พืช 57 ชนิด ปลูกแล้วได้ลดภาษีที่ดิน
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความจาก ประชาชาติธุรกิจ ว่าด้วยประเด็น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หลังการปรับราคาประเมินใหม่ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวของประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ถือครองที่ดินเปล่า ที่ในปีนี้ “หนีไม่พ้น” ภาระภาษีในอัตราเต็ม
กระทรวงมหาดไทยยืนยันชัดเจนว่า การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปีนี้ จะจัดเก็บในอัตรา 100% ไม่มีมาตรการลดหย่อนใด ๆ แม้จะมีการขยายเวลาชำระออกไปอีก 2 เดือนก็ตาม โดยการคำนวณภาษียังคงยึดตาม มูลค่าประเมินของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และแบ่งการใช้ประโยชน์ออกเป็น 4 ประเภท
ประเด็นที่น่าจับตาที่สุด คือ “ที่ดินรกร้างว่างเปล่า” ซึ่งรัฐตั้งใจใช้อัตราภาษีที่สูงกว่า เพื่อกดดันไม่ให้ปล่อยที่ดินทิ้งไว้โดยไม่ใช้ประโยชน์ หรือถือครองเพื่อเก็งกำไร
หากเจ้าของที่ดินปล่อยรกร้างติดต่อกันครบ 3 ปี ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะถูก เพิ่มอัตราภาษีอีก 0.3% ทุก ๆ 3 ปี โดยเพดานภาษีรวมไม่เกิน 3% และมีอัตราภาษีขั้นบันได ดังนี้
มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ภาษี 0.3%
50–200 ล้านบาท ภาษี 0.4%
200–1,000 ล้านบาท ภาษี 0.5%
1,000–5,000 ล้านบาท ภาษี 0.6%
เกิน 5,000 ล้านบาท ภาษี 0.7%
(เพดานที่ดินรกร้างสูงสุด 1.2%)
เมื่อเทียบกับ ที่ดินเกษตรกรรม จะเห็นชัดว่าอัตราภาษีต่ำกว่ามาก
🌱 ที่ดินเกษตรกรรม ภาษีต่ำ แต่ต้อง “ทำจริง”
มูลค่า 0–75 ล้านบาท ภาษี 0.01%
75–100 ล้านบาท ภาษี 0.03%
100–500 ล้านบาท ภาษี 0.05%
500–1,000 ล้านบาท ภาษี 0.07%
เกิน 1,000 ล้านบาท ภาษี 0.1%
และ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับการยกเว้นภาษี
อย่างไรก็ตาม การจะอ้างว่าเป็น “ที่ดินเกษตรกรรม” ได้นั้น ไม่ใช่แค่ปลูกพืชลอย ๆ แต่ต้องเป็นไปตาม ชนิดพืชและสัตว์ที่กระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ชัดเจน
📌 เปิดรายชื่อ “57 ชนิดพืช” ปลูกถึงเกณฑ์ นับเป็นเกษตร
ตั้งแต่ กล้วย มะม่วง มะพร้าว ทุเรียน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไม้เนื้อไม้ ยูคาลิปตัส ไปจนถึงไม้ผลเมืองหนาวอย่าง แอปเปิล อะโวคาโด อินทผลัม โดยกำหนดจำนวนขั้นต่ำต่อไร่อย่างชัดเจน เช่น
กล้วยทุกชนิด 200 ต้น/ไร่
มะม่วง 20 ต้น/ไร่
ทุเรียน 20 ต้น/ไร่
ยางพารา 76 ต้น/ไร่
ยูคาลิปตัส 100 ต้น/ไร่
พืชให้เนื้อไม้ 30 ต้น/ไร่
(รวมทั้งหมด 57 ชนิด)
🐄 เกณฑ์เลี้ยงสัตว์ 9 ประเภท ใช้พื้นที่เท่าไรถึงผ่าน
ตั้งแต่ โค กระบือ แพะ แกะ สุกร สัตว์ปีก กวาง หมูป่า ไปจนถึงผึ้งและจิ้งหรีด โดยระบุพื้นที่ต่อจำนวนสัตว์ไว้อย่างละเอียด เช่น โคและกระบือ 1 ตัว ต่อ 5 ไร่ หรือสัตว์ปีกเลี้ยงปล่อย 4 ตารางเมตรต่อตัว
รวมถึง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ไม่ว่าจะเป็นบ่อดิน บ่อปูน กระชัง หรือโรงเพาะฟัก ก็ถือเป็นการใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเช่นกัน หากมีเจตนาใช้ประโยชน์จริง
ผู้ประกอบการธุรกิจบริหารจัดการที่ดินให้ข้อมูลว่า ช่วงหลังเห็นชัดว่าเจ้าของที่ดิน โดยเฉพาะแปลงใหญ่ตั้งแต่ 15 ไร่ขึ้นไป เร่งปรับพื้นที่เป็นเกษตรกรรมก่อนครบกำหนด 3 ปี เพื่อเลี่ยงภาษีปีที่ 4 ซึ่งต้องจ่ายเพิ่มเท่าตัว
ขณะเดียวกัน มีแนวโน้ม ปล่อยเช่าหรือขายที่ดินเร็วขึ้น แทนการถือครองยาว ๆ เหมือนในอดีต เพื่อลดภาระภาษีระยะยาว โดยพื้นที่ยอดนิยมอยู่ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดเศรษฐกิจ เช่น ชลบุรี ศรีราชา พัทยา และระยอง
สรุป
ปีนี้รัฐ “เอาจริง” กับที่ดินรกร้าง ใครยังคิดว่าปลูกนิดเดียวพอให้ผ่าน บอกเลยว่า ไม่ง่ายเหมือนเดิม เพราะทุกอย่างมีเกณฑ์ มีจำนวน มีการตรวจสอบ และภาษีไม่มีลดหย่อนอีกต่อไป
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
เปิดอาณาจักรธุรกิจมหาเศรษฐีหญิง ที่รวยที่สุดในประเทศไทย
10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุด
โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
เลขเด็ดเสือตกถัง สูตรอ.พล ขอนแก่น งวด 16 มี.ค. 69
รู้จัก 10 จังหวัดในอดีตของไทย ที่ถูกยุบรวมจนไม่เหลือชื่อบนแผนที่
ปลาชนิดแรกของไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
😯 ชวนลองเข้ามาดูสิ่งประดิษฐ์น่าทึ่งหลายอย่างที่ควรน่าจะทำมาตั้งนานแล้ว 😉
หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
8 สถานที่โบราณ ที่ไม่เคยมีใครค้นพบ
แนะนำ! เว็บไซต์ ai สามารถวาดรูป [l8+](สร้างฟรี) ผู้ใหญ่เท่านั้น
5 ทะเลสาบน้ำจืดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บึงบอระเพ็ดครองอันดับหนึ่ง




