูลไว้ในบทความของสมาคมโลหิตวิทยาว่า
หมู่เลือด Jk(a-b-) ในประชากรทั่วไปพบได้ประมาณร้อยละ 0.01 ส่วนในกลุ่มผู้บริจาคโลหิตพบราวร้อยละ 0.025 เท่านั้น ในขณะที่บางกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น ชาวโพลินีเซีย อาจพบได้สูงกว่านี้ และในกลุ่มชาวยุโรป โดยเฉพาะประเทศฟินแลนด์ มีอัตราการพบสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอื่น
ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศจึงให้ความสำคัญกับการจัดทำทะเบียนผู้บริจาคโลหิตหมู่เลือดหายาก เพื่อรองรับการรักษาพยาบาลในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ
การค้นพบเลือดกรุ๊ปพิเศษในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงข่าวทางการแพทย์จากต่างแดน หากแต่เป็นเครื่องเตือนใจให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจระบุหมู่เลือดอย่างละเอียด การวางระบบบริหารจัดการโลหิต และการเตรียมความพร้อมของภาครัฐ เพื่อให้ทุกชีวิตได้รับความปลอดภัยสูงสุดเมื่อยามจำเป็น
แนวทางตัวเลขมงคลประจำงวด: "ประธานใหญ่บอกเลข"
จังหวัดเดียวของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่มีแหล่งมรดกโลกมากถึง 2 แห่ง
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
ตึกในต่างจังหวัดของประเทศไทย ที่มีความสูงมากที่สุดในปัจจุบัน
เจาะเลขเด่น 2 ตัวบน: หนุ่มบางนา vs เพชรศรีวิชัย และเลขยิ้มแฉ่ง
เจาะลึกเลขเด็ดงวด 1 ก.พ. 69: จากทะเบียนรถนายกฯ
"ร้านของชำ" ชื่อนี้มีที่มาจากไหน? เจาะลึกตำนาน "โชว์ห่วย" และเสน่ห์ที่ร้านสะดวกซื้อเลียนแบบไม่ได้
"ค่ายเน็ตรายใหญ่" ไม่รอด! กสทช. พบใบเสร็จขายเน็ตไปปอยเปต
เลขเด็ด "หวยไทยรัฐ" งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 69..รีบส่องด่วน ก่อนเกลี้ยงแผง!!
"ผักชีไทย" "ผักชีลาว" "ผักชีฝรั่ง" "ผักชีล้อม" ผักชีทั้งสี่แบบนี้ แตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ ?
นายทุนหัวหมอ ลักลอบ "ขนมันเขมร" ผ่านสปป.ลาว
เคยไหม? ไปงานแต่งเพื่อน ถ่ายรูปบ่าวสาวแล้วอัปสตอรี่ทันที?⚠️ เช็คด่วน! คุณกำลัง "เสียมารยาท" บนโซเชียลอยู่หรือเปล่า?
แนะนำ! เว็บไซต์ ai สามารถวาดรูป [l8+](สร้างฟรี) ผู้ใหญ่เท่านั้น



